
‘FTE’เบอร์1ดับเพลิง ขายจุดแข็ง ปิดจุดเสี่ยง ธุรกิจโตอีกมาก
“ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง” พร้อมเข้าซื้อขาย 27 ก.ค.นี้ ลั่นรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของประเทศ สินค้าได้มาตรฐานโลก กดต้นทุนลดลง ขยายฐานลูกค้า
นายทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง (FTE) ซึ่งจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 เปิดเผยว่า บริษัทมีประสบการณ์ในธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์ดับเพลิงมานาน 27 ปี มียอดขายกว่า 800 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 18% จากมูลค่าตลาดอัคคีภัย ประมาณ 4,500 ล้านบาทในปี 2558 และมั่นใจว่าจะรักษาส่วนแบ่งตลาดสูงสุดได้ต่อไป ขณะที่ธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตขึ้นอีกมาก
บริษัทเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิงแบบครบวงจร สั่งสินค้ามาจากต่างประเทศ 30 แบรนด์ หนึ่งในนั้นมีสัญญาผูกขาด ส่วนอีก 10 แบรนด์ เป็นผู้นำเข้าแต่เพียงผู้เดียว ที่เหลือเป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้เป็นบริษัทที่มีประวัติการดำเนินงานมาร่วม 100 ปี สินค้ามีมาตรฐานได้รับการยอมรับของบริษัทประกันทั่วโลก และยังมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศจีน ทำให้ต้นทุนสินค้าลดลง ส่วนความผันผวนของอัตราแลกเปลี่บน บริษัทได้ซื้อสัญญาปิดความเสี่ยงทั้งหมด 100%
[caption id="attachment_183601" align="aligncenter" width="335"]
ทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง (FTE)[/caption]
ขณะเดียวกัน ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโต ตามการลงทุนของ อาคารในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่นคอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล รวมถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่มีการปรับปรุงเทคโนโลยี ส่วนกฎหมายบังคับใช้มาตรฐานรักษาความปลอดภัยก็มีหลายหน่วยงานและมีการปรับปรุงตลอด ทำให้สินค้ายังมีความต้องการค่อนข้างมาก
นอกจากนั้นบริษัทยังมีการกระจายความเสี่ยง จำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิงในหลายอุตสาห กรรม ปัจจุบันมีรายได้มาจากนำเข้าและจัดจำหน่าย 70% ซึ่งที่เหลือ เป็นการออกแบบและติดตั้งระบบ ขณะนี้ยังมีงานขนาดใหญ่ที่รอการประมูลหลายโครงการ เช่น โครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่าประมาณ 150-200 ล้านบาท ส่วนการขายสินค้าในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ผู้รับเหมาไทยมีการซื้อนำไปใช้ในเมียนมา ลาว กัมพูชาแล้ว
“ผมมั่นใจว่าจะรักษามาร์ เก็ตแชร์อันดับ 1 ได้เพราะมีจุดแข็งอยู่เกือบ 10 ด้าน เราได้เปรียบคู่แข่งเพราะนำเข้าสินค้าเองและสเปกได้รับความเชื่อถือ มีการจ้างผลิตสินค้าเป็นแบรนด์ของบริษัทเอง TOTAL-FIRE มีการลงทุนด้านบุคลากร เช่น วิศวกร มา 4-5 ปีแล้ว รองรับการขยายลูกค้าโครงการ” นายทักษิณ กล่าว
ส่วนการเข้าตลาดหลัก ทรัพย์ฯครั้งนี้ ระดมทุนได้ประมาณ 442 ล้านบาท จะนำไปลงทุนซื้อที่ดินและสร้างคลังสินค้าประมาณ 190 ล้านบาท จากเดิมที่เช่า เขาอยู่ และยังมีการขยายสำนักงานและสาขาออกไปต่างจังหวัด เป็นครั้งแรก ที่ จ.เชียงใหม่ ระยองและภูเก็ต จากปัจจุบันมีสำนักงานในกรุงเทพฯเพียงแห่งเดียว
ทางด้านการดำเนินงานในปีนี้จะมีโอกาสเติบโต จากที่มียอดขายมากกว่า 800 ล้านบาทในช่วงปี 2557-2559 หลังจากที่เติบโตก้าวกระโดด จาก 600 ล้านบาท เพิ่มเป็น 700 ล้านบาทในปี 2555 และปี 2556 มีหนี้เสียตํ่ามากเพียง 0.1% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น ประมาณ 25% และอัตรากำไรสุทธิ 11% ส่วนมูลค่างานในมือประมาณ 300 ล้านบาท จะรับรู้รายในปี 2560 ประมาณ 80%
สำหรับการเสนอขายหุ้น จำนวน 150 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.95 บาท มีส่วนลดประมาณ 50% จากพี/อีของบริษัทในธุรกิจเดียวกัน โดยมีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ฯ (APM) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัสฯ ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,281 วันที่ 23 - 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
นายทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง (FTE) ซึ่งจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 เปิดเผยว่า บริษัทมีประสบการณ์ในธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์ดับเพลิงมานาน 27 ปี มียอดขายกว่า 800 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 18% จากมูลค่าตลาดอัคคีภัย ประมาณ 4,500 ล้านบาทในปี 2558 และมั่นใจว่าจะรักษาส่วนแบ่งตลาดสูงสุดได้ต่อไป ขณะที่ธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตขึ้นอีกมาก
บริษัทเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิงแบบครบวงจร สั่งสินค้ามาจากต่างประเทศ 30 แบรนด์ หนึ่งในนั้นมีสัญญาผูกขาด ส่วนอีก 10 แบรนด์ เป็นผู้นำเข้าแต่เพียงผู้เดียว ที่เหลือเป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้เป็นบริษัทที่มีประวัติการดำเนินงานมาร่วม 100 ปี สินค้ามีมาตรฐานได้รับการยอมรับของบริษัทประกันทั่วโลก และยังมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศจีน ทำให้ต้นทุนสินค้าลดลง ส่วนความผันผวนของอัตราแลกเปลี่บน บริษัทได้ซื้อสัญญาปิดความเสี่ยงทั้งหมด 100%
[caption id="attachment_183601" align="aligncenter" width="335"]
ขณะเดียวกัน ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโต ตามการลงทุนของ อาคารในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่นคอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล รวมถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่มีการปรับปรุงเทคโนโลยี ส่วนกฎหมายบังคับใช้มาตรฐานรักษาความปลอดภัยก็มีหลายหน่วยงานและมีการปรับปรุงตลอด ทำให้สินค้ายังมีความต้องการค่อนข้างมาก
นอกจากนั้นบริษัทยังมีการกระจายความเสี่ยง จำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิงในหลายอุตสาห กรรม ปัจจุบันมีรายได้มาจากนำเข้าและจัดจำหน่าย 70% ซึ่งที่เหลือ เป็นการออกแบบและติดตั้งระบบ ขณะนี้ยังมีงานขนาดใหญ่ที่รอการประมูลหลายโครงการ เช่น โครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่าประมาณ 150-200 ล้านบาท ส่วนการขายสินค้าในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ผู้รับเหมาไทยมีการซื้อนำไปใช้ในเมียนมา ลาว กัมพูชาแล้ว
“ผมมั่นใจว่าจะรักษามาร์ เก็ตแชร์อันดับ 1 ได้เพราะมีจุดแข็งอยู่เกือบ 10 ด้าน เราได้เปรียบคู่แข่งเพราะนำเข้าสินค้าเองและสเปกได้รับความเชื่อถือ มีการจ้างผลิตสินค้าเป็นแบรนด์ของบริษัทเอง TOTAL-FIRE มีการลงทุนด้านบุคลากร เช่น วิศวกร มา 4-5 ปีแล้ว รองรับการขยายลูกค้าโครงการ” นายทักษิณ กล่าว
ส่วนการเข้าตลาดหลัก ทรัพย์ฯครั้งนี้ ระดมทุนได้ประมาณ 442 ล้านบาท จะนำไปลงทุนซื้อที่ดินและสร้างคลังสินค้าประมาณ 190 ล้านบาท จากเดิมที่เช่า เขาอยู่ และยังมีการขยายสำนักงานและสาขาออกไปต่างจังหวัด เป็นครั้งแรก ที่ จ.เชียงใหม่ ระยองและภูเก็ต จากปัจจุบันมีสำนักงานในกรุงเทพฯเพียงแห่งเดียว
ทางด้านการดำเนินงานในปีนี้จะมีโอกาสเติบโต จากที่มียอดขายมากกว่า 800 ล้านบาทในช่วงปี 2557-2559 หลังจากที่เติบโตก้าวกระโดด จาก 600 ล้านบาท เพิ่มเป็น 700 ล้านบาทในปี 2555 และปี 2556 มีหนี้เสียตํ่ามากเพียง 0.1% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น ประมาณ 25% และอัตรากำไรสุทธิ 11% ส่วนมูลค่างานในมือประมาณ 300 ล้านบาท จะรับรู้รายในปี 2560 ประมาณ 80%
สำหรับการเสนอขายหุ้น จำนวน 150 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.95 บาท มีส่วนลดประมาณ 50% จากพี/อีของบริษัทในธุรกิจเดียวกัน โดยมีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ฯ (APM) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัสฯ ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,281 วันที่ 23 - 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560






