
เคแบงก์แจงรายได้ฟี-ประกันหนุนกำไรสุทธิ
นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยประกาศผลการดำเนินงานสำหรับงวดแรก ปี 2560 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 19,157 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 19,074 ล้านบาท
[caption id="attachment_182420" align="aligncenter" width="366"]
นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย[/caption]
ผลการดำเนินงานสำหรับงวดแรก ปี 2560 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดแรก ปี 2559 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ จำนวน 19,157 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่ อนซึ่งอยู่ที่ 19,074 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่ มขึ้นจำนวน 2,108 ล้านบาท หรือ 4.76% และมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.42% อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ ยลดลงจำนวน 1,614 ล้านบาท หรือ 4.88% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายได้สุทธิ จากการรับประกันภัย และรายได้จากผลิตภัณฑ์ตลาดทุ นลดลง ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนี ยมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้ นจากงวดเดียวกันของปีก่อน และยังคงตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้ สงสัยจะสูญตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการดำเนิ นงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจำนวน 635 ล้านบาท หรือ 2.09% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 39.88%
ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 2 ปี 2560 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2560 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ จำนวน 8,986 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนจำนวน 1,185 ล้านบาท หรือ 11.65% ส่วนใหญ่เกิดจากธนาคารมีการตั้ งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสู ญเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรั บความไม่แน่นอนในเรื่ องของภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ธนาคารและบริษัทย่อยมี กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักหนี้ สูญและหนี้สงสัยจะสูญและภาษีเงิ นได้จำนวน 23,459 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ ที่ 23,381 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่ มขึ้นจำนวน 255 ล้านบาท หรือ 1.11% และมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.43% นอกจากนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้ นจากไตรมาสก่อนจำนวน 450 ล้านบาท หรือ 2.90% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่ าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และรายได้จากผลิตภัณฑ์ตลาดทุ นเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนิ นงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจำนวน 627 ล้านบาท หรือ 4.12% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับ 40.32%
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 ธนาคารและบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 2,853,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2559 จำนวน 7,471 ล้านบาท หรือ 0.26% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้ นของรายการระหว่ างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ และเงินให้สินเชื่อ สำหรับเงินให้สินเชื่อด้อยคุ ณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 อยู่ที่ระดับ 3.31% ขณะที่สิ้นปี 2559 อยู่ที่ระดับ 3.32% อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสู ญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 อยู่ที่ระดับ 141.17% ขณะที่สิ้นปี 2559 อยู่ที่ระดับ 130.92% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้ งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่ มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิ กรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 อยู่ที่ 17.63% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.25%
[caption id="attachment_182420" align="aligncenter" width="366"]
ผลการดำเนินงานสำหรับงวดแรก ปี 2560 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดแรก ปี 2559 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ จำนวน 19,157 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่ อนซึ่งอยู่ที่ 19,074 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่ มขึ้นจำนวน 2,108 ล้านบาท หรือ 4.76% และมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.42% อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ ยลดลงจำนวน 1,614 ล้านบาท หรือ 4.88% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายได้สุทธิ จากการรับประกันภัย และรายได้จากผลิตภัณฑ์ตลาดทุ นลดลง ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนี ยมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้ นจากงวดเดียวกันของปีก่อน และยังคงตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้ สงสัยจะสูญตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการดำเนิ นงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจำนวน 635 ล้านบาท หรือ 2.09% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 39.88%
ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 2 ปี 2560 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2560 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ จำนวน 8,986 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนจำนวน 1,185 ล้านบาท หรือ 11.65% ส่วนใหญ่เกิดจากธนาคารมีการตั้ งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสู ญเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรั บความไม่แน่นอนในเรื่ องของภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ธนาคารและบริษัทย่อยมี กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักหนี้ สูญและหนี้สงสัยจะสูญและภาษีเงิ นได้จำนวน 23,459 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ ที่ 23,381 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่ มขึ้นจำนวน 255 ล้านบาท หรือ 1.11% และมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.43% นอกจากนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้ นจากไตรมาสก่อนจำนวน 450 ล้านบาท หรือ 2.90% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่ าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และรายได้จากผลิตภัณฑ์ตลาดทุ นเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนิ นงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจำนวน 627 ล้านบาท หรือ 4.12% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับ 40.32%
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 ธนาคารและบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 2,853,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2559 จำนวน 7,471 ล้านบาท หรือ 0.26% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้ นของรายการระหว่ างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ และเงินให้สินเชื่อ สำหรับเงินให้สินเชื่อด้อยคุ ณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 อยู่ที่ระดับ 3.31% ขณะที่สิ้นปี 2559 อยู่ที่ระดับ 3.32% อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสู ญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 อยู่ที่ระดับ 141.17% ขณะที่สิ้นปี 2559 อยู่ที่ระดับ 130.92% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้ งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่ มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิ กรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 อยู่ที่ 17.63% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.25%






