
'มอร์นิ่งสตาร์'เผยครึ่งปีเงินไหลลงทุนนอก 1.63 แสนล.
มอร์นิ่งสตาร์เผยกองทุนรวมครึ่งปีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.38 แสนล้านบาท ขายสินทรัพย์ในไทยออก 2.48 หมื่นล้าน แห่ลงทุนนอกทะลัก เน้นกองทุนตราสารหนี้เสี่ยงต่ำ
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุนอาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนรวมในครึ่งแรกของปี 2560 มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 138,282 ล้านบาท เติบโต 3.64% จากสิ้นปีที่ผ่านมาโดยมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 4.82 ล้านบาท พบนักลงทุนส่วนใหญ่หันไปให้ความสนใจลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศมากกว่าลงทุนในไทย โดยครึ่งปีแรกมีเงินไหลไปลงทุนในต่างประเทศสุทธิคิดเป็น 163,155 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนขายสินทรัพย์ในประเทศออกรวมกว่า 24,873 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามหากมองในภาพรวมแล้วนักลงทุนส่วนใหญ่ยังนิยมลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงหรือเน้นการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังในการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี โดยกองทุนตราสารหนี้ต่างประเภทแบบกำหนดอายุการลงทุน (Foreign Investment Bond Fix Term) และกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก (Global Bond)โดยเฉพาะกองทุนประเภท Global Income และตราสารหนี้ระยะสั้นยังคงได้รับความนิยมสูงสุดอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
นายกิตติคุณ กล่าวว่า ในทางกลับกันความกังวลต่อสถานการณ์การผิดนัดชำระหนี้ของตราสารหนี้จำพวกตั๋ว B/E ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อการลงทุนในตราสารดังกล่าว เป็นผลให้ปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในกลุ่มไฮยิลด์บอนด์ (High Yield Bond) มูลค่าลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือไม่ถึง 90,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนในประเทศและต่างประเทศอย่างละครึ่ง จากที่เคยสูงสุดกว่า 520,000 ล้านบาท
สำหรับ 5 อันดับกลุ่มกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดในครึ่งปีแรกนี้จะสังเกตได้ว่าเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลางทั้งสิ้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้ลงทุนนั้นยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์การลงทุนอยู่มาก โดยกองทุนตราสารหนี้แบบกำหนดอายุการลงทุนมีเงินไหลเข้าสุทธิ 216,252 ล้านบาท รองลงมากองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก 81,487 ล้านบาท กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น 78,937 ล้านบาท กองทุนผสมลงทุนทั่วโลก(Global Allocation) 35,932 ล้านบาทและกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก 10,600 ล้านบาท
ส่วนกองทุนที่มีเงินไหลออกสุทธิ ได้แก่กองทุนไฮยิลด์บอนด์ต่างประเทศแบบกำหนดอายุการลงทุน115,772 ล้านบาท รองลงมากองทุนกองทุนไฮยิลด์บอนด์ในประเทศแบบกำหนดอายุการลงทุน 44,308 ล้านบาท กองทุนตราสารหนี้ระยะกลางและยาว 26,733 ล้านบาท กองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ 13,167 ล้านบาทและกองทุนตราสารหนี้แบบกำหนดอายุการลงทุน 11,154 ล้านบาท
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุนอาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนรวมในครึ่งแรกของปี 2560 มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 138,282 ล้านบาท เติบโต 3.64% จากสิ้นปีที่ผ่านมาโดยมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 4.82 ล้านบาท พบนักลงทุนส่วนใหญ่หันไปให้ความสนใจลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศมากกว่าลงทุนในไทย โดยครึ่งปีแรกมีเงินไหลไปลงทุนในต่างประเทศสุทธิคิดเป็น 163,155 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนขายสินทรัพย์ในประเทศออกรวมกว่า 24,873 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามหากมองในภาพรวมแล้วนักลงทุนส่วนใหญ่ยังนิยมลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงหรือเน้นการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังในการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี โดยกองทุนตราสารหนี้ต่างประเภทแบบกำหนดอายุการลงทุน (Foreign Investment Bond Fix Term) และกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก (Global Bond)โดยเฉพาะกองทุนประเภท Global Income และตราสารหนี้ระยะสั้นยังคงได้รับความนิยมสูงสุดอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
นายกิตติคุณ กล่าวว่า ในทางกลับกันความกังวลต่อสถานการณ์การผิดนัดชำระหนี้ของตราสารหนี้จำพวกตั๋ว B/E ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อการลงทุนในตราสารดังกล่าว เป็นผลให้ปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในกลุ่มไฮยิลด์บอนด์ (High Yield Bond) มูลค่าลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือไม่ถึง 90,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนในประเทศและต่างประเทศอย่างละครึ่ง จากที่เคยสูงสุดกว่า 520,000 ล้านบาท
ส่วนกองทุนที่มีเงินไหลออกสุทธิ ได้แก่กองทุนไฮยิลด์บอนด์ต่างประเทศแบบกำหนดอายุการลงทุน115,772 ล้านบาท รองลงมากองทุนกองทุนไฮยิลด์บอนด์ในประเทศแบบกำหนดอายุการลงทุน 44,308 ล้านบาท กองทุนตราสารหนี้ระยะกลางและยาว 26,733 ล้านบาท กองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ 13,167 ล้านบาทและกองทุนตราสารหนี้แบบกำหนดอายุการลงทุน 11,154 ล้านบาท






