
แอสเซทพลัสมองหุ้นครึ่งหลังแกว่งแคบชูหุ้นเล็ก-กองผสมหากำไร
บลจ. แอสเซท พลัส มองหุ้นไทยครึ่งปีหลังแกว่งตัวแคบ อัพไซด์จำกัด เชื่อหุ้นไทยขนาดเล็กและกลางเติบโตก้าวกระโดด ส่ง “กองทุน ASP-SME” ลงตลาด ขายพร้อม “ASP-FLEXPLUS” ชูลงทุนยืดหยุ่นในหุ้นไทยสัดส่วน 0-100% ควบคู่กระจายลงทุนหุ้นอาเซียน ตราสารหนี้ รีท อินฟราฟันด์
นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.แอสเซท พลัส มองตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลังปรับตัวในกรอบแคบและยังมีอัพไซด์ ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากการบริโภคในประเทศเติบโตน้อยกว่าที่คาดการณ์ โดยมองเป้าหมายดัชนีหุ้นในกรอบ 1,600-1,650 จุด ทั้งนี้ เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะเห็นเม็ดเงินในการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเพิ่มขึ้น ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวฟื้นตัว
ขณะที่หุ้นขนาดเล็กและขนาดกลาง (Small-Mid Cap) ยังมีโอกาสเติบโตสูง เป็นจังหวะสำหรับการเข้าลงทุนในระยะยาว เนื่องจากมูลค่าหุ้นในปัจจุบันน่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเติบโต 9% ในปีนี้ และ 11% ในปี 2561 จึงออกกองทุนเปิด แอสเซทพลัส สมอล แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ (ASP-SME) เสนอขายวันที่ 17 ก.ค.– 1 ส.ค. นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท
บลจ.แอสเซท พลัส มองหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางของกลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวจีนและการขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศ CLMVตลอดจนธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จากความพยายามลดหนี้นอกระบบของภาครัฐยังมีความน่าสนใจและมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีได้
นอกจากนี้ในช่วงเวลาเดียวกัน บลจ. แอสเซท พลัสจะเสนอขายกองทุนเปิด แอสเซทพลัส เฟล็กซิเบิ้ล พลัส (ASP-FLEXPLUS) เป็นกองทุนผสม ปรับเปลี่ยนการลงทุนได้ทันต่อสถานการณ์ สามารถลงทุนได้ทั้งในตลาดหุ้นไทย ตราสารหนี้ในประเทศ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน REITsและกระจายการลงทุนไปในหุ้นภูมิภาคอาเซียน เช่น เวียดนามและฟิลิปปินส์
สำหรับตลาดหุ้นต่างประเทศมองยุโรปและตลาดหุ้นเอเชียน่าสนใจ โดยหุ้นยุโรปราคาต่ำกว่าตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วถึง 9% และต่ำกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ 15% ทั้งยังมีโอกาสเติบโตตามการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นยุโรปเติบโตประมาณ 15% สำหรับตลาดเอเชียมองว่าตลาดหุ้นไต้หวันและเกาหลียังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจและจะได้ประโยชน์จาก Tech Super Cycle รวมถึงตลาดหุ้นจีนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยในประเทศคาดว่าจะยังคงทรงตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ แนะนำผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เลือกกระจายสินทรัพย์ลงทุน (Asset Allocation) โดยอาจเลือกลงทุนในหุ้นไทย 40% หุ้นต่างประเทศ 20% ตราสารหนี้และกองทุนผสม 40%
นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.แอสเซท พลัส มองตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลังปรับตัวในกรอบแคบและยังมีอัพไซด์ ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากการบริโภคในประเทศเติบโตน้อยกว่าที่คาดการณ์ โดยมองเป้าหมายดัชนีหุ้นในกรอบ 1,600-1,650 จุด ทั้งนี้ เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะเห็นเม็ดเงินในการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเพิ่มขึ้น ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวฟื้นตัว
ขณะที่หุ้นขนาดเล็กและขนาดกลาง (Small-Mid Cap) ยังมีโอกาสเติบโตสูง เป็นจังหวะสำหรับการเข้าลงทุนในระยะยาว เนื่องจากมูลค่าหุ้นในปัจจุบันน่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเติบโต 9% ในปีนี้ และ 11% ในปี 2561 จึงออกกองทุนเปิด แอสเซทพลัส สมอล แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ (ASP-SME) เสนอขายวันที่ 17 ก.ค.– 1 ส.ค. นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท
นอกจากนี้ในช่วงเวลาเดียวกัน บลจ. แอสเซท พลัสจะเสนอขายกองทุนเปิด แอสเซทพลัส เฟล็กซิเบิ้ล พลัส (ASP-FLEXPLUS) เป็นกองทุนผสม ปรับเปลี่ยนการลงทุนได้ทันต่อสถานการณ์ สามารถลงทุนได้ทั้งในตลาดหุ้นไทย ตราสารหนี้ในประเทศ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน REITsและกระจายการลงทุนไปในหุ้นภูมิภาคอาเซียน เช่น เวียดนามและฟิลิปปินส์






