
ชูกองกรุงศรีชีวิตดี๊ดี ลงทุนผสมดีกว่าฝาก
บลจ.กรุงศรีฯ เปิดตัวกองทุนกรุงศรีชีวิตดี๊ดีเสนอลูกค้าหาผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ย เผยสถิติ 10 ปีลงทุนแต่ตราสารหนี้ ผลตอบแทน 2.91% ต่อปี พันธบัตร 5.28% ต่อปี หุ้นแจกกำไร 12.67% ต่อปี
นางสาวศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า จากสถิติที่ผ่านมาพบว่ากว่า 94% ของผลตอบแทนในการลงทุนมาจากการจัดสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม ขณะที่การจับจังหวะการลงทุนรับผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 2% ดังนั้นการกระจายการลงทุนและจัดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตและเพิ่มโอกาสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยที่ตํ่าทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้แบบเดิมๆลดลง ขณะที่นักลงทุนที่รํ่ารวยในโลกนี้ไม่ได้ลงทุนแต่ตราสารหนี้ แต่ลงทุนหุ้นควบคู่กัน ทำให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น จากการเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ผ่านมาพบว่าการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นอายุ1 ปี เป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 2.91% การลงทุนพันธบัตรรัฐบาลเป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 5.29% ขณะที่ลงทุนในหุ้นเป็นเวลา 10 ปีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 12.67% ข้อมูลมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2560
[caption id="attachment_152774" align="aligncenter" width="503"]
น.ส.ศิริพร สินาเจริญ[/caption]
นางสาวศิริพร กล่าวว่า บริษัทนำเสนอกองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดี๊ดี (KFHAPPY) ตอบโจทย์ลูกค้าเงินฝากที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร และรองรับเงินเฟ้อปัจจุบันเฉลี่ย 2.5% โดยมีระดับการลงทุนที่ไม่เสี่ยงมาก กองทุนเน้นลงทุนตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ 75% และลงทุนในหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและ REITs ไม่เกิน 25% เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เหมาะสมควบคู่กับการสร้างพอร์ตการลงทุนที่สมดุล เพื่อการลงทุนอย่างสบายใจและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในวันข้างหน้า เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 18-25 กรกฎาคม2560ลงทุนขั้นตํ่า 1,000 บาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,279 วันที่ 16 - 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
นางสาวศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า จากสถิติที่ผ่านมาพบว่ากว่า 94% ของผลตอบแทนในการลงทุนมาจากการจัดสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม ขณะที่การจับจังหวะการลงทุนรับผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 2% ดังนั้นการกระจายการลงทุนและจัดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตและเพิ่มโอกาสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยที่ตํ่าทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้แบบเดิมๆลดลง ขณะที่นักลงทุนที่รํ่ารวยในโลกนี้ไม่ได้ลงทุนแต่ตราสารหนี้ แต่ลงทุนหุ้นควบคู่กัน ทำให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น จากการเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ผ่านมาพบว่าการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นอายุ1 ปี เป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 2.91% การลงทุนพันธบัตรรัฐบาลเป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 5.29% ขณะที่ลงทุนในหุ้นเป็นเวลา 10 ปีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 12.67% ข้อมูลมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2560
[caption id="attachment_152774" align="aligncenter" width="503"]
นางสาวศิริพร กล่าวว่า บริษัทนำเสนอกองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดี๊ดี (KFHAPPY) ตอบโจทย์ลูกค้าเงินฝากที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร และรองรับเงินเฟ้อปัจจุบันเฉลี่ย 2.5% โดยมีระดับการลงทุนที่ไม่เสี่ยงมาก กองทุนเน้นลงทุนตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ 75% และลงทุนในหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและ REITs ไม่เกิน 25% เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เหมาะสมควบคู่กับการสร้างพอร์ตการลงทุนที่สมดุล เพื่อการลงทุนอย่างสบายใจและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในวันข้างหน้า เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 18-25 กรกฎาคม2560ลงทุนขั้นตํ่า 1,000 บาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,279 วันที่ 16 - 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560






