
หุ้นแบงก์หนุกำไรกองทุนโต ส่องผลงานครึ่งปี ‘เกินครึ่ง’ ชนะตลาด “บลจ.กรุงศรี”แชมป์
กองทุนหุ้นไทย ผลงาน 6 เดือนแรกกำไรสูงสุด17.81%พบ 105 กองทุนชนะตลาดหุ้นบวกแค่ 2.06% บลจ.กรุงศรีฯมองหุ้นกลุ่มการเงินลีสซิ่ง ดี“บันเทิง”รายบริษัทรุ่ง
จากผลสำรวจกองทุนหุ้นไทย ไม่รวมกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ในช่วงครึ่งปีแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)ฯ พบหลายกองทุนยังทำผลตอบแทนได้ดีและชนะตลาด เมื่อเทียบดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเพียง 2.06% โดยกองทุนที่ทำผลตอบแทนสูงสุดอยู่ในกลุ่มกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ (Equity Large- Cap) อยู่ที่ 17.81% ส่วนผลงานแย่สุดติดลบ 2.53% จากจำนวน 119 กองทุน โดยกองทุนที่ทำผลตอบแทนชนะตลาดมีจำนวน 88 กองทุนและแพ้ตลาดมี 31 กองทุน ส่วนกองทุนที่ผลตอบแทนติดลบมี 9 กองทุน
ส่วนกลุ่มกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก (Equity Small-Mid Cap) ทั้งหมด 35 กองทุน ทำผลตอบแทนได้สูงสุดที่ 14.67% และแย่สุดติดลบ 7.41% โดยกองทุนที่ผลตอบแทนชนะตลาดมีจำนวน 17 กองทุน และแพ้ตลาดมีจำนวน 18 กองทุน ส่วนกองทุนที่ผลตอบแทนติดลบมี 13 กองทุน
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุนอาวุโส บริษัทมอร์นิ่งสตาร์รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมครึ่งปีแรกตลาดหุ้นไทยค่อนข้างทรงตัว โดยกองทุนหุ้นไทยที่ทำผลตอบแทนได้สูงส่วนใหญ่มีน้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และเกี่ยวข้องธุรกิจการเงิน
“แนวโน้มในครึ่งปีหลังมองการลงทุนค่อนข้างยากกว่าช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากราคาหุ้นกลุ่มพลังงานขึ้นำก่อนในปี 2559 มาครึ่งปีนี้หุ้นแบงก์ สิลซิ่งปรับตัวขึ้น จึงเหลือหุ้นขนาดใหญ่อย่างสื่อสารที่ราคายังนิ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้จัดการกองทุนคัดเลือกหุ้นและบริหารพอร์ต จึงไม่อยากให้นักลงทุนดูผลงานแค่ระยะสั้น ควรระยะยาวด้วย”นายกิตติคุณ กล่าว
สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นในไตรมาส 2 ไม่มีทิศทางชัดเจน ดัชนีแกว่งตัวแคบ จึงเห็นนักลงทุนขายกองทุนหุ้นออกมา จากก่อนหน้ามีแรงซื้อสุทธิเข้ามาค่อนข้างมาก
[caption id="attachment_176149" align="aligncenter" width="475"]
หุ้นแบงก์หนุกำไรกองทุนโต ส่องผลงานครึ่งปี ‘เกินครึ่ง’ ชนะตลาด “บลจ.กรุงศรี”แชมป์[/caption]
สำหรับกองทุนที่ทำผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีไฟแนนเชี่ยลโฟกัสปันผล 17.81% ส่วนกลุ่มหุ้นขนาดกลางและเล็กผลตอบแทนสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นไดนามิคปันผล 14.67% กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นไดนามิก 14.58% กองทุนเปิดบัวหลวงธนคม 10.69% กองทุนเปิดกรุงศรีไทยสมอล-มิดแคปอิควิตี้ 10.44% และ กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐาน 10.25%
ทั้งนี้ จากข้อมูลเปิดเผยใน Fund Fact Sheet กองทุนเปิดกรุงศรีไฟแนนเชี่ยลโฟกัสปันผล ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 พบหุ้น 5 อันดับแรกที่ลงทุน ได้แก่ บริษัท ทุนธนชาตฯ (TCAP ) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท ศรีสวัสดิ์พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) บริษัท ราชธานี ลิสซิ่งฯ (THANI) และธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ส่วนกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นไดนามิคปันผล ลงทุนหุ้น 5 อันดับแรกใน บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ฯ (WORK) ,TCAP,THANI, บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่นฯ (AAV) และ SAWAD
นายวิพุธ เอื้ออานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนตราสารทุน บลจ.กรุงศรีฯ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทจะเลือกหุ้นรายบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยไม่จำกัดว่าต้องอยู่ในอุตสาหกรรมใด หากบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานดีจะพิจารณาเป็นลำดับแรกก่อนพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ โดยกองทุนภายใต้บริหารของบริษัทส่วนใหญ่ลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มเงินทุนและลิสซิ่งค่อนข้างมากและยังมองแนวโน้มเติบโตได้ดี ส่วนกลุ่มบันเทิงต้องดูรายบริษัทที่ยังโตได้แม้อุตสาหกรรมไม่ดี ขณะเดียวกันคงเป้าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีที่ 1,640 จุด
“กรณีกองทุนไดนามิคจากข้อมูลที่เปิดเผย ลงทุนหุ้น WORK ซึ่งแนวโน้มกลุ่มบันเทิงและสื่อไม่ค่อยดี แต่บริษัทฯ ขึ้นมาเป็นผู้นำทีวีดิจิตอล เป็นต้น ส่วนหุ้นการเงินนั้นยังมองแนวโน้มยังเติบโตได้ดี”นายวิพุธ กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,277 วันที่ 9 - 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
จากผลสำรวจกองทุนหุ้นไทย ไม่รวมกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ในช่วงครึ่งปีแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)ฯ พบหลายกองทุนยังทำผลตอบแทนได้ดีและชนะตลาด เมื่อเทียบดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเพียง 2.06% โดยกองทุนที่ทำผลตอบแทนสูงสุดอยู่ในกลุ่มกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ (Equity Large- Cap) อยู่ที่ 17.81% ส่วนผลงานแย่สุดติดลบ 2.53% จากจำนวน 119 กองทุน โดยกองทุนที่ทำผลตอบแทนชนะตลาดมีจำนวน 88 กองทุนและแพ้ตลาดมี 31 กองทุน ส่วนกองทุนที่ผลตอบแทนติดลบมี 9 กองทุน
ส่วนกลุ่มกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก (Equity Small-Mid Cap) ทั้งหมด 35 กองทุน ทำผลตอบแทนได้สูงสุดที่ 14.67% และแย่สุดติดลบ 7.41% โดยกองทุนที่ผลตอบแทนชนะตลาดมีจำนวน 17 กองทุน และแพ้ตลาดมีจำนวน 18 กองทุน ส่วนกองทุนที่ผลตอบแทนติดลบมี 13 กองทุน
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุนอาวุโส บริษัทมอร์นิ่งสตาร์รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมครึ่งปีแรกตลาดหุ้นไทยค่อนข้างทรงตัว โดยกองทุนหุ้นไทยที่ทำผลตอบแทนได้สูงส่วนใหญ่มีน้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และเกี่ยวข้องธุรกิจการเงิน
“แนวโน้มในครึ่งปีหลังมองการลงทุนค่อนข้างยากกว่าช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากราคาหุ้นกลุ่มพลังงานขึ้นำก่อนในปี 2559 มาครึ่งปีนี้หุ้นแบงก์ สิลซิ่งปรับตัวขึ้น จึงเหลือหุ้นขนาดใหญ่อย่างสื่อสารที่ราคายังนิ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้จัดการกองทุนคัดเลือกหุ้นและบริหารพอร์ต จึงไม่อยากให้นักลงทุนดูผลงานแค่ระยะสั้น ควรระยะยาวด้วย”นายกิตติคุณ กล่าว
สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นในไตรมาส 2 ไม่มีทิศทางชัดเจน ดัชนีแกว่งตัวแคบ จึงเห็นนักลงทุนขายกองทุนหุ้นออกมา จากก่อนหน้ามีแรงซื้อสุทธิเข้ามาค่อนข้างมาก
[caption id="attachment_176149" align="aligncenter" width="475"]
สำหรับกองทุนที่ทำผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีไฟแนนเชี่ยลโฟกัสปันผล 17.81% ส่วนกลุ่มหุ้นขนาดกลางและเล็กผลตอบแทนสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นไดนามิคปันผล 14.67% กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นไดนามิก 14.58% กองทุนเปิดบัวหลวงธนคม 10.69% กองทุนเปิดกรุงศรีไทยสมอล-มิดแคปอิควิตี้ 10.44% และ กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐาน 10.25%
ทั้งนี้ จากข้อมูลเปิดเผยใน Fund Fact Sheet กองทุนเปิดกรุงศรีไฟแนนเชี่ยลโฟกัสปันผล ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 พบหุ้น 5 อันดับแรกที่ลงทุน ได้แก่ บริษัท ทุนธนชาตฯ (TCAP ) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท ศรีสวัสดิ์พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) บริษัท ราชธานี ลิสซิ่งฯ (THANI) และธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ส่วนกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นไดนามิคปันผล ลงทุนหุ้น 5 อันดับแรกใน บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ฯ (WORK) ,TCAP,THANI, บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่นฯ (AAV) และ SAWAD
นายวิพุธ เอื้ออานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนตราสารทุน บลจ.กรุงศรีฯ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทจะเลือกหุ้นรายบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยไม่จำกัดว่าต้องอยู่ในอุตสาหกรรมใด หากบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานดีจะพิจารณาเป็นลำดับแรกก่อนพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ โดยกองทุนภายใต้บริหารของบริษัทส่วนใหญ่ลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มเงินทุนและลิสซิ่งค่อนข้างมากและยังมองแนวโน้มเติบโตได้ดี ส่วนกลุ่มบันเทิงต้องดูรายบริษัทที่ยังโตได้แม้อุตสาหกรรมไม่ดี ขณะเดียวกันคงเป้าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีที่ 1,640 จุด
“กรณีกองทุนไดนามิคจากข้อมูลที่เปิดเผย ลงทุนหุ้น WORK ซึ่งแนวโน้มกลุ่มบันเทิงและสื่อไม่ค่อยดี แต่บริษัทฯ ขึ้นมาเป็นผู้นำทีวีดิจิตอล เป็นต้น ส่วนหุ้นการเงินนั้นยังมองแนวโน้มยังเติบโตได้ดี”นายวิพุธ กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,277 วันที่ 9 - 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560






