
หุ้น PE พุ่ง28% รับขายธุรกิจลิซซิ่งคืนหนี้ภาษี-ส่อรอดคดี NWR
บอร์ด "พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์" ไฟเขียวขายหุ้นธุรกิจลิซซิ่งทั้งหมด ให้แก่ผู้สนใจ ราคาไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 4.49 บาท รวมมูลค่า 260 ล้านบาท นำเงินชำระหนี้ค่าภาษีอากร ส่วนกรณีถูก "เนาวรัตน์พัฒนาการ" ฟ้องทนายความประเมินบริษัทไม่ต้องรับผิด
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น PE วันที่ 5 ก.ค.2560 ค่อนข้างคึกคัก เปิดตลาด 0.56 บาท บวก 0.02 บาท จากวันก่อนหน้า หลังจากนั้นไม่นานราคาทะยานขึ้นแตะสูงสุด 0.70 บาท และล่าสุดปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 0.69 บาท บวก 0.15 บาท หรือ 27.78% มูลค่าซื้อขาย 21.24 ล้านบาท
บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PE แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติให้บริษัทฯ ขายหุ้นสามัญที่ถืออยู่ในบริษัท พรีเมียร์ อินเตอร์ ลิซซิ่ง จำกัด (PIL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ในราคาขายไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 4.49 บาท ทำให้บริษัทได้รับชำระราคาเป็นเงินจำนวน 260 ล้านบาท ให้แก่บุคคลที่สนใจที่ให้ราคาสูงสุด ภายในเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ค่าภาษีอากรที่มีต่อกรมสรรพากร
ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขแดงที่ 5316/2559 ระหว่างกรมสรรพากร โจทก์ และบริษัทฯ จำเลยที่ 1 และบริษัทพรีเมียร์ อินฟราสตรัคเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จำเลยที่ 2 ร่วมกันชดใช้หนี้ค่าภาษีอากรค้างรวม 251.69 ลานบาท ให้แก่โจทก์
บริษัทกำหนดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2560 ในวันที่ 9 ต.ค.2560 โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในวันที่ 5 ก.ย.26. และรวบรวมรายชื่อโดยปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 6 ก.ย.256
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2560 บริษัทฯ ถูกบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR ยื่นฟ้องเป็นจำเลยในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ พก.6/2558 ในฐานะบริษัทเป็นหุ้นส่วนของกิจการร่วมค้า ซึ่งประกอบด้วยบริษัทฯ บริษัท เพท เอ็นจิเนียส์ อิงค์และบริษัท ล็อควูด แอนดรูส์ แอนด์ นิวแนม อิงค์ (พีอี-เพทแลน) ให้ร่วมรับผิดในค่างานที่กิจการร่วมค้าค้างชำระตั้งแต่ปี 2544-2546 เป็นเงินต้น 650.79 ล้านบาท และดอกเบี้ย 653.01 ล้านบาท
ทั้งนี้ กิจการร่วมค้าพีอี-เพทแลนด จัดตั้งเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2539 เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับเหมาก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียจากกรุงเทพมหานคร โดยในขณะที่จัดตั้งบริษัทเป็นผู้ร่วมทุนรายหนึ่ง และกิจการร่วมค้าฯได้ว่าจ้าง NWR เป็นผู้รับเหมาช่วงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งปี 2543 เป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทอยู่ในระหวางปรับโครงสร้างธุรกิจและได้โอนสัดส่วนการลงทุนในบริษัท ซึ่งมิใช่ธุรกิจหลักของบริษัท รวมถึงสัดส่วนการลงทุนในกิจการร่วมค้าไปให้แก่บุคคลอื่น
อย่างไรก็ตามบริษัทได้ยื่นให้การต่อศาลแล้ว โดยขณะนี้ศาลล้มละลายกลางดำเนินกระบวนการพิจารณาในส่วนของการสืบพยานคู่ความทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้วและคาดว่าจะมีคำพิพากษาประมาณวันที่ 30 พ.ย.2560 ซึ่งทนายความผู้รับผิดชอบคดีให้ความเห็นว่า บริษัทไม่น่าจะต้องรับผิดตามฟ้องศาล
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น PE วันที่ 5 ก.ค.2560 ค่อนข้างคึกคัก เปิดตลาด 0.56 บาท บวก 0.02 บาท จากวันก่อนหน้า หลังจากนั้นไม่นานราคาทะยานขึ้นแตะสูงสุด 0.70 บาท และล่าสุดปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 0.69 บาท บวก 0.15 บาท หรือ 27.78% มูลค่าซื้อขาย 21.24 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขแดงที่ 5316/2559 ระหว่างกรมสรรพากร โจทก์ และบริษัทฯ จำเลยที่ 1 และบริษัทพรีเมียร์ อินฟราสตรัคเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จำเลยที่ 2 ร่วมกันชดใช้หนี้ค่าภาษีอากรค้างรวม 251.69 ลานบาท ให้แก่โจทก์
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2560 บริษัทฯ ถูกบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR ยื่นฟ้องเป็นจำเลยในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ พก.6/2558 ในฐานะบริษัทเป็นหุ้นส่วนของกิจการร่วมค้า ซึ่งประกอบด้วยบริษัทฯ บริษัท เพท เอ็นจิเนียส์ อิงค์และบริษัท ล็อควูด แอนดรูส์ แอนด์ นิวแนม อิงค์ (พีอี-เพทแลน) ให้ร่วมรับผิดในค่างานที่กิจการร่วมค้าค้างชำระตั้งแต่ปี 2544-2546 เป็นเงินต้น 650.79 ล้านบาท และดอกเบี้ย 653.01 ล้านบาท
ทั้งนี้ กิจการร่วมค้าพีอี-เพทแลนด จัดตั้งเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2539 เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับเหมาก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียจากกรุงเทพมหานคร โดยในขณะที่จัดตั้งบริษัทเป็นผู้ร่วมทุนรายหนึ่ง และกิจการร่วมค้าฯได้ว่าจ้าง NWR เป็นผู้รับเหมาช่วงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งปี 2543 เป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทอยู่ในระหวางปรับโครงสร้างธุรกิจและได้โอนสัดส่วนการลงทุนในบริษัท ซึ่งมิใช่ธุรกิจหลักของบริษัท รวมถึงสัดส่วนการลงทุนในกิจการร่วมค้าไปให้แก่บุคคลอื่น
อย่างไรก็ตามบริษัทได้ยื่นให้การต่อศาลแล้ว โดยขณะนี้ศาลล้มละลายกลางดำเนินกระบวนการพิจารณาในส่วนของการสืบพยานคู่ความทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้วและคาดว่าจะมีคำพิพากษาประมาณวันที่ 30 พ.ย.2560 ซึ่งทนายความผู้รับผิดชอบคดีให้ความเห็นว่า บริษัทไม่น่าจะต้องรับผิดตามฟ้องศาล






