
POLAR เลื่อนประชุมผู้ถือหุ้น รอศาลไต่สวนฟื้นฟูกิจการ
“บอร์ดโพลาริส” เลื่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นจาก 21 ก.ค. ออกไปเป็น 22 ก.ย.นี้ เหตุศาลเลื่อนไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการออกไปเป็น 31 ส.ค. ทั้งอยู่ระหว่างเลือกผู้สอบบัญชีและแต่งตั้งกรรมการเพิ่ม
ผู้ช่วยศาสตรจารย์ ดร.ญาณกร วรากุลรักษ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) หรือ POLAR เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เลื่อนวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 จากวันที่ 21 ก.ค.2560 เป็นวันที่ 22 ก.ย.2560 และมีมติกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ครั้งใหม่ในวันที่ 4 ก.ย.2560 และกำหนดวันรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นครั้งใหม่ โดยปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 5 ก.ย.2560 โดยยกเลิกวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น จากเดิมวันที่ 29 มิ.ย.2560 และยกเลิกวันรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นจากเดิมในวันที่ 30 มิ.ย.2560
สาเหตุเนื่องจากศาลล้มละลายกลางเนื่องจากศาลล้มละลายได้มีคําสั่งให้เลื่อนการนัดไต่สวนคําร้องขอฟื้้นฟูกิจการออกไปเป็นวันที่ 31 ส.ค.2560 เวลา 09.00 น. ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ เห็นว่าควรรอคําสั่งของศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าว
คณะกรรมการอยู่ระหว่างการติดต่อและสรรหาผู้สอบบัญชี เพื่อทําการสอบทานและตรวจสอบงบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย ประจําปี 2560 ซึ่งในปัจจุบัน อยู่ระหว่างการติดต่อและตกลงกับผู้สอบบัญชีหลายราย และคาดว่าจะสามารถคัดเลือกและได้รับการตอบรับจากผู้สอบบัญชีภายในเดือนกรกฎาคมนี้
นอกจากนี้ตามที่ผู้ถือหุ้นกลุ่มนายอนุวิทย์ ตันติเสเวกุล ได้เสนอมายังคณะกรรมการบริษัทเพื่อขอให้จัดประชุม โดยให้พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งกรรมการใหม่เพิ่มอีกจํานวน 15 ท่าน โดยระบุเหตุผลว่าในปัจจุบัน กรรมการบริษัทมีไม่เพียงพอในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ จึงจําเป็นต้องแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติม ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาจากจํานวนกรรมการในปัจจุบันที่มีจํานวน 7 คน (กรรมการเดิม จํานวน 5 คน และกรรมการใหม่ที่แต่งตั้งแทนกรรมการเดิมที่ลาออก จํานวน 2 คน แต่อยู่ในระหว่างการจดทะเบียนเพิ่มเติมกรรมการต่อนายทะเบียนบริษัทมหาชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์) ส่งผลให้หากมีการพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมอีกจํานวน 15 คนตามที่กลุ่มนายอนุวิทย์ ตันติเสเวกุล เสนอมา จะทําให้บริษัทมีกรรมการ จํานวน 22 คน ซึ่งเมื่อเทียบกับสภาพธุรกิจของบริษัทในปัจจุบันแล้ว อาจจะมีจํานวนไม่เหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการอยู่ระหว่างการเจรจาจํานวนกรรมการที่เพิ่มเติมกับกลุ่มนายอนุวิทย์ ตันติเสเวกุล
จากเหตุผลดังกล่าวที่ประชุมคณะกรรมการเห็นว่าควรจะเลื่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจําปี 2560 ออกไปเป็นวันที่ 22 ก.ย.2560 เพื่อให้ประเด็นที่ยังคงค้าง สามารถสรุปรายละเอียดและได้ข้อยุติ ซึ่งหากคณะกรรมการจะยังคงจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจําปี 2560 ในวันเดิม และอาจจะต้องประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในภายหลังในระยะเวลาอันใกล้จะส่งผลให้บริษัทจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่อนข้างมากสําหรับการจัดประชุมในแต่ละครั้ง
สาเหตุเนื่องจากศาลล้มละลายกลางเนื่องจากศาลล้มละลายได้มีคําสั่งให้เลื่อนการนัดไต่สวนคําร้องขอฟื้้นฟูกิจการออกไปเป็นวันที่ 31 ส.ค.2560 เวลา 09.00 น. ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ เห็นว่าควรรอคําสั่งของศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าว
คณะกรรมการอยู่ระหว่างการติดต่อและสรรหาผู้สอบบัญชี เพื่อทําการสอบทานและตรวจสอบงบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย ประจําปี 2560 ซึ่งในปัจจุบัน อยู่ระหว่างการติดต่อและตกลงกับผู้สอบบัญชีหลายราย และคาดว่าจะสามารถคัดเลือกและได้รับการตอบรับจากผู้สอบบัญชีภายในเดือนกรกฎาคมนี้
นอกจากนี้ตามที่ผู้ถือหุ้นกลุ่มนายอนุวิทย์ ตันติเสเวกุล ได้เสนอมายังคณะกรรมการบริษัทเพื่อขอให้จัดประชุม โดยให้พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งกรรมการใหม่เพิ่มอีกจํานวน 15 ท่าน โดยระบุเหตุผลว่าในปัจจุบัน กรรมการบริษัทมีไม่เพียงพอในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ จึงจําเป็นต้องแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติม ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาจากจํานวนกรรมการในปัจจุบันที่มีจํานวน 7 คน (กรรมการเดิม จํานวน 5 คน และกรรมการใหม่ที่แต่งตั้งแทนกรรมการเดิมที่ลาออก จํานวน 2 คน แต่อยู่ในระหว่างการจดทะเบียนเพิ่มเติมกรรมการต่อนายทะเบียนบริษัทมหาชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์) ส่งผลให้หากมีการพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมอีกจํานวน 15 คนตามที่กลุ่มนายอนุวิทย์ ตันติเสเวกุล เสนอมา จะทําให้บริษัทมีกรรมการ จํานวน 22 คน ซึ่งเมื่อเทียบกับสภาพธุรกิจของบริษัทในปัจจุบันแล้ว อาจจะมีจํานวนไม่เหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการอยู่ระหว่างการเจรจาจํานวนกรรมการที่เพิ่มเติมกับกลุ่มนายอนุวิทย์ ตันติเสเวกุล
จากเหตุผลดังกล่าวที่ประชุมคณะกรรมการเห็นว่าควรจะเลื่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจําปี 2560 ออกไปเป็นวันที่ 22 ก.ย.2560 เพื่อให้ประเด็นที่ยังคงค้าง สามารถสรุปรายละเอียดและได้ข้อยุติ ซึ่งหากคณะกรรมการจะยังคงจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจําปี 2560 ในวันเดิม และอาจจะต้องประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในภายหลังในระยะเวลาอันใกล้จะส่งผลให้บริษัทจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่อนข้างมากสําหรับการจัดประชุมในแต่ละครั้ง






