
ผู้ถือหุ้น AQ ไฟเขียวเพิ่มทุน มั่นใจคืนหนี้กรุงไทยฉลุย
"เอคิว เอสเตท" เผยผู้ถือหุ้นไฟเขียวแผนเพิ่มทุนขาย PP ก่อน RO ชี้ข้อดี ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ต้องจ่ายเงินจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนก่อน หนุนแผนปรับโครงสร้างหนี้แบงก์กรุงไทยสำเร็จ
บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ AQ แจ้งว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ลดทุนจดทะเบียนในส่วนที่ยังไม่ได้จำหน่าย จำนวน 5,321,839,806.50 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 10,643,679,613 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท ด้วยคะแนนเสียง 4,405,723,073 คิดเป็น 94.1918% พร้อมทั้งอนุมัติแนวทางการเพิ่มทุนของบริษัทฯ แบบที่ 2 ด้วยการเพิ่มทุนให้แก่ผู้บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ก่อนการเพิ่มทุนให้แก่หุ้นเดิม ด้วยคะแนนเสียง 4,339,532,307 คิดเป็น 91.7833%
ทั้งนี้ ได้อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 140,668,670,884 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 281,337,341,768 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยภายหลังการเพิ่มทุนแล้ว บริษัทฯ จะมีทุนจดทะเบียนจำนวน 147,006,012,651.50 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 294,012,025,303 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,429,986,624 คะแนนเสียง คิดเป็น 93.6945%
นอกจากนี้อนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 4 (AQ-W4) จำนวนไม่เกิน 56,337,341,768 หน่วย ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,226,945,204 คะแนนเสียง คิดเป็น 89.4002% และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 100,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่บุคคลในวงจำกัด ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,412,840,486 คะแนนเสียง คิดเป็น 93.4397% และอนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 56,337,341,768 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 4 (AQ-W4)ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,216,442,943 คะแนนเสียง คิดเป็น 89.3163%
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังได้อนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 125,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,452,694,782 คะแนนเสียง คิดเป็น 94.2836% และ จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และที่เหลือจากการจัดสรรให้แก่บุคคลในวงจำกัด นำมาจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,430,676,621 คะแนนเสียง คิดเป็น 93.8174%
ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นต่างให้ความสนใจเข้าร่วมประชุม โดยหลายท่านได้มีข้อซักถามและข้อเสนอแนะเสนอต่อประธานและกรรมการในที่ประชุม ซึ่งเป็นการร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อที่จะนำพาบริษัทฯ ไปสู่ทางออกในการแก้ไขปัญหา โดยการเพิ่มทุนให้แก่ผู้บุคคลในวงจำกัด ก่อนการเพิ่มทุนให้แก่หุ้นเดิม ซึ่งมีข้อดีคือ ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ต้องจ่ายเงินจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนก่อน ในขณะที่สถานะและสถานการณ์ของบริษัทยังไม่มีความแน่นอนในการเจรจาการชำระหนี้กับธนาคารกรุงไทย (KTB) ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ทั้งนี้การเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัดจะใช้ระยะเวลาอันสั้น
ภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทฯ จะสามารถดำเนินการติดต่อนักลงทุน และสามารถจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่นักลงทุนโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ ทราบถึงจำนวนเงินที่แน่นอนที่จะได้รับในเบื้องต้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีโอกาสในการหาข้อสรุปการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารกรุงไทยได้สำเร็จสูง ซึ่งเมื่อการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารกรุงไทยมีความชัดเจน ผู้ถือหุ้นเดิมจะสามารถมั่นใจได้ว่าการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นเดิมจะสามารถร่วมแก้ไขปัญหาของบริษัทฯ ได้
วัตถุประสงค์หลักของการเพิ่มทุนและการใช้เงินทุนในส่วนที่เพิ่มคือ เพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง เพื่อพัฒนาโครงการต่าง ๆ ของบริษัทฯ ในลงทุนโครงการใหม่ในอนาคต และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ
ทั้งนี้ ได้อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 140,668,670,884 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 281,337,341,768 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยภายหลังการเพิ่มทุนแล้ว บริษัทฯ จะมีทุนจดทะเบียนจำนวน 147,006,012,651.50 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 294,012,025,303 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,429,986,624 คะแนนเสียง คิดเป็น 93.6945%
นอกจากนี้อนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 4 (AQ-W4) จำนวนไม่เกิน 56,337,341,768 หน่วย ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,226,945,204 คะแนนเสียง คิดเป็น 89.4002% และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 100,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่บุคคลในวงจำกัด ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,412,840,486 คะแนนเสียง คิดเป็น 93.4397% และอนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 56,337,341,768 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 4 (AQ-W4)ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,216,442,943 คะแนนเสียง คิดเป็น 89.3163%
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังได้อนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 125,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,452,694,782 คะแนนเสียง คิดเป็น 94.2836% และ จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และที่เหลือจากการจัดสรรให้แก่บุคคลในวงจำกัด นำมาจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นด้วย 4,430,676,621 คะแนนเสียง คิดเป็น 93.8174%
ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นต่างให้ความสนใจเข้าร่วมประชุม โดยหลายท่านได้มีข้อซักถามและข้อเสนอแนะเสนอต่อประธานและกรรมการในที่ประชุม ซึ่งเป็นการร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อที่จะนำพาบริษัทฯ ไปสู่ทางออกในการแก้ไขปัญหา โดยการเพิ่มทุนให้แก่ผู้บุคคลในวงจำกัด ก่อนการเพิ่มทุนให้แก่หุ้นเดิม ซึ่งมีข้อดีคือ ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ต้องจ่ายเงินจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนก่อน ในขณะที่สถานะและสถานการณ์ของบริษัทยังไม่มีความแน่นอนในการเจรจาการชำระหนี้กับธนาคารกรุงไทย (KTB) ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ทั้งนี้การเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัดจะใช้ระยะเวลาอันสั้น
ภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทฯ จะสามารถดำเนินการติดต่อนักลงทุน และสามารถจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่นักลงทุนโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ ทราบถึงจำนวนเงินที่แน่นอนที่จะได้รับในเบื้องต้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีโอกาสในการหาข้อสรุปการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารกรุงไทยได้สำเร็จสูง ซึ่งเมื่อการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารกรุงไทยมีความชัดเจน ผู้ถือหุ้นเดิมจะสามารถมั่นใจได้ว่าการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นเดิมจะสามารถร่วมแก้ไขปัญหาของบริษัทฯ ได้
วัตถุประสงค์หลักของการเพิ่มทุนและการใช้เงินทุนในส่วนที่เพิ่มคือ เพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง เพื่อพัฒนาโครงการต่าง ๆ ของบริษัทฯ ในลงทุนโครงการใหม่ในอนาคต และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ






