thansettakij
thansettakij
"บัณฑูร" แนะเอกชน-ธนาคารปรับตัว ต้านความเสี่ยงซ้ำรอยวิกฤติต้มยำกุ้ง

"บัณฑูร" แนะเอกชน-ธนาคารปรับตัว ต้านความเสี่ยงซ้ำรอยวิกฤติต้มยำกุ้ง

27 มิ.ย. 60 | 09:16 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 60 | 16:22 น.
"บัณฑูร" มองจีดีพีขยายตัว 3.3-3.4% เชื่อลงทุนภาครัฐดันจีดีพี-สินเชื่อปีหน้าโต 6-7% ย้ำ ทุกคนปรับตัวไม่ซ้ำรอยฟองสบู่ เหตุอดีตทำเกินตัว จนความเสี่ยงระเบิด

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้น่าจะขยายตัวได้ในระดับ 3.3-3.4% บนพื้นฐานสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 4-6% โดยในช่วง 5 เดือนแรกเติบโตแล้ว 2.3% ซึ่งคาดว่าในปี 2561 สินเชื่อจะขยายตัวได้ 6-7% มาจากการลงทุนภาครัฐในส่วนของโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้า เป็นต้น ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทั้งระบบแม้ว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ช้า แต่คาดว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีจะกลับมาดีขึ้น โดยเอ็นพีแอลน่าจะอยู่ในกรอบ 3.3-3.4% ซึ่งในไตรมาสที่ 1 เอ็นพีแอลของธนาคารอยู่ที่ 3.3% ถือว่าสามารถบริหารจัดการได้ดี อย่างไรก็ดี ในส่วนของกรณีเอิร์ธเชื่อว่าไม่มีผลต่อเอ็นพีแอลให้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

[caption id="attachment_170243" align="aligncenter" width="407"] นายบัณฑูร ล่ำซำ นายบัณฑูร ล่ำซำ[/caption]

สำหรับบทเรียนวิกฤติต้มยำกุ้ง จะเห็นว่าแต่ละยุคแต่ละสมัยมีความท้าทายแตกต่างกัน ในอดีตแห่กันเสี่ยงนึกว่าจะได้อย่างเดียว ซื้อหุ้นเก็งที่ดิน เพราะว่าคิดว่าไม่เป็นไร กู้เงินก็ดอกเบี้ยต่ำ ขอธนาคารก็ให้กู้ ขายก็ต้องได้กำไร พอมาถึงจุดนึงก็ตกเหวกันหมด แต่พอมาสมัยนี้ไม่ใช่ความเสี่ยงแนวทางเดียวกัน เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากระบบเศรษฐกิจโลกมีความอืดที่จะเป็นตัวถ่วง แต่อะไรที่ทำเกินไปก็สามารถแตกได้ การลงทุนเกินไปหรือก่อหนี้เกินตัว เป็นความเสี่ยงได้

อย่างไรก็ดี คนที่ปรับตัวไม่ทันก็เป็นความเสี่ยงอีกรูปแบบหนึ่ง ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ก็เช่นกันก็ต้องปรับตัวแต่จะใช้เวลานานเท่าไหร่ยังตอบไม่ได้ เพราะทุกคนก็ปรับตัว เพราะไม่มีคำตอบที่เป็นขาวดำแต่เป็นสีเทาๆ ซึ่งทั้งภาครัฐและเอกชนต้องช่วยธุรกิจรายย่อยเล็กๆ และรวบรวมพลังแก้ปัญหาให้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะปรับตัวทันหรือไม่ ส่วนภาครัฐก็ต้องสร้างพื้นฐานต่างๆ ตามโลกให้ทัน และจัดการบริหารให้ได้ เช่น ยกระดับการแก้ปัญหาเกษตร จะต้องให้เกษตรมีรายได้ เลี้ยงชีพได้ ไม่ได้ถึงเวลาจะร้องขอโครงการจำนำ เป็นต้น

"ประเภทที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กก็จะล้มก่อน ธุรกิจที่มีแรงปรับตัวและฟื้นตัวได้เร็วกว่า ซึ่งในจุดนี้ส่วนของภาครัฐก็ช่วยพยุงบุคคลกลุ่มนี้ให้กลับมายืนอยู่ในระบบได้ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับการจัดการบรบริหารต้นทุนที่เป็นระบบ ส่วนของสินเชื่อก็เป็นไปตามการเจริญเติบโตของประเทศ เพราะเศรษฐกิจไม่รองรับ ก็ต้องหาความสมดุลของประเทศถ้าเดินช้าก็ไม่ช่วย แต่ถ้าไปเร็วเกินตัวก็จะตกบ่อ ดังนั้นก็ต้องอยู่ระดับที่สมดุล คาดว่าระดับ 6-7% เป็นตัวเลขที่ไม่ช้าเกินไปและไม่เร็วจนเกินไปจนตกขอบ"
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market