
'ซิตี้ สตีล'ชี้ภาคอุตฯ-เอกชนลงทุนลดฉุดกำไรวูบ 98%
"ซิตี้ สตีล" เผยผลงานไตรมาส 3 กำไรลดลง 98% เหตุภาคเอกชนและอุตสาหกรรมลงทุนลดลงต่อเนื่อง กระทบยอดขายบริษัท ฉุดรายได้หดเหลือ 69 ล้านบาท จากงวดปีก่อนโกย 123 ล้านบาท ส่วน 9 เดือนกำไรลดลง 15%
บริษัท ซิตี้ สตีล จำกัด (มหาชน) แจ้งผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2559/2560 สิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย.2560 มีกำไรสุทธิ 0.26 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.001 บาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 13.97 ล้าบาท กำไรต่อหุ้น 0.047 บาท ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2559/2560 มีกำไรสุทธิ 43.31 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.144 บาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 51.13 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.17 บาท
นางบุญทิพย์ ช้างนิล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิตี้ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ CITY เปิดเผยว่า สาเหตุที่บริษัทมีกำไรสุทธิลดลง เป็นผลจากการลงทุนภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการในผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัท ซึ่งเป็นสินค้าทุนปรับตัวลดลงอย่างมากและส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทปรับตัวลดลง โดยในไตรมาส 3 ปี 2559/2560 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 69.10 บาท ซึ่งลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2558/2559 ซึ่งมีรายได้รวม 123.27 ล้านบาท เป็นจำนวน 54.17 ล้านบาท หรือ 43.94%
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2559/2560 รายได้ของกลุ่มบริษัทปรับตัวลดลง 29.72% เหลือ 123.56 ล้านบาท จาก 415.76 ล้านบาท ในปี 2558/2559 เหลือ 292.20 ล้านบาท ในปี 2559/2560
อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้การแข่งขันมีความรุนแรงมากขึ้น กลุ่มบริษัทจึงต้องมีการลดสัดส่วนกำไรขั้นต้นลง เพื่อรักษายอดขายและฐานลูค้าของกลุ่มบริษัทไว้ นอกจากนั้นการปรับตัวลดลงของรายได้ประกอบกับค่าใช้จ่ายบางรายการเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ จึงทำให้กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทลดลงตามไปด้วย โดยในไตรมาส 3 ปรับตัวลดลง 13.71 ล้านบาท หรือ 98.14% จาก 13.97 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2558/2559 เหลือ 0.26 ล้านบาท ในปี 2559/2560 และสำหรับงวด 9 เดือนของปี 2559/2560 ปรับตัวลดลงเหลือ 43.31 ล้านบาท โดยลดลงจำนวน 7.82 ล้านบาท คิดเป็น 15.29% จาก 51.13 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
นางบุญทิพย์ ช้างนิล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิตี้ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ CITY เปิดเผยว่า สาเหตุที่บริษัทมีกำไรสุทธิลดลง เป็นผลจากการลงทุนภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการในผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัท ซึ่งเป็นสินค้าทุนปรับตัวลดลงอย่างมากและส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทปรับตัวลดลง โดยในไตรมาส 3 ปี 2559/2560 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 69.10 บาท ซึ่งลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2558/2559 ซึ่งมีรายได้รวม 123.27 ล้านบาท เป็นจำนวน 54.17 ล้านบาท หรือ 43.94%
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2559/2560 รายได้ของกลุ่มบริษัทปรับตัวลดลง 29.72% เหลือ 123.56 ล้านบาท จาก 415.76 ล้านบาท ในปี 2558/2559 เหลือ 292.20 ล้านบาท ในปี 2559/2560
อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้การแข่งขันมีความรุนแรงมากขึ้น กลุ่มบริษัทจึงต้องมีการลดสัดส่วนกำไรขั้นต้นลง เพื่อรักษายอดขายและฐานลูค้าของกลุ่มบริษัทไว้ นอกจากนั้นการปรับตัวลดลงของรายได้ประกอบกับค่าใช้จ่ายบางรายการเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ จึงทำให้กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทลดลงตามไปด้วย โดยในไตรมาส 3 ปรับตัวลดลง 13.71 ล้านบาท หรือ 98.14% จาก 13.97 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2558/2559 เหลือ 0.26 ล้านบาท ในปี 2559/2560 และสำหรับงวด 9 เดือนของปี 2559/2560 ปรับตัวลดลงเหลือ 43.31 ล้านบาท โดยลดลงจำนวน 7.82 ล้านบาท คิดเป็น 15.29% จาก 51.13 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน






