
'ทิสโก้'ชี้หุ้นไทยเสี่ยง 'ปรับฐาน' ตามหุ้นโลก
"ทิสโก้" มองตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว มีความเสี่ยงตลาดปรับฐาน ขณะที่หุ้นไทยยัง Underperform ตลาดหุ้นอื่นอยู่มาก เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี มีโอกาส Fund Flow ไหลเข้า แนะนำลงทุนแบบเลือกซื้อรายตัวในหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล. ทิสโก้ มองภาพรวมตลาดหุ้นไทยในงานสัมมนา TISCO Monthly Guru Updates ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มมีราคาแพง นำโดย S&P500 ของสหรัฐฯ ซึ่งมี Forward P/E ที่ 18 เท่า สูงในระดับเดียวกับช่วง Dot Com Crisis และไม่มีการปรับฐานลงเกินกว่า 5% มาอย่างต่อเนื่องถึง 10 เดือน (นับตั้งแต่ ก.ค. ปีที่แล้ว) ซึ่งโดยปกติ S&P500 จะปรับฐานลงทุกๆ 6 เดือน ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจไม่ได้ออกมาดีอย่างที่คาดการณ์ไว้ จึงมีแนวโน้มที่ S&P500 จะย่อตัวลง และฉุดตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลกให้ลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมี ความเสี่ยงอื่นๆ ที่ต้องเฝ้าจับตา เช่น การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) การเลือกตั้งอังกฤษและอิตาลี และการคิดคำนวณตลาดหุ้น A-Share ใน MSCI
อย่างไรก็ตามการย่อตัวลงของตลาดหุ้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นญี่ปุ่นและตลาดหุ้นไทย ยังถือว่ามีราคาไม่แพงมาก โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 5 เดือนของตลาดหุ้นญี่ปุ่นอยู่ที่ 2% ส่วนตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 1.4% ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นๆ ในเอเชียปรับขึ้นไปทำ All Time High เช่น อินเดียที่ 14% ฟิลิปปินส์ 14% และอินโดนีเซียที่ 9% และหากเปรียบเทียบในประเทศกลุ่ม TIP (ไทย,อินโดนีเซีย,ฟิลิปปินส์) ตลาดหุ้นไทยมี P/E ต่ำที่สุดในกลุ่มที่ 15 เท่า ขณะที่อินโดนีเซียอยู่ที่ 16 เท่า และ ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 18 เท่า
ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดหุ้นไทยยัง Laggard ตลาดหุ้นในภูมิภาคอยู่มากจึงมองว่ามีโอกาส Fund Flow จากต่างประเทศจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทย โดยปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติยังคงลงทุนในตลาดหุ้นไทยไม่มาก นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดีจากโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่นโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ การเติบโตของการส่งออก และความชัดเจนเรื่องการการเลือกตั้งที่จะช่วยหนุนความเชื่อมั่น
“คาดว่า SET Index จะปรับลดลงตามหุ้นโลกแต่จะลงไม่ต่ำกว่า 1,550 จุด แล้วปรับขึ้นแบบ Sideways Up โดยคงเข้าเป้าหมายที่ 1,650 จุด โดยมีแนวต้านระหว่างทางที่ 1,600 และ 1,620 จุด หากผิดคาด SET Index ปรับตัวลงต่ำกว่า 1,550 จุด ก็น่าจะไปสร้างฐานใหม่ที่ 1,530 จุด สำหรับคำแนะนำการลงทุนในเดือน มิ.ย. ยังคงแนะนำให้ลงทุนเลือกลงทุนเป็นรายตัว (Selective Buy) แต่ฐานราคาต่ำ แต่มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากโครงการภาครัฐ เช่นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม”นายวิวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ งานสัมมนา TISCO Monthly GURU Updates จะจัดเป็นประจำทุกเดือนเพื่อเผยแพร่บทวิเคราะห์และทิศทางการลงทุนเพื่อช่วยให้ลูกค้าคนสำคัญบรรลุเป้าหมายทางการเงิน นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในการเป็น Top Advisory House ของทิสโก้
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล. ทิสโก้ มองภาพรวมตลาดหุ้นไทยในงานสัมมนา TISCO Monthly Guru Updates ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มมีราคาแพง นำโดย S&P500 ของสหรัฐฯ ซึ่งมี Forward P/E ที่ 18 เท่า สูงในระดับเดียวกับช่วง Dot Com Crisis และไม่มีการปรับฐานลงเกินกว่า 5% มาอย่างต่อเนื่องถึง 10 เดือน (นับตั้งแต่ ก.ค. ปีที่แล้ว) ซึ่งโดยปกติ S&P500 จะปรับฐานลงทุกๆ 6 เดือน ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจไม่ได้ออกมาดีอย่างที่คาดการณ์ไว้ จึงมีแนวโน้มที่ S&P500 จะย่อตัวลง และฉุดตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลกให้ลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมี ความเสี่ยงอื่นๆ ที่ต้องเฝ้าจับตา เช่น การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) การเลือกตั้งอังกฤษและอิตาลี และการคิดคำนวณตลาดหุ้น A-Share ใน MSCI
อย่างไรก็ตามการย่อตัวลงของตลาดหุ้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นญี่ปุ่นและตลาดหุ้นไทย ยังถือว่ามีราคาไม่แพงมาก โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 5 เดือนของตลาดหุ้นญี่ปุ่นอยู่ที่ 2% ส่วนตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 1.4% ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นๆ ในเอเชียปรับขึ้นไปทำ All Time High เช่น อินเดียที่ 14% ฟิลิปปินส์ 14% และอินโดนีเซียที่ 9% และหากเปรียบเทียบในประเทศกลุ่ม TIP (ไทย,อินโดนีเซีย,ฟิลิปปินส์) ตลาดหุ้นไทยมี P/E ต่ำที่สุดในกลุ่มที่ 15 เท่า ขณะที่อินโดนีเซียอยู่ที่ 16 เท่า และ ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 18 เท่า
“คาดว่า SET Index จะปรับลดลงตามหุ้นโลกแต่จะลงไม่ต่ำกว่า 1,550 จุด แล้วปรับขึ้นแบบ Sideways Up โดยคงเข้าเป้าหมายที่ 1,650 จุด โดยมีแนวต้านระหว่างทางที่ 1,600 และ 1,620 จุด หากผิดคาด SET Index ปรับตัวลงต่ำกว่า 1,550 จุด ก็น่าจะไปสร้างฐานใหม่ที่ 1,530 จุด สำหรับคำแนะนำการลงทุนในเดือน มิ.ย. ยังคงแนะนำให้ลงทุนเลือกลงทุนเป็นรายตัว (Selective Buy) แต่ฐานราคาต่ำ แต่มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากโครงการภาครัฐ เช่นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม”นายวิวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ งานสัมมนา TISCO Monthly GURU Updates จะจัดเป็นประจำทุกเดือนเพื่อเผยแพร่บทวิเคราะห์และทิศทางการลงทุนเพื่อช่วยให้ลูกค้าคนสำคัญบรรลุเป้าหมายทางการเงิน นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในการเป็น Top Advisory House ของทิสโก้






