
ลูกหนี้ใหม่ธพว.จ่ายดี เร่งกดเอ็นพีแอล 17%
ธพว.เผยลูกค้าใหม่ 5 เดือนแรก ชำระหนี้ดี-เอ็นพีแอลเกิดใหม่น้อย หลังปล่อยสินเชื่อใหม่ 1.2-1.3 หมื่นล้าน เร่งเครื่องกดหนี้เสียทั้งปีให้เหลือ17%
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในปีนี้ยังมองว่ามีทั้งกลุ่มที่ดีและกลุ่มที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่วนหนึ่งมาจากการปรับตัวของผู้ประกอบการในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตามหากดูพฤติกรรมการชำระหนี้ภาพรวมของลูกค้าใหม่ค่อนข้างดี โดยในช่วง 5 เดือนแรกสินเชื่อปล่อยใหม่อยู่ที่ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาทเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)เกิดใหม่ค่อนข้างน้อย
[caption id="attachment_161330" align="aligncenter" width="503"]
นายมงคล ลีลาธรรม[/caption]
สาเหตุที่เอ็นพีแอลเกิดใหม่มีค่อนข้างน้อย เนื่องจากลูกค้าใหม่ที่เข้ามาประมาณ 70% เป็นลูกค้านิติบุคคล และอีก 30% เป็นลูกค้าบุคคล ทำให้การเข้าถึงบริการสินเชื่อหรือบริการต่างๆ และความสามารถในการแข่งขันของนิติบุคคลจะดีกว่าบุคคลธรรมดา ดังนั้นกลยุทธ์การดึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าสู่การเป็นนิติบุคคล ถือเป็นอีกเรื่องที่ธนาคารให้ความสำคัญเช่นกันนอกจากปล่อยสินเชื่อเพียงเดียว
ปัจจุบันหนี้เอ็นพีแอลอยู่ที่ระดับ 17-18% ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ทางการต้องการให้ธนาคารลดเอ็นพีแอลลงมา ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีจะจบอยู่ที่ 17% หรือมูลค่า 1.66 หมื่นล้านบาท
การบริหารจัดการหนี้เอ็นพีแอลมีทั้งในส่วนของการเจรจาจับมือคุย การฟ้องร้องและขายทอดตลาด โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่อยู่ระหว่างการฟ้องร้องและขายทอดตลาดประมาณ 160 ราย วงเงินประมาณ 7,000 ล้านบาท เป็นลูกค้ารายใหญ่วงเงินกู้เกิน 15 ล้านบาท และที่เหลือจะเป็นลูกค้ารายย่อยประมาณ 2 หมื่นราย วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ที่เน้นพูดคุยและเจรจาปรับโครงสร้างหนี้
ขณะที่อัตราการไหลกลับมาเป็นหนี้เอ็นพีแอลใหม่ (Re-Entry) ลูกค้าใหม่อยู่ที่ 7-8% ส่วนลูกค้าเก่าอยู่ที่ 17-18%ซึ่งสูงกว่าลูกค้าใหม่ เนื่องจากลูกค้าเก่ายังคงมีความเปราะบางและภูมิคุ้มกันต่อแรงกระทบยังอ่อนแอเมื่อเทียบกับลูกค้าใหม่
ส่วนโครงการ “SMEs Transformation Loan” เริ่มโครงการตั้งแต่ 21 มีนาคม วงเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีผู้ยื่นขอสินเชื่อแล้วกว่า 9,000 ล้านบาท เหลือวงเงินอีก 6,000 ล้านบาท คาดว่าภายใน 6 เดือนนับจากเปิดโครงการวงเงินน่าจะหมดตามกำหนด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,269 วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในปีนี้ยังมองว่ามีทั้งกลุ่มที่ดีและกลุ่มที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่วนหนึ่งมาจากการปรับตัวของผู้ประกอบการในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตามหากดูพฤติกรรมการชำระหนี้ภาพรวมของลูกค้าใหม่ค่อนข้างดี โดยในช่วง 5 เดือนแรกสินเชื่อปล่อยใหม่อยู่ที่ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาทเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)เกิดใหม่ค่อนข้างน้อย
[caption id="attachment_161330" align="aligncenter" width="503"]
สาเหตุที่เอ็นพีแอลเกิดใหม่มีค่อนข้างน้อย เนื่องจากลูกค้าใหม่ที่เข้ามาประมาณ 70% เป็นลูกค้านิติบุคคล และอีก 30% เป็นลูกค้าบุคคล ทำให้การเข้าถึงบริการสินเชื่อหรือบริการต่างๆ และความสามารถในการแข่งขันของนิติบุคคลจะดีกว่าบุคคลธรรมดา ดังนั้นกลยุทธ์การดึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าสู่การเป็นนิติบุคคล ถือเป็นอีกเรื่องที่ธนาคารให้ความสำคัญเช่นกันนอกจากปล่อยสินเชื่อเพียงเดียว
ปัจจุบันหนี้เอ็นพีแอลอยู่ที่ระดับ 17-18% ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ทางการต้องการให้ธนาคารลดเอ็นพีแอลลงมา ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีจะจบอยู่ที่ 17% หรือมูลค่า 1.66 หมื่นล้านบาท
การบริหารจัดการหนี้เอ็นพีแอลมีทั้งในส่วนของการเจรจาจับมือคุย การฟ้องร้องและขายทอดตลาด โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่อยู่ระหว่างการฟ้องร้องและขายทอดตลาดประมาณ 160 ราย วงเงินประมาณ 7,000 ล้านบาท เป็นลูกค้ารายใหญ่วงเงินกู้เกิน 15 ล้านบาท และที่เหลือจะเป็นลูกค้ารายย่อยประมาณ 2 หมื่นราย วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ที่เน้นพูดคุยและเจรจาปรับโครงสร้างหนี้
ขณะที่อัตราการไหลกลับมาเป็นหนี้เอ็นพีแอลใหม่ (Re-Entry) ลูกค้าใหม่อยู่ที่ 7-8% ส่วนลูกค้าเก่าอยู่ที่ 17-18%ซึ่งสูงกว่าลูกค้าใหม่ เนื่องจากลูกค้าเก่ายังคงมีความเปราะบางและภูมิคุ้มกันต่อแรงกระทบยังอ่อนแอเมื่อเทียบกับลูกค้าใหม่
ส่วนโครงการ “SMEs Transformation Loan” เริ่มโครงการตั้งแต่ 21 มีนาคม วงเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีผู้ยื่นขอสินเชื่อแล้วกว่า 9,000 ล้านบาท เหลือวงเงินอีก 6,000 ล้านบาท คาดว่าภายใน 6 เดือนนับจากเปิดโครงการวงเงินน่าจะหมดตามกำหนด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,269 วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560






