thansettakij
thansettakij
“พันธมิตรศุลกากร”สู่ Customs 4.0

“พันธมิตรศุลกากร”สู่ Customs 4.0

07 มิ.ย. 60 | 09:24 น.
อัปเดตล่าสุด :07 มิ.ย. 60 | 16:24 น.
อธิบดี “กุลิศ”เผยผลตอบรับจากภาคเอกชนกว่า 325 บริษัทเข้าร่วมโครงการพันธมิตรศุลกากร หลังจากนำร่องกับ 8กลุ่มพิกัดพบปัญหาสินค้าที่มีการนำเข้าและส่งออกมากสุด-หวังเพิ่มช่องทางสื่อสารภาคุรกิจ-ลดข้อโต้แย้งทันเหตุการณ์

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง เป็นประธานในการเปิดตัวโครงการ “พันธมิตรศุลกากร (Customs Alliances)” เพื่อปฏิรูปกระบวนการทำงานด้านศุลกากรให้มีความโปร่งใสเป็นธรรม และคล่องตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และให้เป็นไปตามมาตรฐานศุลกากรโลกในการก้าวเข้าสู่ Customs 4.0 พร้อมมอบใบรับรองการเป็นสมาชิกพันธมิตรศุลกากรให้แก่บริษัทที่ร่วมลงทะเบียนเป็นสมาชิก จำนวน 325 บริษัท ในการนี้ได้รับเกียรติจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานกว่า 800 คน ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับมาตรการสำคัญต่างๆของกรมศุลกากร อาทิ โครงการพันธมิตรศุลกากร (Customs Alliances) ,Mobile Application สำหรับสืบค้นพิกัดอัตราศุลกากรและคำวินิจฉัย ตลอดจนสรุปประเด็นสำคัญของ พ.ร.บ.ศุลกากรฉบับใหม่

[caption id="attachment_158746" align="aligncenter" width="503"] นายกุลิศ สมบัติศิริ นายกุลิศ สมบัติศิริ[/caption]

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ปัจจุบันกรมศุลกากรกำลังดำเนินการปฏิรูปกระบวนการทำงานด้านศุลกากรให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และมีความคล่องตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและให้เป็นไปตามมาตรฐานศุลกากรโลก อันเป็นการก้าวเข้าสู่ Customs 4.0 โดยกรมศุลกากรตระหนักดีว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมศุลกากรกับภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่กรมศุลกากรจะต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก การสร้างกลไกความร่วมมือที่ดีในการทำงานระหว่างกรมศุลกากรกับภาคเอกชนจึงถือเป็นภารกิจหลักในการปฏิรูปกระบวนการทำงานของกรมศุลกากร

ทั้งนี้ กรมศุลกากรจึงได้จัดทำโครงการ “พันธมิตรศุลกากร(Customs Alliances)” เพื่อเพิ่มช่องทางในการสื่อสารระหว่างภาคเอกชนกับกรมศุลกากร ในการให้คำแนะนำติดต่อประสานงาน แก้ไขปัญหาและสร้างความชัดเจน ลดข้อโต้แย้งที่จะเกิดขึ้นในด้านต่างๆทั้งปัญหาเชิงนโยบายและปัญหาหน้างานปกติ อาทิ พิธีการศุลกากร พิกัดอัตราศุลกากร ราคา ถิ่นกำเนิด กฎหมายศุลกากร สิทธิประโยชน์ และปัญหาอื่น โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่ศุลกากรจากส่วนกลาง (Account Officer Center : AOCX) ทำหน้าที่ติดต่อประสานกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านของแต่ละพื้นที่ (Account Officer Expert) เพื่อแก้ปัญหาและให้คำปรึกษาอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินพิธีการทางศุลกากร ตลอดจนได้นำ 12 มาตรการสำคัญมาเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินงาน อันเป็นการสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการ

สำหรับระยะแรกของโครงการนี้เริ่มนำร่องกับ 8 กลุ่มพิกัดที่พบปัญหาสินค้าที่มีการนำเข้าและส่งออกมากสุด ได้แก่ รหัสพิกัดในหมวด 07 : สินค้าเกษตร , รหัสพิกัดในหมวด 30 : สินค้าเภสัชกรรม ,รหัสพิกัดในหมวด 39 : สินค้าพลาสติก , รหัสพิกัดในหมวด 72 : สินค้าเหล็ก , รหัสพิกัดในหมวด 73 : สินค้าผลิตภัณฑ์จากเหล็ก , รหัสพิกัดในหมวด 84 : สินค้าเครื่องจักร , รหัสพิกัดในหมวด 85 : สินค้าIT และรหัสพิกัดในหมวด 87 : สินค้ายานพาหนะ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับผลตอบรับจากภาคเอกชนเป็นอย่างดี

ปัจจุบันมีภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 325 บริษัท หากมีข้อสงสัย ท่านสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยตรงกับทีมเลขาคณะทำงานฯ 063-904-2492 (นายปกรณ์ ตันมณีวัฒนา), 063-904-2493 (น.ส.กิตติมา ภาษีทวีเกียรติ), 063-904-2494  (ดร.ธีร์ จิตรพิทักษ์เลิศ) และ063-904-2519 (น.ส.ดวงกมล ขอพงษ์ไพบูลย์) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market