
บัญชีกลางกระตุ้นเขตพัฒนาพิเศษ 5 จังหวัด
กรมบัญชีกลางกระตุ้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจและเพิ่มความคล่องตัวในการจัดซื้อจัดจ้าง -ขยายมาตรการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู และพัฒนาฯ 5จังหวัดภาคใต้ออกไปจนถึงวันที่ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 จะมีผลใช้บังคับ
นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ได้มีมติขยายระยะเวลามาตรการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู และพัฒนาเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) ออกไป จนถึงวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. 2560 จะมีผลใช้บังคับ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ยังไม่กลับคืนเข้าสู่สภาวะปกติ
มาตรการดังกล่าว ให้ความช่วยเหลือส่วนราชการในภูมิภาค หรือส่วนราชการในส่วนกลางที่มีหน่วยงานตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ที่จะทำการจัดซื้อในวงเงินเกิน 1แสน บาท แต่ไม่เกิน 15ล้านบาท หรือจัดจ้างในวงเงินเกิน 1แสนบาท แต่ไม่เกิน 30ล้านบาท ให้สามารถจัดซื้อจัดจ้าง โดยวิธีพิเศษ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้ โดยอนุโลม โดยให้อยู่ในอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการนั้นหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณาได้ตามความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าว เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจมีความรวดเร็ว คล่องตัวมากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบยิ่งขึ้น
นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ได้มีมติขยายระยะเวลามาตรการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู และพัฒนาเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) ออกไป จนถึงวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. 2560 จะมีผลใช้บังคับ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ยังไม่กลับคืนเข้าสู่สภาวะปกติ
มาตรการดังกล่าว ให้ความช่วยเหลือส่วนราชการในภูมิภาค หรือส่วนราชการในส่วนกลางที่มีหน่วยงานตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ที่จะทำการจัดซื้อในวงเงินเกิน 1แสน บาท แต่ไม่เกิน 15ล้านบาท หรือจัดจ้างในวงเงินเกิน 1แสนบาท แต่ไม่เกิน 30ล้านบาท ให้สามารถจัดซื้อจัดจ้าง โดยวิธีพิเศษ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้ โดยอนุโลม โดยให้อยู่ในอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการนั้นหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณาได้ตามความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าว เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจมีความรวดเร็ว คล่องตัวมากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบยิ่งขึ้น






