
KTAM แนะขาย TCIF ช่วงที่ผู้เสนอซื้อกำหนด ได้ราคาสูงกว่ารอปิดกองทุน
KTAM แนะผู้ถือหน่วยกองทุน TCIF ขายหน่วยลงทุนให้ผู้เสนอซื้อ วันที่ 31 พ.ค.-28 มิ.ย. ได้ราคา 14.50 บาทต่อหน่วย สูงกว่ารอขายตอนปิดกองทุน ราคา 13.10 บาทต่อหน่วย หลัง 'กลุ่มเจริญ' ยอมปรับราคาขึ้นเพียง 1 วันก่อนขอมติ
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยคอมเมอร์เชียล (TCIF) ลงมติให้ขายทรัพย์สินทั้งหมดให้กลุ่มผู้เสนอซื้อ คือบริษัท แอสเสท เวิรด์ จำกัด รวมถึงเพิกถอนหน่วยลงทุนออกจากตลาดหลักทรัพย์แล้ว แนะนำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนขายหน่วยลงทุนให้แก่ผู้เสนอซื้อกำหนดระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-28 มิ.ย.2560 ซึ่งได้ปรับเพิ่มราคารับซื้อเป็น 14.50 บาทต่อหน่วย โดยผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเงินในวันที่ 3 ก.ค.2560
ทั้งนี้ การปรับราคาเสนอซื้อเป็นไปตามความคิดเห็นของบริษัทที่ปรึกษาซึ่งส่วนใหญ่ประเมินราคาที่เหมาะสมในการซื้อสินทรัพย์สูงกว่าราคาเสนอซื้อที่ประกาศออกมาราคา 13.10 บาทต่อหน่วย จนต้องปรับเพิ่มเป็น 14.12 บาทต่อหน่วย และล่าสุด 16 พ.ค.2560 ปรับเพิ่มอีกครั้งเป็น 14.50 บาทต่อหน่วย ก่อนมีการประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 17พ.ค.2560
อย่างไรก็ตามผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถนำหน่วยลงทุนขายคืนได้ที่ตัวแทนผู้เสนอซื้อ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ภัทร ในระยะเวลาดังกล่าว
"หากผู้ถือหน่วยลงทุนไม่นำหน่วยลงทุนมาขายในช่วงระยะเวลาทำคำเสนอที่กำหนด ผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้องรอขายในช่วงปิดกองทุนตามขั้นตอน ซึ่งราคาจะอยู่ที่ 13.10 บาทต่อหน่วยเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้ลงทุนเสียโอกาส"นางชวินดา กล่าว
สำหรับบรรยากาศในที่ประชุมผู้ถือหน่วยวันที่ 17 พ.ค.2560 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยมีการสอบถามถึงขั้นตอนการขายคืนหน่วยลงทุนว่าจะได้รับเงินแน่นอนหรือไม่ ซี่งกลุ่มผู้เสนอซื้อได้เสนอซื้อสินทรัพย์มูลค่า 29,000 ล้านบาท โดยส่งเอกสารยืนยันเงินที่จะใช้ในการเสนอซื้อซึ่งมีธนาคารปล่อยสินเชื่อสนับสนุน รวมกับเงินจากการเพิ่มทุนของผู้ทำคำเสนอซื้อ
ส่วนสาเหตุที่กลุ่มนายเจริญต้องการนำสินทรัพย์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ ให้เหตุผลว่าต้องการนำสินทรัพย์ออกไปบริหารจัดการเอง
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยคอมเมอร์เชียล (TCIF) ลงมติให้ขายทรัพย์สินทั้งหมดให้กลุ่มผู้เสนอซื้อ คือบริษัท แอสเสท เวิรด์ จำกัด รวมถึงเพิกถอนหน่วยลงทุนออกจากตลาดหลักทรัพย์แล้ว แนะนำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนขายหน่วยลงทุนให้แก่ผู้เสนอซื้อกำหนดระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-28 มิ.ย.2560 ซึ่งได้ปรับเพิ่มราคารับซื้อเป็น 14.50 บาทต่อหน่วย โดยผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเงินในวันที่ 3 ก.ค.2560
ทั้งนี้ การปรับราคาเสนอซื้อเป็นไปตามความคิดเห็นของบริษัทที่ปรึกษาซึ่งส่วนใหญ่ประเมินราคาที่เหมาะสมในการซื้อสินทรัพย์สูงกว่าราคาเสนอซื้อที่ประกาศออกมาราคา 13.10 บาทต่อหน่วย จนต้องปรับเพิ่มเป็น 14.12 บาทต่อหน่วย และล่าสุด 16 พ.ค.2560 ปรับเพิ่มอีกครั้งเป็น 14.50 บาทต่อหน่วย ก่อนมีการประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 17พ.ค.2560
อย่างไรก็ตามผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถนำหน่วยลงทุนขายคืนได้ที่ตัวแทนผู้เสนอซื้อ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ภัทร ในระยะเวลาดังกล่าว
"หากผู้ถือหน่วยลงทุนไม่นำหน่วยลงทุนมาขายในช่วงระยะเวลาทำคำเสนอที่กำหนด ผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้องรอขายในช่วงปิดกองทุนตามขั้นตอน ซึ่งราคาจะอยู่ที่ 13.10 บาทต่อหน่วยเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้ลงทุนเสียโอกาส"นางชวินดา กล่าว
สำหรับบรรยากาศในที่ประชุมผู้ถือหน่วยวันที่ 17 พ.ค.2560 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยมีการสอบถามถึงขั้นตอนการขายคืนหน่วยลงทุนว่าจะได้รับเงินแน่นอนหรือไม่ ซี่งกลุ่มผู้เสนอซื้อได้เสนอซื้อสินทรัพย์มูลค่า 29,000 ล้านบาท โดยส่งเอกสารยืนยันเงินที่จะใช้ในการเสนอซื้อซึ่งมีธนาคารปล่อยสินเชื่อสนับสนุน รวมกับเงินจากการเพิ่มทุนของผู้ทำคำเสนอซื้อ
ส่วนสาเหตุที่กลุ่มนายเจริญต้องการนำสินทรัพย์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ ให้เหตุผลว่าต้องการนำสินทรัพย์ออกไปบริหารจัดการเอง






