
เจ.เอส.พี ทุบสถิติไตรมาส 1 กวาดรายได้กว่าพันล้าน
เจ.เอส.พี โชว์ผลประกอบการ Q1ปี 2560 สุดอลังการ ทุบสถิติกวาดรายได้ 1,043 ล้านบาท โตกระฉูด 93.50 % กำไรสุทธิ 48 ล้านบาท ปรับกลยุทธ์เดินหน้าพัฒนาโครงการในพื้นที่กรุงเทพ-ปริมณฑล กว่า 23 โครงการ มุ่งราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท มั่นใจรายได้ทั้งปีแตะ 5,000 ล้านบาท
[caption id="attachment_150931" align="aligncenter" width="336"]
นายสิทธิพร รัตนาภรณ์[/caption]
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้ านการเงิน บริษัท เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2560 ว่า บริษัทมีผลประกอบการที่โดดเด่นและเป็นการทำสถิติผลประกอบการเติบโตสูงสุด โดยมีรายได้รวม 1,043 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกั นของปีก่อนที่มีรายได้รวม 539 ล้านบาท จำนวน 504 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 93.50% และมีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท
เมื่อเปรียบเทียบผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2560 กับไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์เพื่อการจำหน่ายสะสมรวมกันจำนวน 2,864 หน่วย และ 1,073 หน่วย ตามลำดับ โดยในไตรมาส 1 ปี 2560 มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรั พย์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยอยู่ที่ 999 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 524 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 475 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.65% และมีรายได้จากการให้เช่าและบริ การของบริษัทฯ และบริษัทย่อยสำหรับไตรมาส 1 ปี 2560 เท่ากับ 24 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.30% ของรายได้รวม ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกั นของปีก่อนไตรมาส 1 ปี 2559 เท่ากับ 7 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.30% ของรายได้รวม
โดยผลประกอบการมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากที่บริษัทมีการรับรู้รายได้ จากการโอนกรรมสิทธิ์เข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2559 จากทาวน์เฮ้าส์ ในโครงการ JSP City สุขุมวิท-แพรกษา, รังสิตคลอง1 คอนโดมิเนียมโครงการไมอามี่ และทิวลิป สแควร์, อาคารพาณิชย์โครงการสำเพ็ง 2 และบางปะกง-บ้านโพธิ์ อีกทั้งกำลังซื้อของผู้บริ โภคเริ่มกลับมา จึงส่งผลให้บริษัทมี ผลประกอบการสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
สำหรับทิศทางธุรกิจไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัทมองว่าจะยังคงเติบโตอยู่ ในทิศทางที่ดีและมั่นใจว่าจะสร้ างการเติบโตของผลประกอบการอย่ างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้ งแนวราบและแนวสูงในปีนี้เพิ่มอีก มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท อาทิ โครงการ เจ แกรนด์ สาทร-กัลปพฤกษ์, เจ ซิตี้ รัตนาธิเบศร์-บางบัวทอง, เจ วิลล่า วงแหวนบางใหญ่, เจ ซิตี้ อัสสัมชัญ-ศรีราชา เจ คอนโด บางเสร่และโครงการย่านพระราม 4 ปัจจุบันบริษัทมีแบ็กล็อกในมื อกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้ ประมาณ 3,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ รายได้ในต้นปี 2561
นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นกลยุทธ์ การบริหารสต๊อกสินค้า เพิ่มยอดขาย และเร่งโอน พร้อมเน้นโครงการที่เปิดแล้ว ภายใต้คอนเซปต์สินค้า “ทำเลดี ราคาเป็นมิตร” พร้อมมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ทุ กความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังได้รับความเชื่อมั่ นจากธนาคารชั้นนำต่างๆกว่า 10 ธนาคารที่ร่วมเป็นพันธมิตร และยกระดับการให้วงเงินสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยในแบบพิ เศษสำหรับลูกค้า ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญและทำให้มั่นใจว่าปี 2560 บริษัทจะสามารถทำรายได้ที่ 5,000 ล้านบาท หรือเติบโตไม่น้อยกว่า 20% ตามที่ตั้งเป้าไว้
[caption id="attachment_150931" align="aligncenter" width="336"]
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้ านการเงิน บริษัท เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2560 ว่า บริษัทมีผลประกอบการที่โดดเด่นและเป็นการทำสถิติผลประกอบการเติบโตสูงสุด โดยมีรายได้รวม 1,043 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกั นของปีก่อนที่มีรายได้รวม 539 ล้านบาท จำนวน 504 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 93.50% และมีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท
เมื่อเปรียบเทียบผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2560 กับไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์เพื่อการจำหน่ายสะสมรวมกันจำนวน 2,864 หน่วย และ 1,073 หน่วย ตามลำดับ โดยในไตรมาส 1 ปี 2560 มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรั พย์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยอยู่ที่ 999 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 524 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 475 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.65% และมีรายได้จากการให้เช่าและบริ การของบริษัทฯ และบริษัทย่อยสำหรับไตรมาส 1 ปี 2560 เท่ากับ 24 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.30% ของรายได้รวม ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกั นของปีก่อนไตรมาส 1 ปี 2559 เท่ากับ 7 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.30% ของรายได้รวม
โดยผลประกอบการมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากที่บริษัทมีการรับรู้รายได้ จากการโอนกรรมสิทธิ์เข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2559 จากทาวน์เฮ้าส์ ในโครงการ JSP City สุขุมวิท-แพรกษา, รังสิตคลอง1 คอนโดมิเนียมโครงการไมอามี่ และทิวลิป สแควร์, อาคารพาณิชย์โครงการสำเพ็ง 2 และบางปะกง-บ้านโพธิ์ อีกทั้งกำลังซื้อของผู้บริ โภคเริ่มกลับมา จึงส่งผลให้บริษัทมี ผลประกอบการสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
สำหรับทิศทางธุรกิจไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัทมองว่าจะยังคงเติบโตอยู่ ในทิศทางที่ดีและมั่นใจว่าจะสร้ างการเติบโตของผลประกอบการอย่ างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้ งแนวราบและแนวสูงในปีนี้เพิ่มอีก มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท อาทิ โครงการ เจ แกรนด์ สาทร-กัลปพฤกษ์, เจ ซิตี้ รัตนาธิเบศร์-บางบัวทอง, เจ วิลล่า วงแหวนบางใหญ่, เจ ซิตี้ อัสสัมชัญ-ศรีราชา เจ คอนโด บางเสร่และโครงการย่านพระราม 4 ปัจจุบันบริษัทมีแบ็กล็อกในมื อกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้ ประมาณ 3,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ รายได้ในต้นปี 2561
นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นกลยุทธ์ การบริหารสต๊อกสินค้า เพิ่มยอดขาย และเร่งโอน พร้อมเน้นโครงการที่เปิดแล้ว ภายใต้คอนเซปต์สินค้า “ทำเลดี ราคาเป็นมิตร” พร้อมมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ทุ กความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังได้รับความเชื่อมั่ นจากธนาคารชั้นนำต่างๆกว่า 10 ธนาคารที่ร่วมเป็นพันธมิตร และยกระดับการให้วงเงินสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยในแบบพิ เศษสำหรับลูกค้า ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญและทำให้มั่นใจว่าปี 2560 บริษัทจะสามารถทำรายได้ที่ 5,000 ล้านบาท หรือเติบโตไม่น้อยกว่า 20% ตามที่ตั้งเป้าไว้






