
KTBST ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ ทิศทางยังเป็น Technical rebound
KTBST ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ (17 พ.ค.) ทิศทางยังเป็น Technical rebound จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมามาก และอาจมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะ ยังต้องระวังการลงทุน
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ (17 พ.ค.) ว่า ตลาดต่างประเทศปรับตัวขึ้นมามากในช่วงก่อนหน้านี้ และขาดปัจจัยหนุนที่จะทำให้เดินหน้าต่อไป ความเสี่ยงจากปัจจัยเก่าลดลงแต่กลับมีของใหม่เข้ามาในตลาด ส่งผลให้นักลงทุน ยังถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ราคาสินทรัพย์ที่เป็นมาตรวัดความเสี่ยงของตลาด คือ ทองคำและพันธบัตร ต่างปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เงินคอลล่าร์นั้นปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับเยนและยูโร ส่งผลให้ Dollar Index เช้านี้ อยู่ที่ 98.07 จุด ลดลง 0.8% จากวันที่ 15 พ.ค. ดังนั้นผลที่จะมีต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ จะเป็นลบจากความเสี่ยงที่สูงขึ้นและดัชนีฯ Dow Jones ที่ปรับตัวลง ในขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลล่าร์ที่อ่อนค่า (บาทแข็ง) จะเป็นลบต่อหุ้นที่มีรายได้เป็นเงินดอลล่าร์ แต่จะเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์
ทั้งนี้ปัจจัยในประเทศ ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 รายงานไปครบแล้ว กำไรไตรมาส 1 ของบริษัทใน SET รวบรวมโดย KTBST อยู่ที่ 2.86 แสนล้านบาท +21.7 YoY และ +42.8% QoQ ด้านกำไรของ MAI อยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท +14.0% YoY และ 141.0% QoQ แม้ผลการดำเนินงานโดยรวมจะออกมาดี แต่ส่วนหนึ่งมาจากหุ้นที่เป็นบวกจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มอื่นๆ หลายตัวที่ออกมาทางลบจากที่มีการเติบโตมาก่อนหน้านี้ ค่า P/E ของ SET คำนวณจากกำไร 4 ไตรมาสย้อนหลัง จะอยู่ที่ 16.2 เท่า
ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ แม้ตลาดนอกบ้านจะปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่จากวานนี้ ที่มีแรงซื้อที่กลับเข้ามาในตลาด ในลักษณะของ Technical Rebound หรือมีการซื้อหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามาก ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะตลาดหุ้นไทย เราอาจเห็นการเดินหน้าของดัชนีฯต่อไปแต่คาดจะยังมีแรงขายทำกำไรเข้ามาเป็นระยะ ดัชนีฯจะมีความผันผวนทั้งในแดนบวก-ลบ แต่ยังมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากวันก่อน
"KTBST ยังมองตลาดเป็น Technical rebound จากราคาหุ้นส่วนใหญ่ที่ลงมามาก ในภาพรวม เรายังแนะนำให้ชะลอการลงทุน การลงทุนในช่วงนี้ยังต้องใช้ความระมัดระวัง หรือเลือกลงทุนเป็นรายตัว แบบเก็งกำไรช่วงสั้น สำหรับหุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้ อาทิเช่น PTTGC, FSMART , MTLS, SAMART , IFS"
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ (17 พ.ค.) ว่า ตลาดต่างประเทศปรับตัวขึ้นมามากในช่วงก่อนหน้านี้ และขาดปัจจัยหนุนที่จะทำให้เดินหน้าต่อไป ความเสี่ยงจากปัจจัยเก่าลดลงแต่กลับมีของใหม่เข้ามาในตลาด ส่งผลให้นักลงทุน ยังถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ราคาสินทรัพย์ที่เป็นมาตรวัดความเสี่ยงของตลาด คือ ทองคำและพันธบัตร ต่างปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เงินคอลล่าร์นั้นปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับเยนและยูโร ส่งผลให้ Dollar Index เช้านี้ อยู่ที่ 98.07 จุด ลดลง 0.8% จากวันที่ 15 พ.ค. ดังนั้นผลที่จะมีต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ จะเป็นลบจากความเสี่ยงที่สูงขึ้นและดัชนีฯ Dow Jones ที่ปรับตัวลง ในขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลล่าร์ที่อ่อนค่า (บาทแข็ง) จะเป็นลบต่อหุ้นที่มีรายได้เป็นเงินดอลล่าร์ แต่จะเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์
ทั้งนี้ปัจจัยในประเทศ ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 รายงานไปครบแล้ว กำไรไตรมาส 1 ของบริษัทใน SET รวบรวมโดย KTBST อยู่ที่ 2.86 แสนล้านบาท +21.7 YoY และ +42.8% QoQ ด้านกำไรของ MAI อยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท +14.0% YoY และ 141.0% QoQ แม้ผลการดำเนินงานโดยรวมจะออกมาดี แต่ส่วนหนึ่งมาจากหุ้นที่เป็นบวกจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มอื่นๆ หลายตัวที่ออกมาทางลบจากที่มีการเติบโตมาก่อนหน้านี้ ค่า P/E ของ SET คำนวณจากกำไร 4 ไตรมาสย้อนหลัง จะอยู่ที่ 16.2 เท่า
ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ แม้ตลาดนอกบ้านจะปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่จากวานนี้ ที่มีแรงซื้อที่กลับเข้ามาในตลาด ในลักษณะของ Technical Rebound หรือมีการซื้อหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามาก ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะตลาดหุ้นไทย เราอาจเห็นการเดินหน้าของดัชนีฯต่อไปแต่คาดจะยังมีแรงขายทำกำไรเข้ามาเป็นระยะ ดัชนีฯจะมีความผันผวนทั้งในแดนบวก-ลบ แต่ยังมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากวันก่อน
"KTBST ยังมองตลาดเป็น Technical rebound จากราคาหุ้นส่วนใหญ่ที่ลงมามาก ในภาพรวม เรายังแนะนำให้ชะลอการลงทุน การลงทุนในช่วงนี้ยังต้องใช้ความระมัดระวัง หรือเลือกลงทุนเป็นรายตัว แบบเก็งกำไรช่วงสั้น สำหรับหุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้ อาทิเช่น PTTGC, FSMART , MTLS, SAMART , IFS"






