
SPCG โชว์ผลงงานไตรมาส 1/60 เติบโตกว่า 10 %
SPCG เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 เติบโตกว่า 10 % กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น มั่นใจปีนี้โกยรายได้ทะลุ 6,000 ล้านแน่ ปลื้มธุรกิจโซลารรูฟเติบโตแบบก้าวกระโดด รุกลงทุนญี่ปุ่นและตลาดเออีซี
นางสาววันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานวันบริษัท จดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day)โดย กล่าวว่า ผลการดำเนินงาน ของ บริษัท เอสพีซีจี ประจำไตรมาส ที่ 1/2560 บริษัทมีรายได้รวม 1,301.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมจำนวน 1,230.4 ล้านบาท กำไรสุทธิรวม 756.8 ล้านบาท เติบโตกว่า ร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิรวม 690.4 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทำให้บริษัทมีอัตราส่วนราคาต่อกำไร PE Ratio ประมาณ 8.3 เท่า ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 เป็นผลเนื่องมาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง จากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ตามกำหนด ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน DE Ratio 1.38 เท่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 ลดลงจาก ณ 31 ธันวาคม 2559 ที่มีจำนวน 1.48 เท่า
นอกจากนี้ บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากการขาย และให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บนหลังคา SPR Solar Roof ภายใต้บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด ซึ่งมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั้ง ภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม มีกระแสตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าใหม่ที่ให้ความสนใจติดตั้ง และลูกค้าที่ได้ติดตั้งไปแล้ว เพราะลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าได้จริง ช่วยให้ประหยัดต้นทุนการผลิต และสร้างผลกำไรที่มากขึ้น
นางสาววันดี กล่าวถึงความคืบหน้าของแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า บริษัทได้ขยายการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มพัฒนาโครงการในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟไดเซน กำลังการผลิตขนาด 30 เมกะวัตต์ คาดว่าจะพัฒนาโครงการแล้วเสร็จในปี 2561 นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสการลงทุนในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งบริษัทเอสพีซีจี มีความพร้อม ทั้งด้านพันธมิตร ทีมงาน และบุคลากร สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ทันที โดยคาดว่าจะมีโครงการโซลาร์ฟาร์มตามกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562
สำหรับในปีนี้ บริษัทเอสพีซีจีมั่นใจว่า จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท รับรู้มาจากการดำเนินงานโซลาร์ ฟาร์ม ทั้ง 36 โครงการ รวมกำลังการผลิตกว่า 260 เมกะวัตต์ และยอดขาย SPR Solar Roof ที่เจ้าของธุรกิจให้การตอบรับมาก เพราะลูกค้าที่ติดตั้งภายในปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี 50% ของเงินลงทุน ภายในสิ้นปีนี้เท่านั้น
นางสาววันดี กล่าวต่อไปว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้ถือหุ้น บริษัท เอสพีซีจี และ SPR Solar Roof ล่าสุดบริษัท ได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 9001:2015 (ด้านคุณภาพ) ภายใต้นโยบายคุณภาพ “Best Value, Best Design, Best Output and Best Service To All of Customer” เพื่อนำระบบมาตรฐานมาประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณภาพของการติดตั้งและบริการ
นอกจากนี้ SPR Solar Roof ยังได้การรับรองมาตรฐาน OHSAS 18001:2007 (การจัดการด้านความปลอดภัย) มาควบคุม กำกับ ดูแล การทำงานให้เกิดความปลอดภัยตามระบบสากล และข้อกำหนดกฎหมาย ภายใต้นโยบายความปลอดภัย “The Most Safety” โดยได้รับการรับรองจากหน่วยงาน NQA UKAS เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
นางสาววันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานวันบริษัท จดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day)โดย กล่าวว่า ผลการดำเนินงาน ของ บริษัท เอสพีซีจี ประจำไตรมาส ที่ 1/2560 บริษัทมีรายได้รวม 1,301.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมจำนวน 1,230.4 ล้านบาท กำไรสุทธิรวม 756.8 ล้านบาท เติบโตกว่า ร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิรวม 690.4 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทำให้บริษัทมีอัตราส่วนราคาต่อกำไร PE Ratio ประมาณ 8.3 เท่า ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 เป็นผลเนื่องมาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง จากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ตามกำหนด ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน DE Ratio 1.38 เท่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 ลดลงจาก ณ 31 ธันวาคม 2559 ที่มีจำนวน 1.48 เท่า
นอกจากนี้ บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากการขาย และให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บนหลังคา SPR Solar Roof ภายใต้บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด ซึ่งมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั้ง ภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม มีกระแสตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าใหม่ที่ให้ความสนใจติดตั้ง และลูกค้าที่ได้ติดตั้งไปแล้ว เพราะลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าได้จริง ช่วยให้ประหยัดต้นทุนการผลิต และสร้างผลกำไรที่มากขึ้น
นางสาววันดี กล่าวถึงความคืบหน้าของแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า บริษัทได้ขยายการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มพัฒนาโครงการในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟไดเซน กำลังการผลิตขนาด 30 เมกะวัตต์ คาดว่าจะพัฒนาโครงการแล้วเสร็จในปี 2561 นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสการลงทุนในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งบริษัทเอสพีซีจี มีความพร้อม ทั้งด้านพันธมิตร ทีมงาน และบุคลากร สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ทันที โดยคาดว่าจะมีโครงการโซลาร์ฟาร์มตามกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562
สำหรับในปีนี้ บริษัทเอสพีซีจีมั่นใจว่า จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท รับรู้มาจากการดำเนินงานโซลาร์ ฟาร์ม ทั้ง 36 โครงการ รวมกำลังการผลิตกว่า 260 เมกะวัตต์ และยอดขาย SPR Solar Roof ที่เจ้าของธุรกิจให้การตอบรับมาก เพราะลูกค้าที่ติดตั้งภายในปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี 50% ของเงินลงทุน ภายในสิ้นปีนี้เท่านั้น
นางสาววันดี กล่าวต่อไปว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้ถือหุ้น บริษัท เอสพีซีจี และ SPR Solar Roof ล่าสุดบริษัท ได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 9001:2015 (ด้านคุณภาพ) ภายใต้นโยบายคุณภาพ “Best Value, Best Design, Best Output and Best Service To All of Customer” เพื่อนำระบบมาตรฐานมาประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณภาพของการติดตั้งและบริการ
นอกจากนี้ SPR Solar Roof ยังได้การรับรองมาตรฐาน OHSAS 18001:2007 (การจัดการด้านความปลอดภัย) มาควบคุม กำกับ ดูแล การทำงานให้เกิดความปลอดภัยตามระบบสากล และข้อกำหนดกฎหมาย ภายใต้นโยบายความปลอดภัย “The Most Safety” โดยได้รับการรับรองจากหน่วยงาน NQA UKAS เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา






