
แบงก์ใหญ่สนองนโยบายรัฐ ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MRR
ธนาคารกรุงเทพ ลดดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มโออาร์ 0.25% และเอ็มอาร์อาร์ 0.50% ด้านกรุงไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยลง 0.50% ต่อปีเหลือ 7.12%พร้อมออกโครงการช่วยเอสเอ็มอี วงเงิน 6,000ล้าน -ลดต้นทุนทางการเงิน-แข่งขันได้
นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) ลง 0.250% เหลือ 7.125% และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) ลง 0.500% เหลือ 7.125% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2560
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งสองประเภทในครั้งนี้ นับเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสเอ็มอี ในเรื่องการลดต้นทุนด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ
“ธนาคารกรุงเทพ มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวม สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ” นายสุวรรณ กล่าว
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ลดอัตราดอกเบี้ยMRR ลง 0.50%ต่อปี เหลืออัตรา 7.12% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป รวมทั้งออกโครงการกรุงไทยช่วย SME 4.0 สำหรับลูกค้า SME ทุกกลุ่ม ภายใต้วงเงินรวม 6,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันโครงการกรุงไทยช่วย SME 4.0 แบ่งการดูแลลูกค้า SME เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้า SME ที่มียอดขายมากกว่า 100 ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อมากกว่า 20 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 แพ็คเกจ ได้แก่ กรณีลูกค้ามีหลักประกัน คิดดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เริ่มต้นที่อัตรา 4% ต่อปี ลูกค้าที่ใช้บรรษัทอุตสาหกรรมขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(บสย.)ค้ำประกัน ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เริ่มต้นที่ 4.5% ต่อปี ส่วนสินเชื่อขายลดลูกหนี้การค้าหรือ Factoring ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 4% ต่อปีเช่นกัน ให้กู้สูงสุดรายละ 40 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี วงเงินกู้รวม 4,000 ล้านบาท
สำหรับลูกค้า SME ขนาดเล็ก ที่มียอดขายน้อยกว่า 100 ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อน้อยกว่า 20 ล้านบาท ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี ในอัตราเริ่มต้นที่ 4% ต่อปี ทั้งลูกค้าที่มีหลักประกัน หรือมีหลักประกันและใช้บสย.ค้ำประกัน ให้กู้สูงสุดรายละ 20 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี วงเงินกู้รวม 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ การลดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยและออกมาตรการช่วยเหลือ SME 4.0 ดังกล่าว ธนาคารต้องการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของธุรกิจรายย่อย ด้วยการลดต้นทุนทางการเงินให้กับธุรกิจรายย่อยเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งช่วยให้ประชาชนทั่วไปมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีสภาพคล่องมากขึ้นจากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง
ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้พิจารณาปรับลดอั ตราดอกเบี้ย MRR ลง 0.50 % เพื่อร่วมตอบสนองนโยบายภาครั ฐในการวางรากฐานที่มั่นคงให้กั บผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและลูกค้ าบุคคล รวมทั้งเป็นการสนับสนุนให้ ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยเป็ นไปตามเป้าหมาย
ดังนั้น ธนาคารจึงตัดสินใจปรับลดอั ตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR ลง 0.50 % เหลือ 7.12 % เนื่องจากเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและลูกค้ าบุคคลใช้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้เป็นอีกหนึ่ งแรงขับเคลื่อนที่ช่วยผลักดั นเพื่อให้ประเทศสามารถก้าวไปข้ างหน้าได้อย่างเข้มแข็งและมั่ นคง
จากการปรับอัตราดอกเบี้ยลงในครั้ งนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ย MLR, MOR และ MRR อยู่ที่ 6.25 %, 7.12 % และ 7.12 % ตามลำดับ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง MLR MOR และ MRR ลง 0.25% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป หลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวแล้วทำให้อัตราดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 6.025% ต่อปี MOR อยู่ที่ 6.870% ต่อปี MRR อยู่ที่ 7.370% ต่อปี
"ไทยพาณิชย์ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งกระดาน MLR MOR และ MRR เพื่อลดภาระให้ลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้าบุคคล เพื่อเป็นการสนับสนุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและลูกค้าบุคคลทั่วไปในภาวะที่เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวขึ้น ซึ่งการปรับลดครั้งนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ย MLR และ MOR ของธนาคารไทยพาณิชย์ต่ำที่สุดในระบบ พร้อมออกมาตรการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องกว่า 20,000 ล้านบาท ควบคู่ไปกับมาตรการอื่นๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางการแข่งขันให้กับลูกค้า"
ทั้งนี้ มาตรการดอกเบี้ยเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ธนาคารพร้อมออกมาตรการอื่นๆ ที่ช่วยจะช่วยสร้างความเข้มแข็งในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจนการสร้างความเข้าใจทางการเงินและการออมให้กับลูกค้าบุคคลทั่วไป
นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) ลง 0.250% เหลือ 7.125% และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) ลง 0.500% เหลือ 7.125% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2560
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งสองประเภทในครั้งนี้ นับเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสเอ็มอี ในเรื่องการลดต้นทุนด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ
“ธนาคารกรุงเทพ มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวม สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ” นายสุวรรณ กล่าว
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ลดอัตราดอกเบี้ยMRR ลง 0.50%ต่อปี เหลืออัตรา 7.12% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป รวมทั้งออกโครงการกรุงไทยช่วย SME 4.0 สำหรับลูกค้า SME ทุกกลุ่ม ภายใต้วงเงินรวม 6,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันโครงการกรุงไทยช่วย SME 4.0 แบ่งการดูแลลูกค้า SME เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้า SME ที่มียอดขายมากกว่า 100 ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อมากกว่า 20 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 แพ็คเกจ ได้แก่ กรณีลูกค้ามีหลักประกัน คิดดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เริ่มต้นที่อัตรา 4% ต่อปี ลูกค้าที่ใช้บรรษัทอุตสาหกรรมขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(บสย.)ค้ำประกัน ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เริ่มต้นที่ 4.5% ต่อปี ส่วนสินเชื่อขายลดลูกหนี้การค้าหรือ Factoring ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 4% ต่อปีเช่นกัน ให้กู้สูงสุดรายละ 40 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี วงเงินกู้รวม 4,000 ล้านบาท
สำหรับลูกค้า SME ขนาดเล็ก ที่มียอดขายน้อยกว่า 100 ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อน้อยกว่า 20 ล้านบาท ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี ในอัตราเริ่มต้นที่ 4% ต่อปี ทั้งลูกค้าที่มีหลักประกัน หรือมีหลักประกันและใช้บสย.ค้ำประกัน ให้กู้สูงสุดรายละ 20 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี วงเงินกู้รวม 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ การลดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยและออกมาตรการช่วยเหลือ SME 4.0 ดังกล่าว ธนาคารต้องการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของธุรกิจรายย่อย ด้วยการลดต้นทุนทางการเงินให้กับธุรกิจรายย่อยเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งช่วยให้ประชาชนทั่วไปมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีสภาพคล่องมากขึ้นจากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง
ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้พิจารณาปรับลดอั ตราดอกเบี้ย MRR ลง 0.50 % เพื่อร่วมตอบสนองนโยบายภาครั ฐในการวางรากฐานที่มั่นคงให้กั บผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและลูกค้ าบุคคล รวมทั้งเป็นการสนับสนุนให้ ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยเป็ นไปตามเป้าหมาย
ดังนั้น ธนาคารจึงตัดสินใจปรับลดอั ตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR ลง 0.50 % เหลือ 7.12 % เนื่องจากเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและลูกค้ าบุคคลใช้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้เป็นอีกหนึ่ งแรงขับเคลื่อนที่ช่วยผลักดั นเพื่อให้ประเทศสามารถก้าวไปข้ างหน้าได้อย่างเข้มแข็งและมั่ นคง
จากการปรับอัตราดอกเบี้ยลงในครั้ งนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ย MLR, MOR และ MRR อยู่ที่ 6.25 %, 7.12 % และ 7.12 % ตามลำดับ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง MLR MOR และ MRR ลง 0.25% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป หลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวแล้วทำให้อัตราดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 6.025% ต่อปี MOR อยู่ที่ 6.870% ต่อปี MRR อยู่ที่ 7.370% ต่อปี
"ไทยพาณิชย์ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งกระดาน MLR MOR และ MRR เพื่อลดภาระให้ลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้าบุคคล เพื่อเป็นการสนับสนุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและลูกค้าบุคคลทั่วไปในภาวะที่เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวขึ้น ซึ่งการปรับลดครั้งนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ย MLR และ MOR ของธนาคารไทยพาณิชย์ต่ำที่สุดในระบบ พร้อมออกมาตรการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องกว่า 20,000 ล้านบาท ควบคู่ไปกับมาตรการอื่นๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางการแข่งขันให้กับลูกค้า"
ทั้งนี้ มาตรการดอกเบี้ยเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ธนาคารพร้อมออกมาตรการอื่นๆ ที่ช่วยจะช่วยสร้างความเข้มแข็งในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจนการสร้างความเข้าใจทางการเงินและการออมให้กับลูกค้าบุคคลทั่วไป






