
บล.เคทีบีมองแรงขายหุ้นกดดันตลาดโอกาสร่วงต่อ
KTBST ประเมินตลาดหุ้นไทยวันสุดท้ายของสัปดาห์ ยังมีปัจจัยเดิมกดดันตลาด อาจมีแรงขายต่อ แนะถือเงินเพื่อรอซื้อรอบใหม่ หุ้นที่น่าสนใจ วันนี้ DVANC , CPALL , BH, MTLS"
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัดประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้(12พ.ค.) ว่าปัจจัยเดิมเช่นเดียวกับวานนี้ คือ ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่คาดว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่สองของปีนี้ ในการประชุม FOMC 14 มิ.ย. (Fed Fund Rate Implies Probabilities สำหรับโอกาสที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ยังอยู่ที่ 95%) ขณะที่ฝั่งของยุโรปนั้น เริ่มมีความกังวลในเรื่อง BRExitและภาวะเศรษฐกิจเข้ามาในตลาด ผนวกกับปัจจัยทั้งบวกและลบอีกหลายตัว กดดันให้นักลงทุนชะลอการซื้อขายในตลาดลง ขณะเดียวกัน การรายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ในตลาดหุ้นทั่วโลก เป็นปัจจัยเฉพาะตลาด และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดัชนีฯของตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรป ปรับตัวลดลงในคืนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ปัจจัยในประเทศ การรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง (วันสุดท้าย คือ เช้า 16 พ.ค.) แม้กำไรของบริษัทที่รายงานมาแล้ว เพิ่มขึ้นทั้ง YoYและ QoQแต่หุ้นที่มีการรายงานผลประกอบการในช่วงสัปดาห์นี้ หลายตัวกำไรลดลงหรือต่ำกว่าคาด ยังเป็นลบต่อ sentiment ของตลาดวันนี้ จากข้อมูลตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แรงขายของนักลงทุน และข้อมูล NVDR นั้น นักลงทุนไม่ได้เจาะจงขายที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กลับเป็นหุ้นบางตัวของแต่ละกลุ่ม ในลักษณะของการลดพอร์ตหุ้นจากปัจจัยเฉพาะตัว ไม่ใช่เพียงการขายตามภาวะตลาดแต่เพียงอย่างเดียว จึงคาดว่าคาดทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ตลาดต่างประเทศที่หลายแห่งเป็นลบ มีความกังวลเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯเข้ามาและการขายอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยจะยังกดดันดัชนีฯในวันนี้ให้มีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงต่อ
"จากแรงขายที่คาดจะยังมีอยู่ในตลาด และมีทิศทางที่ไม่ชัดเจน โดยรวมๆ แนะนำให้ชะลอการลงทุน และถ้าดัชนีฯไม่สามารถพยุงตัวให้อยู่เหนือระดับ 1,550 จุด นักลงทุนอาจเลือกที่จะ “ลดพอร์ต” เพื่อลดความเสี่ยง หรือถือเงินสดรอซื้อหุ้นรอบใหม่ สำหรับนักเก็งกำไรช่วงสั้น ควรเล่นแบบ “ลงซื้อ ขึ้นขาย” จนกว่าตลาดจะมีทิศทางที่ดีกว่านี้ หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้ อาทิเช่น ADVANC , CPALL , BH, MTLS"นายมงคล กล่าว
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัดประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้(12พ.ค.) ว่าปัจจัยเดิมเช่นเดียวกับวานนี้ คือ ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่คาดว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่สองของปีนี้ ในการประชุม FOMC 14 มิ.ย. (Fed Fund Rate Implies Probabilities สำหรับโอกาสที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ยังอยู่ที่ 95%) ขณะที่ฝั่งของยุโรปนั้น เริ่มมีความกังวลในเรื่อง BRExitและภาวะเศรษฐกิจเข้ามาในตลาด ผนวกกับปัจจัยทั้งบวกและลบอีกหลายตัว กดดันให้นักลงทุนชะลอการซื้อขายในตลาดลง ขณะเดียวกัน การรายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ในตลาดหุ้นทั่วโลก เป็นปัจจัยเฉพาะตลาด และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดัชนีฯของตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรป ปรับตัวลดลงในคืนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ปัจจัยในประเทศ การรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง (วันสุดท้าย คือ เช้า 16 พ.ค.) แม้กำไรของบริษัทที่รายงานมาแล้ว เพิ่มขึ้นทั้ง YoYและ QoQแต่หุ้นที่มีการรายงานผลประกอบการในช่วงสัปดาห์นี้ หลายตัวกำไรลดลงหรือต่ำกว่าคาด ยังเป็นลบต่อ sentiment ของตลาดวันนี้ จากข้อมูลตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แรงขายของนักลงทุน และข้อมูล NVDR นั้น นักลงทุนไม่ได้เจาะจงขายที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กลับเป็นหุ้นบางตัวของแต่ละกลุ่ม ในลักษณะของการลดพอร์ตหุ้นจากปัจจัยเฉพาะตัว ไม่ใช่เพียงการขายตามภาวะตลาดแต่เพียงอย่างเดียว จึงคาดว่าคาดทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ตลาดต่างประเทศที่หลายแห่งเป็นลบ มีความกังวลเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯเข้ามาและการขายอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยจะยังกดดันดัชนีฯในวันนี้ให้มีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงต่อ
"จากแรงขายที่คาดจะยังมีอยู่ในตลาด และมีทิศทางที่ไม่ชัดเจน โดยรวมๆ แนะนำให้ชะลอการลงทุน และถ้าดัชนีฯไม่สามารถพยุงตัวให้อยู่เหนือระดับ 1,550 จุด นักลงทุนอาจเลือกที่จะ “ลดพอร์ต” เพื่อลดความเสี่ยง หรือถือเงินสดรอซื้อหุ้นรอบใหม่ สำหรับนักเก็งกำไรช่วงสั้น ควรเล่นแบบ “ลงซื้อ ขึ้นขาย” จนกว่าตลาดจะมีทิศทางที่ดีกว่านี้ หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้ อาทิเช่น ADVANC , CPALL , BH, MTLS"นายมงคล กล่าว






