
สามารถฯชี้รายได้ธุกิจมือถือหดฉุดกำไรรวมลดลง 69%
SAMART ไตรมาสแรกกำไร 35 ล้านบาท ลดลง 69% เหตุยอดขายมือถือลดฮวบฉุด
บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 35.12 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.03 บาท ลดลง 69% จากงวเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 114.15 ลานบาท กำไรต่อหุ้น 0.11 บาท
ทั้งนี้ บริษัทสามารถฯ แบ่งธุรกิจออกเป็น 4 สาย โดย 3 สายรายได้ลดลง มีเพียงธุรกิจ Contact Center รายได้เพิ่มขึ้น
บริษัทชี้แจงวา ผลกำไรที่ลดลง เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายงานตามสัญญาและบริการ 2,955 ล้านบาท หลังหักรายการระหว่างกัน ส่งผลให้รายได้ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 39% สาเหตุหลักจากสายธุรกิจ Mobile Multimedia ลดลง โดยบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย มีรายได้จากการขายและบริการรวม 419 ล้านบาท ลดลง 71% เมื่อเทียบงวเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่องและจำนวนเครื่องลดลง อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ส่วนสายธุรกิจ ICT Solution and service มีรายได้จากการขายงานตามสัญญาและบริการ 1,395 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนธุรกิจ Contact Center มีรายได้จากการขายและให้บริการ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 241 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เนื่องจากรายได้จากการให้บริการจัดการศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์แบบเต็มรูปแบบ การให้บริการจัดหาเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์และการให้บริการบำรุงรักษาศูนย์บริการข้อมูล
นอกจากนี้รายได้จากการขายและบริการจากธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็ลดลง 15% เนื่องจากรายได้บริษํม สามารถ ยู-ทรานส์ จำกัด ลดลง
ขณะที่ต้นทุนและบริการของบริษัทและบริษัทย่อยลดลงจากไตรมาสมาสเดียวกันของปีก่อน 28% เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ของสายธุรกิจ Mobile Multimedia และบริษัทในสายธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 518 ลานบาท ลดลง 4% เป็นผลจากการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการบริหารหลังการขายในสายธุรกิจ Mobile Multimedia ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินมีจำนวน 120 ลานบาท ลดลง 6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สำหรับราคาหุ้น SAMART ปิดภาคเช้าอยู่ที่ 14 บาท ลดลง 10 สตางค์ หรือ 0.71% มูลค่าซื้อขาย 30.10 ล้านบาท
บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 35.12 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.03 บาท ลดลง 69% จากงวเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 114.15 ลานบาท กำไรต่อหุ้น 0.11 บาท
ทั้งนี้ บริษัทสามารถฯ แบ่งธุรกิจออกเป็น 4 สาย โดย 3 สายรายได้ลดลง มีเพียงธุรกิจ Contact Center รายได้เพิ่มขึ้น
บริษัทชี้แจงวา ผลกำไรที่ลดลง เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายงานตามสัญญาและบริการ 2,955 ล้านบาท หลังหักรายการระหว่างกัน ส่งผลให้รายได้ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 39% สาเหตุหลักจากสายธุรกิจ Mobile Multimedia ลดลง โดยบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย มีรายได้จากการขายและบริการรวม 419 ล้านบาท ลดลง 71% เมื่อเทียบงวเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่องและจำนวนเครื่องลดลง อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ส่วนสายธุรกิจ ICT Solution and service มีรายได้จากการขายงานตามสัญญาและบริการ 1,395 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนธุรกิจ Contact Center มีรายได้จากการขายและให้บริการ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 241 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เนื่องจากรายได้จากการให้บริการจัดการศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์แบบเต็มรูปแบบ การให้บริการจัดหาเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์และการให้บริการบำรุงรักษาศูนย์บริการข้อมูล
นอกจากนี้รายได้จากการขายและบริการจากธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็ลดลง 15% เนื่องจากรายได้บริษํม สามารถ ยู-ทรานส์ จำกัด ลดลง
ขณะที่ต้นทุนและบริการของบริษัทและบริษัทย่อยลดลงจากไตรมาสมาสเดียวกันของปีก่อน 28% เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ของสายธุรกิจ Mobile Multimedia และบริษัทในสายธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 518 ลานบาท ลดลง 4% เป็นผลจากการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการบริหารหลังการขายในสายธุรกิจ Mobile Multimedia ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินมีจำนวน 120 ลานบาท ลดลง 6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สำหรับราคาหุ้น SAMART ปิดภาคเช้าอยู่ที่ 14 บาท ลดลง 10 สตางค์ หรือ 0.71% มูลค่าซื้อขาย 30.10 ล้านบาท






