
KTAM โชว์กองทุนติดดาวแนะลงทุนระยะยาว
บลจ.กรุงไทย ชู 2 กองทุนผสมยืดหยุ่นและกองทุนหุ้น ติดอันดับมอร์นิ่งสตาร์ เหมาะกระจายพอร์ตลงทุน หวังผลตอบแทนระระยาว พร้อมปั้นกองทุนหุ้นยุโรป KTEURO8-1 ถึงเป้าหมาย8%
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า บริษัทมีกองทุนติดอันดับ 4-5 ดาวจาก Morningstar ในเดือนเม.ย.ที่มีผลการดำเนินงานน่าสนใจเหมาะสำหรับการกระจายพอร์ตการลงทุน และลงทุนในระยะยาว เช่น กองทุนเปิดกรุงไทย เฟล็กซิเบิ้ล ฟันด์ ( KT-FLEX)ติด Morningstar ระดับ 4 ดาว สำหรับผลการดำเนินงาน 3 ปี เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ เงินฝาก ตามที่สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.กำหนด ในสัดส่วนตั้งแต่ 0-100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผลการดำเนินงานย้อนหลัง ณ วันที่ 28 เมษายน 2560 YTD อยู่ที่ 5.51% 1 ปีอยู่ที่ 9.86% และ 3 ปี อยู่ที่ 13.15%
กองทุนเปิดกรุงไทย สมาร์ท อิควิตี้ ฟันด์ ( KTEF) ติดอันดับ 5 ดาว สำหรับผลตอบแทน 3 ปี และ 4 ดาว ผลตอบแทน 5 ปี เน้นลงทุนในหุ้น โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจสูง ผลตอบแทนย้อนหลัง ณ วันที่ 28 เมษายน 2560 YTD อยู่ที่ 10.01% 1 ปี อยู่ที่ 15.98% 3 ปี อยู่ที่ 15.69% และ5 ปี อยู่ที่ 17.84% ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าว เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว และรับความเสี่ยงได้ เพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดี
นอกจากนี้กองทุนเปิดเคแทม ยูโรเปียน ทริกเกอร์ ฟันด์ 8 % (KTEURO8-1) จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ เข้ากองทุนเปิดกรุงไทยสะสมทรัพย์ ในวันที่ 11 พ.ค.2560 และในวันที่ 12 พ.ค.2560 ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้
กองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้น ในเดือนก.ย.2558 โดยเป้าหมายบริษัทจะดำเนินการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.9000 บาท เป็นเวลา 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป และทรัพย์สินของกองทุนจะต้องเป็นเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสดทั้งหมด โดยมูลค่าหน่วยลงทุนที่คืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 108 ของมูลค่าที่ตราไว้(10 บาท)
นางชวินดา กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 147 (KTFF147) เสนอขายวันที่ 11-16 พ.ค.2560 อายุโครงการ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในเงินฝากประจำ China Construction Bank (Asia) Corporation Limited, Agricultural Bank of China (Hong Kong Branch), AI Khaliji Commercial Bank ,Qatar , Commercial Bank QSC,Qatar, China Construction Bank (Asia) Corporation Limited,China , PT Bank Rakyat Indonesia (PERSERO) Tbk,Indonesia ในสัดส่วนสถาบันการเงินละ 18% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนบัตรเงินฝาก Industrial and Commercial Bank of China Limited (Luxembourg Branch) China ลงทุนในสัดส่วน10% ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 1.45 % ต่อปี โดยกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
ด้านอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศอายุไม่เกิน10 ปี มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามแรงขายเพื่อปรับพอร์ตของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศรองรับโอกาสที่เฟด อาจปรับเพิ่ม Fed Fund Rate ครั้งที่ 2 ในเดือนมิ.ย. ในขณะที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาในพันธบัตรระยะยาว หลังเงินเฟ้อเดือนเมษายนของไทยมีการชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิจำนวน 8,595 ล้านบาท ผลตอบแทนตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี อยู่ที่ 1.57%ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี อยู่ที่ 2.16% และอายุคงเหลือ10 ปี อยู่ที่ 2.79% ส่วนตราสารหนี้ของสหรัฐ อายุคงเหลือ 2 ปี อยู่ที่ 1.32% อายุคงเหลือ 5 ปี อยู่ที่ 1.89% และอายุคงเหลือ10 ปี อยู่ที่ 2.36%
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า บริษัทมีกองทุนติดอันดับ 4-5 ดาวจาก Morningstar ในเดือนเม.ย.ที่มีผลการดำเนินงานน่าสนใจเหมาะสำหรับการกระจายพอร์ตการลงทุน และลงทุนในระยะยาว เช่น กองทุนเปิดกรุงไทย เฟล็กซิเบิ้ล ฟันด์ ( KT-FLEX)ติด Morningstar ระดับ 4 ดาว สำหรับผลการดำเนินงาน 3 ปี เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ เงินฝาก ตามที่สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.กำหนด ในสัดส่วนตั้งแต่ 0-100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผลการดำเนินงานย้อนหลัง ณ วันที่ 28 เมษายน 2560 YTD อยู่ที่ 5.51% 1 ปีอยู่ที่ 9.86% และ 3 ปี อยู่ที่ 13.15%
กองทุนเปิดกรุงไทย สมาร์ท อิควิตี้ ฟันด์ ( KTEF) ติดอันดับ 5 ดาว สำหรับผลตอบแทน 3 ปี และ 4 ดาว ผลตอบแทน 5 ปี เน้นลงทุนในหุ้น โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจสูง ผลตอบแทนย้อนหลัง ณ วันที่ 28 เมษายน 2560 YTD อยู่ที่ 10.01% 1 ปี อยู่ที่ 15.98% 3 ปี อยู่ที่ 15.69% และ5 ปี อยู่ที่ 17.84% ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าว เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว และรับความเสี่ยงได้ เพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดี
นอกจากนี้กองทุนเปิดเคแทม ยูโรเปียน ทริกเกอร์ ฟันด์ 8 % (KTEURO8-1) จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ เข้ากองทุนเปิดกรุงไทยสะสมทรัพย์ ในวันที่ 11 พ.ค.2560 และในวันที่ 12 พ.ค.2560 ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้
กองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้น ในเดือนก.ย.2558 โดยเป้าหมายบริษัทจะดำเนินการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.9000 บาท เป็นเวลา 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป และทรัพย์สินของกองทุนจะต้องเป็นเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสดทั้งหมด โดยมูลค่าหน่วยลงทุนที่คืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 108 ของมูลค่าที่ตราไว้(10 บาท)
นางชวินดา กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 147 (KTFF147) เสนอขายวันที่ 11-16 พ.ค.2560 อายุโครงการ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในเงินฝากประจำ China Construction Bank (Asia) Corporation Limited, Agricultural Bank of China (Hong Kong Branch), AI Khaliji Commercial Bank ,Qatar , Commercial Bank QSC,Qatar, China Construction Bank (Asia) Corporation Limited,China , PT Bank Rakyat Indonesia (PERSERO) Tbk,Indonesia ในสัดส่วนสถาบันการเงินละ 18% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนบัตรเงินฝาก Industrial and Commercial Bank of China Limited (Luxembourg Branch) China ลงทุนในสัดส่วน10% ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 1.45 % ต่อปี โดยกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
ด้านอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศอายุไม่เกิน10 ปี มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามแรงขายเพื่อปรับพอร์ตของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศรองรับโอกาสที่เฟด อาจปรับเพิ่ม Fed Fund Rate ครั้งที่ 2 ในเดือนมิ.ย. ในขณะที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาในพันธบัตรระยะยาว หลังเงินเฟ้อเดือนเมษายนของไทยมีการชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิจำนวน 8,595 ล้านบาท ผลตอบแทนตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี อยู่ที่ 1.57%ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี อยู่ที่ 2.16% และอายุคงเหลือ10 ปี อยู่ที่ 2.79% ส่วนตราสารหนี้ของสหรัฐ อายุคงเหลือ 2 ปี อยู่ที่ 1.32% อายุคงเหลือ 5 ปี อยู่ที่ 1.89% และอายุคงเหลือ10 ปี อยู่ที่ 2.36%






