
CKP พลิกขาดทุน 43 ล้าน จากกำไร 47ล้าน เหตุรายได้ไฟฟ้าน้ำงึม 2 ลดลง
ซีเค พาวเวอร์ ไตรมาสแรกขาดทุน 43 ล้านบาท จากงวดปีก่อนโชว์กำไร47 ล้านบาท รายได้ขายไฟฟ้าโครงการน้ำงึมและบางปะอินลดลง
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2560 ขาดทุนสุทธิ 43.62 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.01 บาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 47.45 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.01 บาท
นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ CKP เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำลดลง 199.02 ล้านบาทหรือ 12.98% เนื่องจากรายได้จากการขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2)ลดลง 134.74 ล้านบาท หรือ 15.17% จากการที่ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 68.86 ล้านหน่วย จากงวดเดียวกันของปีก่อน เน่ืองจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่อางเก็บน้ำของเขื่อนน้ำงึม 2 ลดลง ทำให้ NN2 ประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าในปริมาณลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและบริหารจัดการน้ำด้วยความระดมัดระวังมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้าได้ตลอดทั้งปี
นอกจากนี้รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของโครงการโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น 1 (BIC1) ลดลง 61.67 ล้านบาท หรือ 10.19% เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยปรับตัวลดลง ทำให้รายได้จากค่าพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของราคาขายไฟฟ้าของ BIC1 ลดลง อีกทั้งปริมาณขายไฟฟ้าลดลง 3.65 ลานหน่วย จากการซ่อมบำรุงเคร่ืองจักรในเดือนม.ค.2560 และรายได้จากการขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าบางเขนชัย (BKC) ลดลง 2.60 ล้านบาท เนื่องจากความเข้มแสงเฉลี่ยลดลง ทำให้ปริมาณไฟฟ้าจำหน่ายลดลง 0.15 ล้านหน่วย นอกจากนี้ราคาค่าไฟฟ้าผันแกรลดลงเป็นค่าติดลบเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงจาก 1.31 บาทต่อหน่วย เป็น 11.03 บาทต่อหน่วย
สำหรับค่าใช้จ่ายรวมลดลง 79.18 ล้านบาท หรือ 6.55% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของต้นทุนขายไฟฟ้าและไอนำจำนวน 94.04 ล้านบาท หรือ 10.37% จากการลดลงของต้นทุนขายไฟฟ้าและไอน้ำของ BIC1เป็นหลักที่ปรับตัวลดลงตามราคาก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.80 ล้านบาท รวมถึงบุนทึกผลจาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่ม 11.88 ล้านบาท
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2560 ขาดทุนสุทธิ 43.62 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.01 บาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 47.45 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.01 บาท
นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ CKP เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำลดลง 199.02 ล้านบาทหรือ 12.98% เนื่องจากรายได้จากการขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2)ลดลง 134.74 ล้านบาท หรือ 15.17% จากการที่ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 68.86 ล้านหน่วย จากงวดเดียวกันของปีก่อน เน่ืองจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่อางเก็บน้ำของเขื่อนน้ำงึม 2 ลดลง ทำให้ NN2 ประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าในปริมาณลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและบริหารจัดการน้ำด้วยความระดมัดระวังมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้าได้ตลอดทั้งปี
นอกจากนี้รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของโครงการโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น 1 (BIC1) ลดลง 61.67 ล้านบาท หรือ 10.19% เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยปรับตัวลดลง ทำให้รายได้จากค่าพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของราคาขายไฟฟ้าของ BIC1 ลดลง อีกทั้งปริมาณขายไฟฟ้าลดลง 3.65 ลานหน่วย จากการซ่อมบำรุงเคร่ืองจักรในเดือนม.ค.2560 และรายได้จากการขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าบางเขนชัย (BKC) ลดลง 2.60 ล้านบาท เนื่องจากความเข้มแสงเฉลี่ยลดลง ทำให้ปริมาณไฟฟ้าจำหน่ายลดลง 0.15 ล้านหน่วย นอกจากนี้ราคาค่าไฟฟ้าผันแกรลดลงเป็นค่าติดลบเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงจาก 1.31 บาทต่อหน่วย เป็น 11.03 บาทต่อหน่วย
สำหรับค่าใช้จ่ายรวมลดลง 79.18 ล้านบาท หรือ 6.55% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของต้นทุนขายไฟฟ้าและไอนำจำนวน 94.04 ล้านบาท หรือ 10.37% จากการลดลงของต้นทุนขายไฟฟ้าและไอน้ำของ BIC1เป็นหลักที่ปรับตัวลดลงตามราคาก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.80 ล้านบาท รวมถึงบุนทึกผลจาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่ม 11.88 ล้านบาท






