
“มิลล์คอน สตีล” ชู 3 กลยุทธ์ดันเติบโตแข็งแกร่ง
มิลล์คอนสตีล ประกาศแผนธุรกิจปีนี้ ชู 3 กลยุทธ์ “กลุ่มวัสดุก่อสร้าง-เหล็กเกรดพิเศษ-การลงทุน” ดันธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งและยั่งยืน เดินหน้าเจาะตลาดเออีซี
นางสาวจุรีรัตน์ ลปนาวณิชย์ กรรมการบริษัท มิลล์คอน สตีล ( MILL ) เปิดเผยว่า บริษัทได้ประกาศแผนการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนต่อผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญประจำปี โดยจะเน้น 3 กลยุทธ์ที่สำคัญคือ 1.กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง 2. เหล็กเกรดพิเศษ และ สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value added)และ3.การลงทุน มุ่งเน้นเพื่อสร้างผลตอบแทนและต่อยอดธุรกิจ ซึ่งทั้ง3 กลยุทธ์จะช่วยสนับสนุนให้บริษัทมีการเติบโตแบบอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน สามารถรับแรงเสียดทานจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศได้
สำหรับกลุ่มวัสดุก่อสร้างจะเป็นการขยายความยั่งยืนด้วยการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ตั้งแต่วัตถุดิบ ถึงการจัดจำหน่ายถึงมือผู้บริโภค ทำให้บริษัทมีผลิตภัณฑ์ครบวงจร เป็นทางเลือกของลูกค้า สามารถรองรับการแข่งขันได้
ส่วนกลยุทธ์ในกลุ่มเหล็กเกรดพิเศษ และ สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value added) เช่น กลุ่มเหล็กลวดนั้นจะมุ่งเน้นไปสู่กลุ่มลูกค้ารายใหม่ คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ขณะที่กลุ่มของการลงทุน จะมุ่งเน้นเพื่อสร้างผลตอบแทนและต่อยอดธุรกิจ โฟกัสที่เทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนธุรกิจหลัก และการลงในต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน
นางสาวจุรีรัตน์ ยังได้กล่าวต่อว่า ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นยังได้มีมติอนุมัติให้ นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้ถือหุ้นใหญ่ ของบริษัท ฯ เสนอซื้อหุ้นสามัญ และหุ้นบุริมสิทธิบางส่วนจากผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ในสัดส่วน 29.99% ไม่เกิน 1,215.9 ล้านหุ้น ของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ จากปัจจุบันนายสิทธิชัย ถือหุ้นบริษัทอยู่ 19%
โดยวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มการลงทุนในบริษัทฯ และเป็นการลงทุนในระยะยาว เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน อย่างไรก็ตามนายสิทธิชัย ไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ นโยบายการดำเนินธุรกิจ และแผนประกอบธุรกิจของบริษัทฯ แต่อย่างใด โดยจะยังคงให้การสนับสนุนการดำเนินงานของผู้บริหารเดิม รวมถึงจะไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริษัทฯ เพิ่มเติม
นางสาวจุรีรัตน์ ลปนาวณิชย์ กรรมการบริษัท มิลล์คอน สตีล ( MILL ) เปิดเผยว่า บริษัทได้ประกาศแผนการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนต่อผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญประจำปี โดยจะเน้น 3 กลยุทธ์ที่สำคัญคือ 1.กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง 2. เหล็กเกรดพิเศษ และ สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value added)และ3.การลงทุน มุ่งเน้นเพื่อสร้างผลตอบแทนและต่อยอดธุรกิจ ซึ่งทั้ง3 กลยุทธ์จะช่วยสนับสนุนให้บริษัทมีการเติบโตแบบอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน สามารถรับแรงเสียดทานจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศได้
สำหรับกลุ่มวัสดุก่อสร้างจะเป็นการขยายความยั่งยืนด้วยการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ตั้งแต่วัตถุดิบ ถึงการจัดจำหน่ายถึงมือผู้บริโภค ทำให้บริษัทมีผลิตภัณฑ์ครบวงจร เป็นทางเลือกของลูกค้า สามารถรองรับการแข่งขันได้
ส่วนกลยุทธ์ในกลุ่มเหล็กเกรดพิเศษ และ สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value added) เช่น กลุ่มเหล็กลวดนั้นจะมุ่งเน้นไปสู่กลุ่มลูกค้ารายใหม่ คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ขณะที่กลุ่มของการลงทุน จะมุ่งเน้นเพื่อสร้างผลตอบแทนและต่อยอดธุรกิจ โฟกัสที่เทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนธุรกิจหลัก และการลงในต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน
นางสาวจุรีรัตน์ ยังได้กล่าวต่อว่า ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นยังได้มีมติอนุมัติให้ นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้ถือหุ้นใหญ่ ของบริษัท ฯ เสนอซื้อหุ้นสามัญ และหุ้นบุริมสิทธิบางส่วนจากผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ในสัดส่วน 29.99% ไม่เกิน 1,215.9 ล้านหุ้น ของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ จากปัจจุบันนายสิทธิชัย ถือหุ้นบริษัทอยู่ 19%
โดยวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มการลงทุนในบริษัทฯ และเป็นการลงทุนในระยะยาว เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน อย่างไรก็ตามนายสิทธิชัย ไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ นโยบายการดำเนินธุรกิจ และแผนประกอบธุรกิจของบริษัทฯ แต่อย่างใด โดยจะยังคงให้การสนับสนุนการดำเนินงานของผู้บริหารเดิม รวมถึงจะไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริษัทฯ เพิ่มเติม






