
ปตท.สผ.ฟาดกำไร 1.2 หมื่นล้าน
บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(ปตท.สผ.) หรือ PTTEP เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2560 ว่ามีกำไรสุทธิ 12,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ถึง 6,660 ล้านบาท พุ่งขึ้น 118.42% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,624 ล้านบาท
สาเหตุที่ทำให้ปตท.สผ.มีกำไรเพิ่มขึ้นกว่า 100 % ได้รับแรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากในช่วง ปลายปี 2559 ส่งผลให้ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นและ ต้นทุนต่อหน่วยในไตรมาสนี้ ปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่แล้วถึง 14 %ส่งผลให้สถานะการเงินมีความแข็งแกร่ง โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกถึง 688 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,040 ล้านดอลลาร์ สหรัฐอเมริกาซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปี 2559 ราคาขาย เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ประมาณ 7% เป็น 38.00 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบจาก 35.65 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปริมาณการขายเฉลี่ยลดลงประมาณ 4% เป็น 304,108 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันจาก 316,307 บาร์เรล โดยหลักมาจากการหยุดการผลิตตามแผนเพื่อซ่อมบำรุงสำหรับโครงการในประเทศเมียนมาร์
“ปริมาณการขายในไตรมาสนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์โดยหลักมาจากการปรับลดการผลิตของโครงการ MTJDA จากการที่ผู้ซื้อ ในประเทศ มาเลเซียไม่สามารถรับก๊าซธรรมชาติได้ตามแผนที่วางไว้ คาดว่าจะสามารถรับก๊าซฯ ได้ตามแผนในช่วงต้นไตรมาส 3 ในส่วนของค่าใช้จ่าย บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวมก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงจากไตรมาสก่อนจาก 901 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ เป็น 754 ล้านดอลลาร์ สหรัฐโดยหลักมาจาก การลดลงของค่าเสื่อมราคา เนื่องจากมีการบันทึกปริมาณสำรองเพิ่มขึ้นโดยหลักจากโครงการอาทิตย์ ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วย ของบริษัทลดลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ เทียบกับไตรมาสก่อนลดลงประมาณ 14% เป็น 27.54 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล จาก 31.89 ดอลลาร์ สหรัฐ” บริษัทปตท.สผ.ระบุ
สาเหตุที่ทำให้ปตท.สผ.มีกำไรเพิ่มขึ้นกว่า 100 % ได้รับแรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากในช่วง ปลายปี 2559 ส่งผลให้ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นและ ต้นทุนต่อหน่วยในไตรมาสนี้ ปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่แล้วถึง 14 %ส่งผลให้สถานะการเงินมีความแข็งแกร่ง โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกถึง 688 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,040 ล้านดอลลาร์ สหรัฐอเมริกาซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปี 2559 ราคาขาย เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ประมาณ 7% เป็น 38.00 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบจาก 35.65 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปริมาณการขายเฉลี่ยลดลงประมาณ 4% เป็น 304,108 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันจาก 316,307 บาร์เรล โดยหลักมาจากการหยุดการผลิตตามแผนเพื่อซ่อมบำรุงสำหรับโครงการในประเทศเมียนมาร์
“ปริมาณการขายในไตรมาสนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์โดยหลักมาจากการปรับลดการผลิตของโครงการ MTJDA จากการที่ผู้ซื้อ ในประเทศ มาเลเซียไม่สามารถรับก๊าซธรรมชาติได้ตามแผนที่วางไว้ คาดว่าจะสามารถรับก๊าซฯ ได้ตามแผนในช่วงต้นไตรมาส 3 ในส่วนของค่าใช้จ่าย บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวมก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงจากไตรมาสก่อนจาก 901 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ เป็น 754 ล้านดอลลาร์ สหรัฐโดยหลักมาจาก การลดลงของค่าเสื่อมราคา เนื่องจากมีการบันทึกปริมาณสำรองเพิ่มขึ้นโดยหลักจากโครงการอาทิตย์ ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วย ของบริษัทลดลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ เทียบกับไตรมาสก่อนลดลงประมาณ 14% เป็น 27.54 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล จาก 31.89 ดอลลาร์ สหรัฐ” บริษัทปตท.สผ.ระบุ






