
บล.เคทีบีชี้ปัจจัยตปท.ยังไม่ชัด แนะหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำเล่นรอบสั้น
บล.เคทีบี มองหุ้นไทยเคลื่อนไหวแกว่งตัวสลับบวกลบ เหตุปัจจัยต่างประเทศยังไม่ชัดเจน ควรเน้นหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำเล่นรอบสั้นๆ “ลงซื้อ ขึ้นขาย”
ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ (27 เม.ย) มองว่าการประกาศแผนปฎิรูปด้านภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อคืนวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นไปตามที่หาเสียงและตามข่าวที่ออกมาในช่วงก่อนมีการแถลงจริง คงมีเพียง repatriation tax ที่ยังไม่มีการระบุว่าจะต้องเสียในอัตราเท่าใด อีกทั้งยังไม่ได้ลงในรายละเอียดว่าแผนที่ประกาศนี้ จะมีผลอย่างไรก็ต่องบประมาณหรือแม้กระทั่งไม่ชัดเจนต่อผลทางเศรษฐกิจ การตอบรับของนักลงทุนจึงไม่ดีเท่าที่ควร
"วันนี้ตลาดจะรอดูผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในช่วงกลางวัน และผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ที่จะทราบผลหลังปิดตลาด นักวิเคราะห์คาดว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะคงนโยบายการเงินไว้ แต่สิ่งที่ต้องจับตาดูคือ นโยบาย QE ของทั้งสองประเทศว่ามีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่และเมื่อใด"ดร.วิน กล่าว
ทั้งนี้ ประเมินตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ว่าน่าจะทรงๆตัว เนื่องจากตัวแปรที่มีอยู่ในเวลานี้ ทั้งสถานการณ์เกาหลีเหนือที่อึมครึม นโยบายภาษีของทรัมป์ที่ยังน่าจะดึงให้นักลงทุนมองเศรษฐกิจสหรัฐฯในทางบวกเหมือนที่เคยมองไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งทิศทางของค่าเงิน+ดอกเบี้ย ผันผวนสูง ส่วนปัจจัยในประเทศของไทย เป็นสัปดาห์ที่นักลงทุนจะให้ความสนใจกับการเก็งและรายงานกำไรไตรมาส 1 และวันนี้จะเป็นการรายงานกำไรของ PTTEP โดย KTBST ประเมินกำไรไว้ที่ 8.1 พันล้านบาท +4.5% เมื่อเทียบงวดเดียวกันของปีก่อน
ดร.วิน กล่าวว่า จากปัจจัยดังกล่าวจึงคาดว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้จะยังมีความผันผวนสูง อาจแกว่งแบบสลับบวกสลับลบ เนื่องจากเหตุผลที่ไม่ชัดเจนนัก แต่ที่สังเกตได้คือ มีแรงขายสลับเข้ามาเป็นรายตัว (ไม่ได้เทขายทั้งตลาด) โดยเฉพาะหุ้นที่รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1หรือขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อสิทธิในเงินปันผลไปแล้ว
"ตลาดขาดแรงซื้อและนักลงทุนพร้อมที่จะขายมากกว่า กลยุทธ์ในลักษณะตลาดแบบนี้ จึงยังต้องเน้นรอบสั้น คือ “ลงซื้อ ขึ้นขาย” สำหรับนักลงทุนที่ถือยาว หาก SET Index ยังไม่หลุด 1,550 จุด ยังแนะนำให้ถือต่อ สำหรับหุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้ KTBST จะเน้นหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ (Defensive + High Dividend Yield ) และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อาทิเช่น BAFS , IVL , ADVANC , SPALI , AMATAV , TWPCประเมินกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,556 – 1,570 จุด "ดร.วิน กล่าว
ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ (27 เม.ย) มองว่าการประกาศแผนปฎิรูปด้านภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อคืนวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นไปตามที่หาเสียงและตามข่าวที่ออกมาในช่วงก่อนมีการแถลงจริง คงมีเพียง repatriation tax ที่ยังไม่มีการระบุว่าจะต้องเสียในอัตราเท่าใด อีกทั้งยังไม่ได้ลงในรายละเอียดว่าแผนที่ประกาศนี้ จะมีผลอย่างไรก็ต่องบประมาณหรือแม้กระทั่งไม่ชัดเจนต่อผลทางเศรษฐกิจ การตอบรับของนักลงทุนจึงไม่ดีเท่าที่ควร
"วันนี้ตลาดจะรอดูผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในช่วงกลางวัน และผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ที่จะทราบผลหลังปิดตลาด นักวิเคราะห์คาดว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะคงนโยบายการเงินไว้ แต่สิ่งที่ต้องจับตาดูคือ นโยบาย QE ของทั้งสองประเทศว่ามีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่และเมื่อใด"ดร.วิน กล่าว
ทั้งนี้ ประเมินตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ว่าน่าจะทรงๆตัว เนื่องจากตัวแปรที่มีอยู่ในเวลานี้ ทั้งสถานการณ์เกาหลีเหนือที่อึมครึม นโยบายภาษีของทรัมป์ที่ยังน่าจะดึงให้นักลงทุนมองเศรษฐกิจสหรัฐฯในทางบวกเหมือนที่เคยมองไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งทิศทางของค่าเงิน+ดอกเบี้ย ผันผวนสูง ส่วนปัจจัยในประเทศของไทย เป็นสัปดาห์ที่นักลงทุนจะให้ความสนใจกับการเก็งและรายงานกำไรไตรมาส 1 และวันนี้จะเป็นการรายงานกำไรของ PTTEP โดย KTBST ประเมินกำไรไว้ที่ 8.1 พันล้านบาท +4.5% เมื่อเทียบงวดเดียวกันของปีก่อน
ดร.วิน กล่าวว่า จากปัจจัยดังกล่าวจึงคาดว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้จะยังมีความผันผวนสูง อาจแกว่งแบบสลับบวกสลับลบ เนื่องจากเหตุผลที่ไม่ชัดเจนนัก แต่ที่สังเกตได้คือ มีแรงขายสลับเข้ามาเป็นรายตัว (ไม่ได้เทขายทั้งตลาด) โดยเฉพาะหุ้นที่รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1หรือขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อสิทธิในเงินปันผลไปแล้ว
"ตลาดขาดแรงซื้อและนักลงทุนพร้อมที่จะขายมากกว่า กลยุทธ์ในลักษณะตลาดแบบนี้ จึงยังต้องเน้นรอบสั้น คือ “ลงซื้อ ขึ้นขาย” สำหรับนักลงทุนที่ถือยาว หาก SET Index ยังไม่หลุด 1,550 จุด ยังแนะนำให้ถือต่อ สำหรับหุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้ KTBST จะเน้นหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ (Defensive + High Dividend Yield ) และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อาทิเช่น BAFS , IVL , ADVANC , SPALI , AMATAV , TWPCประเมินกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,556 – 1,570 จุด "ดร.วิน กล่าว






