thansettakij
thansettakij
KTAM มองหุ้นอินเดียแนวโน้มเติบโตดี

KTAM มองหุ้นอินเดียแนวโน้มเติบโตดี

26 เม.ย. 60 | 07:39 น.
อัปเดตล่าสุด :26 เม.ย. 60 | 14:39 น.
บลจ.กรุงไทย มองแนวโน้มเศรษฐกิจอินเดียอยู่ในช่วงเติบโตหนุนตลาดหุ้นดูดี โชว์ผลงานกองทุน KT-India-d ปันผล 65 สตางค์ หรือ 4.86%

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า บริษัทมีมุมมองที่ดีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจอินเดียในระยะยาว เนื่องจากอินเดียยังอยู่ในช่วงของการเติบโต มีเศรษฐกิจที่มั่นคง และสกุลเงินที่มีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น โดยการลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน
เศรษฐกิจของอินเดียในปี 2017 ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ยังคงปรับตัวไร้ทิศทาง ภาพการลงทุนในตลาดเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดทางการเมืองในบริเวณคาบสมุทรเกาหลี และการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรกที่ใกล้เข้ามาในช่วงสุดสัปดาห์ รวมถึงการแถลงการณ์ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ของรัฐบาลอังกฤษก็ตาม

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการลงทุน มีมติจ่ายเงินปันผลกองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ฟันด์ ( KT-India-d)ในอัตรา 0.65 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็น 4.86% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยลงทุน ณ วันที่ 21 เม.ย.2560 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1พ.ย.2559-31 ต.ค.2560 โดยเป็นรอบผลการดำเนินงานสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มี.ค.2560 กองทุนจะปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 28 เม.ย.2560 และจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 11 พ.ค.2560

กองทุน KT-India-d จัดตั้งขึ้นในเดือนก.พ.2559 และจ่ายเงินปันผลครั้งแรกในช่วงเดือนส.ค.2559ในอัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย หากรวมการจ่ายเงินปันผลครั้งล่าสุดจะเท่ากับ 1.15 บาทต่อหน่วย

สำหรับนโยบายลงทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Invesco India Equity Fund มีกลยุทธ์การลงทุนในปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นหลักทรัพย์ที่ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจการเติบโตภายในของประเทศอินเดียเป็นหลัก เช่น การปฏิรูปภายในอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นให้มีการกำกับดูแลที่ดีขึ้น ความสะดวกในการทำธุรกิจที่ง่ายขึ้น, การจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอื่นๆ โดยในปี 2016 มีการปฏิรูปที่สำคัญอยู่ 2 เรื่องคือการเรียกเก็บเงินภาษี (GST Tax Bill) และเรื่อง demonetization รวมถึงรักษาเสถียรภาพค่าเงิน อินเดียรูปี ได้มากกว่าเทียบกับสกุลเงินตลาดเกิดใหม่อื่นๆ เนื่องจากมีเงินสำรองสกุลต่างประเทศจำนวนมาก โดยการประมาณการณ์ การเติบโต GDP อินเดีย ของWorld Bank คาดว่า GDP อินเดียจะโต 7.6% และ 7.7% ในปี 2017 และ 2018
สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มี.ค.2560 นับจากวันที่ 3ม.ค.- 31มี.ค.2560 อยู่ที่ 12.46% 6 เดือน อยู่ที่ 16.50% และ 1 ปี อยู่ที่ 15.04% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อยู่ที่ 11.34% 14.94% และ14.86%ตามลำดับ

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเปิดจำหน่าย กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 145 (KTFF145) เสนอขายตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 2 พ.ค2560 อายุ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในเงินฝากประจำ Abu Dhabi Commercial Bank,China Construction Bank Asia) Corporation Limited ,Agricultural Bank of China (Hong Kong Branch), AI Khaliji Commercial Bank,Union National Bank PJSC และบัตรเงินฝาก Industrial and Commercial bank of China Limited (Luxembourg Branch)ในสัดส่วนสถาบันการเงินละ 18%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้น Industrial and Commercial bank of China Limited ที่ลงทุน 10% โดยผู้ถือหน่วยจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 1.45%ต่อปี โดยกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market