thansettakij
thansettakij
บล.KTBST มองปัจจัยต่างประเทศยังกดดันตลาดหุ้น

บล.KTBST มองปัจจัยต่างประเทศยังกดดันตลาดหุ้น

19 เม.ย. 60 | 03:15 น.
อัปเดตล่าสุด :19 เม.ย. 60 | 10:09 น.
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้( 19 เม.ย.)เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบๆ ปัจจัยต่างประเทศยังกดดันและทำให้เงินไหลเข้าสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ แนะกลยุทธ์ลงทุนเน้นเลือกหุ้นรายตัวในกลุ่ม Domestic play

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินทิศทางตลาดไทยวันนี้(19 เม.ย.) ท่ามกลาง 3 ตัวแปรสำคัญ ที่จะมีผลต่อตลาดหุ้นในอนาคต คือ การเลือกตั้งรอบแรกของฝรั่งเศส (23) สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี และตัวแปรสุดท้าย ที่เข้ามาในตลาดวานนี้ คือ การประกาศการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษเป็นวันที่ 8 มิ.ย.60 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่ตั้งไว้ในปี 2563 โดยนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ นางเทเรซา เมย์ ให้เหตุผลว่าเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองและจะได้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องในกระบวนการนำสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มอียู  ผลของตัวแปรเหล่านี้ แม้จะมีผลต่อตลาดหุ้นได้ในระยะถัดๆไป แต่ทว่า นักลงทุนต่างคิดว่า มีปัจจัยเสี่ยงของตลาดเพิ่มเข้ามาหลายตัว ส่งผลให้มีการกลับเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ทั้งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทองคำ และค่าเงินเยน เราจึงมองเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นไทยในวันนี้

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นที่ปิดไปในเทศกาลอีสเตอร์ จะกลับมาเปิดทำการในวันนี้ น่าจะรับรู้ตัวแปรในทางลบเหล่านี้ด้วย สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทภาคการเงินในตลาดหุ้นที่ออกมาในทางลบ กดดัชนีตลาดหุ้นและค่าเงินดอลล่าร์ให้อ่อนลง การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลดลง (Dow Jones -113 จุด) จึงมีผลทางจิตวิทยามาถึงตลาดหุ้นไทยด้วย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ $52 เหรียญ ความกังวลด้าน supply และความไม่แน่นอนว่า กลุ่ม OPEC จะสนับสนุนให้มีการลดกำลังการผลิตน้ำมันต่อหรือไม่ เป็นลบต่อราคาน้ำมัน แต่ด้วย Geopolitical Risk ในซีเรียและเกาหลีเหนือ เป็นบวกต่อราคาน้ำมันอยู่ต่อไป

ส่วนปัจจัยในประเทศ นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจทั้ง GDP ที่ขยายตัวมากกว่าเคยยคาดและการลงทุนของภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชนใน EEC รวมทั้ง การเข้ามาเก็งกำไรหุ้นในเรื่องผลประกอบการไตรมาส 1 เป็นปัจจัยบวกเฉพาะตัวของตลาดหุ้นไทย ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ แม้สถานการณ์เกาหลีเหนืจะเริ่มดีขึ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ในต่างประเทศ จะกดดันตลาดหุ้นไทย ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯเคลื่อนไปข้างหน้าต่อยากขึ้น ดัชนีฯมีแนวโน้มเป็นลบ และผันผวนในกรอบแคบๆอยู่ต่อไป

"กลยุทธ์การลงทุนเรายังคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับการเข้าลงทุนหรือเก็งกำไร ควรเลือกลงทุนเป็นรายตัว หรือ selective เนื่องจากเม็ดเงินที่พร้อมซื้อหุ้นของตลาดมีอยู่จำกัด อีกทั้งมีความเสี่ยงหลายตัวรออยู่ข้างหน้า หุ้นกลุ่มที่ เราให้น้ำหนักการลงทุน เป็นกลุ่ม domestic play หรือ หุ้นที่ถูกคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 1 จะออกมาดี สำหรับหุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้ อาทิ  BBL , AOT , HMPRO , AMATA , ATP30 , PRIN"

 
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market