
BDMS ตํ่าเป้าแสนล. พิษเศรษฐกิจ-น้ำมัน
บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ ยอมรับ รายได้พลาดเป้า 2 ปี ขอลุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 3 ยันธุรกิจโรงพยาบาลจะโตได้จีดีพีต้องขยายตัว 3.5% รอจังหวะเหมาะขายหุ้นเพิ่มทุน-ออกหุ้นกู้ 4 หมื่นล้าน
นาย ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) BDMS เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทด้วย รวมทั้งราคาน้ำมันที่ยังต่ำอยู่ คนไข้แถบตะวันออกกลางชะลอตัวลง อย่างไรก็ตามบริษัทจะต้องรอดูแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2560 อีกครั้ง ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เนื่องจากธุรกิจของบริษัทฯจะเติบโตได้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทษ(จีดีพี) จะต้องเติบโตถึง 3.5%
นอกจากนั้นปัจจัยต่างๆยังส่งผลต่อแนวโน้มรายได้ในปี 2561 อาจจะไม่ถึง 1 แสนล้านบาทตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันแผนการลงทุนในโรงพยาบาลใหม่ และศูนย์สุขภาพครบวงจรกว่าจะเห็นผลต้องรอเวลาประมาณ 2-3 ปี
สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ใหญ่ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560 ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติทุกวาระ เช่นการออกหุ้นกู้มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท และการเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยการออกหุ้นใหม่ 1,549.09 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์ )0.01 บาท ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนเป็น 1,758 .22 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้เงินในอนาค และเป็นการเพิ่มสภาพคล่องของบริษัท รวมถึงการมองหาโอกกาสลงทุนเพิ่มขึ้น ส่วนระยะเวลาในการขายหุ้นกู้และเพิ่มทุน ต้องอยู่ที่จังหวะและสถานการณ์ที่เหมาะสม
ทั้งนี้การเพิ่มทุนจดทะเบียนครั้งนี้ ประมาณ 50%แบ่งเสนอขาย ประชาชนทั่วไป 774,547,827 หุ้น คิดเป็น 5% ของทุนชำระแล้ว ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง เสนอขายบุคคลในวงจำกัด(พีพี)
นายปราเสริฐ กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน(ดี/อี) 0.5-0.6 เท่า ซึ่งตามเงื่อนไขเจ้าหนี้กำหนดไม่ให้เกิด1.75 เท่า ขณะเดียวกันนโยบายภายในบริษัทจะควบคุมไม่ให้เกิน 1 เท่า แม้ที่ผ่านมา บริษัทได้ออกหุ้นกู้ 2 หมื่นล้านบาทไปแล้ว ก็ตาม แต่ยังไม่ถึงเพดานที่กำหนดไว้ หากสัดส่วนถึง 1 เท่า บริษัทก็จะหาช่องทางในการระดมทุนอื่นๆ ได้
สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา แม้ยอดขายและรายได้ชะลอตัวลง ก็ไม่น่ากังวล เนื่องจากบริษัทอยู่ในช่วงของการลงทุน ขยายโรงพยาบาลใหม่ ส่งผลให้อัตรากำไรไม่เติบโตเร็ว เพราะโรงพยาบาลที่ไปลงทุนใหม่ ต้องใช้เวลา 2-3 ปีถึงจะสร้างกำไร และรายได้ถึงจะเพิ่มขึ้นปัจจุบันบริษัทมีโรงพยาบาล 44 แห่ง และมีแผนที่จะขยายเป็น 50 แห่ง ส่วนศูนย์สุขภาพครบวงจรคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ปลายปีนี้
[caption id="attachment_141064" align="aligncenter" width="503"]
ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) BDMS[/caption]
บริษัทมีโรงพยาบาลที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 แห่ง จำนวน550 เตียง แบ่งเป็น โรงพยาบาลกรุงเทพ สุราษฎร์ธานี จำนวน150 เตียง ซึ่งเปิดให้บริการปีนี้ส่วนปีหน้าจะเปิดให้บริการโรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงราย 80เตียงโครงการฟีนิกซ์โรงพยาบาลสำหรับชาวต่างชาติ จำนวน 220เตียงส่วนโรงพยาบาล Internationalให้บริการผู้ป่วยชาวเมียนมา และชาวตะวันออกกลาง100 เตียง เปิดบริการปี 2562
ด้านราคาหุ้น BDMS แกว่งบริเวณ 20 บาทมานาน แม้ว่านักวิเคราะห์หลายแห่งแนะนำให้ซื้อ เช่น บล.เอเซียพลัสฯให้ราคาเป้าหมาย 25.50 บาท
“ถ้าเปรียบเทียบ BDMSกับหุ้นโรงพยาบาลทั่วโลกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเราจะมีรายได้ต่อเตียงต่อคนสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก หากเปรียบเทียบ มาร์เก็ตแคป และจำนวนเตียงเราสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก”นายปราเสริฐกล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,253 วันที่ 16 - 19 เมษายน พ.ศ. 2560
นาย ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) BDMS เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทด้วย รวมทั้งราคาน้ำมันที่ยังต่ำอยู่ คนไข้แถบตะวันออกกลางชะลอตัวลง อย่างไรก็ตามบริษัทจะต้องรอดูแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2560 อีกครั้ง ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เนื่องจากธุรกิจของบริษัทฯจะเติบโตได้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทษ(จีดีพี) จะต้องเติบโตถึง 3.5%
นอกจากนั้นปัจจัยต่างๆยังส่งผลต่อแนวโน้มรายได้ในปี 2561 อาจจะไม่ถึง 1 แสนล้านบาทตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันแผนการลงทุนในโรงพยาบาลใหม่ และศูนย์สุขภาพครบวงจรกว่าจะเห็นผลต้องรอเวลาประมาณ 2-3 ปี
สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ใหญ่ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560 ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติทุกวาระ เช่นการออกหุ้นกู้มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท และการเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยการออกหุ้นใหม่ 1,549.09 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์ )0.01 บาท ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนเป็น 1,758 .22 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้เงินในอนาค และเป็นการเพิ่มสภาพคล่องของบริษัท รวมถึงการมองหาโอกกาสลงทุนเพิ่มขึ้น ส่วนระยะเวลาในการขายหุ้นกู้และเพิ่มทุน ต้องอยู่ที่จังหวะและสถานการณ์ที่เหมาะสม
ทั้งนี้การเพิ่มทุนจดทะเบียนครั้งนี้ ประมาณ 50%แบ่งเสนอขาย ประชาชนทั่วไป 774,547,827 หุ้น คิดเป็น 5% ของทุนชำระแล้ว ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง เสนอขายบุคคลในวงจำกัด(พีพี)
นายปราเสริฐ กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน(ดี/อี) 0.5-0.6 เท่า ซึ่งตามเงื่อนไขเจ้าหนี้กำหนดไม่ให้เกิด1.75 เท่า ขณะเดียวกันนโยบายภายในบริษัทจะควบคุมไม่ให้เกิน 1 เท่า แม้ที่ผ่านมา บริษัทได้ออกหุ้นกู้ 2 หมื่นล้านบาทไปแล้ว ก็ตาม แต่ยังไม่ถึงเพดานที่กำหนดไว้ หากสัดส่วนถึง 1 เท่า บริษัทก็จะหาช่องทางในการระดมทุนอื่นๆ ได้
สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา แม้ยอดขายและรายได้ชะลอตัวลง ก็ไม่น่ากังวล เนื่องจากบริษัทอยู่ในช่วงของการลงทุน ขยายโรงพยาบาลใหม่ ส่งผลให้อัตรากำไรไม่เติบโตเร็ว เพราะโรงพยาบาลที่ไปลงทุนใหม่ ต้องใช้เวลา 2-3 ปีถึงจะสร้างกำไร และรายได้ถึงจะเพิ่มขึ้นปัจจุบันบริษัทมีโรงพยาบาล 44 แห่ง และมีแผนที่จะขยายเป็น 50 แห่ง ส่วนศูนย์สุขภาพครบวงจรคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ปลายปีนี้
[caption id="attachment_141064" align="aligncenter" width="503"]
บริษัทมีโรงพยาบาลที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 แห่ง จำนวน550 เตียง แบ่งเป็น โรงพยาบาลกรุงเทพ สุราษฎร์ธานี จำนวน150 เตียง ซึ่งเปิดให้บริการปีนี้ส่วนปีหน้าจะเปิดให้บริการโรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงราย 80เตียงโครงการฟีนิกซ์โรงพยาบาลสำหรับชาวต่างชาติ จำนวน 220เตียงส่วนโรงพยาบาล Internationalให้บริการผู้ป่วยชาวเมียนมา และชาวตะวันออกกลาง100 เตียง เปิดบริการปี 2562
ด้านราคาหุ้น BDMS แกว่งบริเวณ 20 บาทมานาน แม้ว่านักวิเคราะห์หลายแห่งแนะนำให้ซื้อ เช่น บล.เอเซียพลัสฯให้ราคาเป้าหมาย 25.50 บาท
“ถ้าเปรียบเทียบ BDMSกับหุ้นโรงพยาบาลทั่วโลกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเราจะมีรายได้ต่อเตียงต่อคนสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก หากเปรียบเทียบ มาร์เก็ตแคป และจำนวนเตียงเราสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก”นายปราเสริฐกล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,253 วันที่ 16 - 19 เมษายน พ.ศ. 2560






