
บลจ.กรุงศรีชูกองหุ้นสหรัฐ-ญี่ปุ่นน่าลงทุน
บลจ.กรุงศรี มองหลายปัจจัยบวกหนุนตลาดหุ้นสหรัฐและญี่ปุ่นแนวโน้มสดใส ออก 2 กองทุนใหม่เป็นทางเลือกลงทุน
น.ส.ศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.กรุงศรี ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นญี่ปุ่นน่าสนใจที่สุด เพราะมีปัจจัยสนับสนุนในหลายด้าน จึงออกกองทุนใหม่ 2 เพื่อเพิ่มทางเลือกลงทุนในตลาดหุ้นชั้นนำของอเมริกาและญี่ปุ่น ผ่านกองทุนอีทีเอฟกับกองทุนเปิดกรุงศรียูเอสอิควิตี้อินเด็กซ์เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ (KF-HUSINDX) และกองทุนเปิดกรุงศรี เจแปนอิควิตี้อินเด็กซ์เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ (KF-HJPINDX)โดยจะเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 22-29 มี.ค.2560
ทั้งนี้ ในปี 2560 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องนำโดยสหรัฐอเมริกา โดยคาดการณ์ว่าในปี 2560 เศรษฐกิจของสหรัฐจะขยายตัว 2.3% จาก 1.6% ในปีก่อนและในช่วงเดือนมิ.ย.น่าจะเริ่มเห็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ ในส่วนของการปฎิรูปโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 35% เป็น 15% ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่ใช้ในการหาเสียงน่าจะมีการดำเนินการภายในปีนี้
สำหรับอัตราภาษีนิติบุคคลของสหรัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลงมานาน ดังนั้นการปรับลดภาษีน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิของภาคธุรกิจ รวมถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง แต่ทีมวิจัยกรุงศรีเชื่อว่าค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าจะเป็นปัจจัยกดดันการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจากนโยบายต่างๆ ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐมีศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนยังมีแนวโน้มของผลประกอบการที่ดีขึ้น การเติบโตของกำไรสุทธิปรับตัวเป็นบวกครั้งแรกในไตรมาส3/2559 และมีแนวโน้มเติบโตเป็นบวกต่อเนื่องในปี 2560 ระดับราคาหุ้นยังน่าสนใจโดยอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีตและในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำตลาดหุ้นมักมีการปรับเพิ่มขึ้นตามการขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐมีความน่าสนใจมากขึ้น
น.ส.ศิริพร กลาวว่า ด้านเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปและเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 คาดกาณ์ว่าในปี 2560 เศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะเติบโตประมาณ 0.9% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินการใช้จ่ายของภาครัฐ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น การฟื้นตัวของภาคการส่งออก รวมทั้งการอ่อนค่าของเงินเยนที่ส่งผลบวกต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนและตลาดหุ้น อีกทั้ง ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ระดับราคาหุ้นในปัจจุบันยังคงไม่แพงและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และราคาหุ้นยังไม่สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของตลาด รวมทั้งสถานะทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ได้ปรับคาดการณ์ตัวเลขกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้นติดต่อกันหลายไตรมาส และระดับหนี้สินของบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น การควบคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้นส่งผลต่อระดับกำไรสุทธิที่ดีขึ้น
สำหรับกองทุน KF-HJPINDX มีนโยบายลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ Nikkei 225 Exchange Traded Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็น 1 ในกองทุนดัชนี Nikkei 225 ETF ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAVส่วนกองทุน KF-HUSINDX เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้สามารถเข้าถึงบริษัท 500 อันดับแรกของสหรัฐได้ในกองทุนเดียว โดยมีนโยบายลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งทั้งสองกองทุนมีความเสี่ยงระดับ 6 เสี่ยงสูง และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
“บลจ.กรุงศรี เชื่อมั่นว่า กองทุน KF-HUSINDX จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐเพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับใกล้เคียงกับดัชนี S&P 500 ในส่วนของกองทุน KF-HJPINDX เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี Nikkei 225 ผู้ลงทุนที่สามารถรับความผันผวนในระยะสั้นได้เพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว อาจพิจารณาจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนมาลงทุนในกองทุนดังกล่าว เพื่อบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้มีสินทรัพย์ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ” น.ส.ศิริพร กล่าว
น.ส.ศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.กรุงศรี ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นญี่ปุ่นน่าสนใจที่สุด เพราะมีปัจจัยสนับสนุนในหลายด้าน จึงออกกองทุนใหม่ 2 เพื่อเพิ่มทางเลือกลงทุนในตลาดหุ้นชั้นนำของอเมริกาและญี่ปุ่น ผ่านกองทุนอีทีเอฟกับกองทุนเปิดกรุงศรียูเอสอิควิตี้อินเด็กซ์เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ (KF-HUSINDX) และกองทุนเปิดกรุงศรี เจแปนอิควิตี้อินเด็กซ์เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ (KF-HJPINDX)โดยจะเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 22-29 มี.ค.2560
ทั้งนี้ ในปี 2560 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องนำโดยสหรัฐอเมริกา โดยคาดการณ์ว่าในปี 2560 เศรษฐกิจของสหรัฐจะขยายตัว 2.3% จาก 1.6% ในปีก่อนและในช่วงเดือนมิ.ย.น่าจะเริ่มเห็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ ในส่วนของการปฎิรูปโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 35% เป็น 15% ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่ใช้ในการหาเสียงน่าจะมีการดำเนินการภายในปีนี้
สำหรับอัตราภาษีนิติบุคคลของสหรัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลงมานาน ดังนั้นการปรับลดภาษีน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิของภาคธุรกิจ รวมถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง แต่ทีมวิจัยกรุงศรีเชื่อว่าค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าจะเป็นปัจจัยกดดันการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจากนโยบายต่างๆ ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐมีศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนยังมีแนวโน้มของผลประกอบการที่ดีขึ้น การเติบโตของกำไรสุทธิปรับตัวเป็นบวกครั้งแรกในไตรมาส3/2559 และมีแนวโน้มเติบโตเป็นบวกต่อเนื่องในปี 2560 ระดับราคาหุ้นยังน่าสนใจโดยอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีตและในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำตลาดหุ้นมักมีการปรับเพิ่มขึ้นตามการขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐมีความน่าสนใจมากขึ้น
น.ส.ศิริพร กลาวว่า ด้านเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปและเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 คาดกาณ์ว่าในปี 2560 เศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะเติบโตประมาณ 0.9% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินการใช้จ่ายของภาครัฐ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น การฟื้นตัวของภาคการส่งออก รวมทั้งการอ่อนค่าของเงินเยนที่ส่งผลบวกต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนและตลาดหุ้น อีกทั้ง ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ระดับราคาหุ้นในปัจจุบันยังคงไม่แพงและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และราคาหุ้นยังไม่สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของตลาด รวมทั้งสถานะทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ได้ปรับคาดการณ์ตัวเลขกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้นติดต่อกันหลายไตรมาส และระดับหนี้สินของบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น การควบคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้นส่งผลต่อระดับกำไรสุทธิที่ดีขึ้น
สำหรับกองทุน KF-HJPINDX มีนโยบายลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ Nikkei 225 Exchange Traded Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็น 1 ในกองทุนดัชนี Nikkei 225 ETF ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAVส่วนกองทุน KF-HUSINDX เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้สามารถเข้าถึงบริษัท 500 อันดับแรกของสหรัฐได้ในกองทุนเดียว โดยมีนโยบายลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งทั้งสองกองทุนมีความเสี่ยงระดับ 6 เสี่ยงสูง และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
“บลจ.กรุงศรี เชื่อมั่นว่า กองทุน KF-HUSINDX จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐเพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับใกล้เคียงกับดัชนี S&P 500 ในส่วนของกองทุน KF-HJPINDX เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี Nikkei 225 ผู้ลงทุนที่สามารถรับความผันผวนในระยะสั้นได้เพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว อาจพิจารณาจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนมาลงทุนในกองทุนดังกล่าว เพื่อบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้มีสินทรัพย์ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ” น.ส.ศิริพร กล่าว






