
กันกุลฯปักธง‘พันเมก’ ปีนี้เป้ารายได้4,300ล้าน บุกงานไทย-ต่างประเทศ
GUNKUL โตยั่งยืน รายได้โตปีละ 30-40% มาจากธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มเป็น 70% กระจายพอร์ตมาจากในและต่างประเทศอย่างละ 50% ไม่นับงานก่อสร้าง
นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปีนี้จำนวน 4,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ทำได้จำนวน 3,630 ล้านบาท หลังจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าพลังงานลม(WED)ที่จ่ายไฟเข้าสู่ระบบในเชิงพาณิชย์(COD)ไปแล้วในเดือนธ.ค. 2559 ที่ 60 เมกะวัตต์ จะสร้างรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิราว 45% รวมถึงการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สระแก้ว 8 เมกะวัตต์ และบางกระเจ้า 5 เมกะวัตต์ และเตรียมจ่ายไฟโครงการพลังงานลมกรีนโนเวชั่น 60 เมกะวัตต์ ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560
“รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เราจึงตั้งเป้ามีสัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าจัดจำหน่าย(EBITDA)จากธุรกิจโรงไฟฟ้ามาอยู่ที่ 70% และธุรกิจซื้อขาย 30% ของรายได้ทั้งหมด และจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% ในปี 2561 จากปีก่อนที่มีสัดส่วนมาธุรกิจไฟฟ้า 50%”นายสมบูรณ์กล่าว
นอกจากนี้ยังตั้งเป้ารายได้เติบโตอีกราวปีละ 30-40% และมีสัญญาขายไฟฟ้า(PPA)อยู่ที่ 1,000 เมกะวัตต์ ในอีก 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มี 489 เมกะวัตต์ โดยสัดส่วนการขายไฟจะมาจากโครงการในประเทศ 50% และต่างประเทศ 50% โดยยังเน้นการลงทุนพลังงานทดแทนในประเทศญี่ปุ่น มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
สำหรับแผนงานในปีนี้ เตรียมเข้าประมูลงานจ่ายไฟฟ้าจากภาครัฐ ได้แก่ โครงการโซลาร์สหกรณ์ โครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน และพลังงานจากของเสียรวม ทั้งหมด 1,000 เมกะวัตต์ ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้งาน 100 เมกะวัตต์ รวมถึงประมูลงานจ่ายไฟในประเทศมาเลเซียพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 1,000 เมกะวัตต์ พลังงานลม 300 เมกะวัตต์ ส่วนประเทศเวียดนามจะเข้าประมูลพลังงานแสงอาทิตย์ 100 เมกะวัตต์
ขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับสถาบันทางการเงิน เพื่อให้ปล่อยสินเชื่อให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) ในการก่อสร้างโครงการสายส่งไฟฟ้าขนาด 115 KV และ 230 KV มูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะเข้าไปรับงานดังกล่าว แต่มูลค่างานนั้นขึ้นอยู่กับการปล่อยสินเชื่อของสถาบันทางการเงิน โดยเบื้องต้นบริษัทคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2/2560
นอกจากนี้บริษัทเตรียมขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเพิ่มวงเงินการออกหุ้นกู้อีก 3,000 ล้านบาท จากเดิมที่ 6 ,000 ล้านบาท ในวันที่ 21เมษายน 2560 โดยในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะออกหุ้นกู้ มูลค่า 3,000-5,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) มูลค่า 3,700 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้รองรับขยายการลงทุนโครงการพลังงานใหม่ ๆ ส่วนแผนการโรดโชว์ในต่างประเทศ บริษัทมีแผนเดินทางไปให้ข้อมูลนักลงทุน ที่ประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,243 วันที่ 12 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2560
นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปีนี้จำนวน 4,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ทำได้จำนวน 3,630 ล้านบาท หลังจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าพลังงานลม(WED)ที่จ่ายไฟเข้าสู่ระบบในเชิงพาณิชย์(COD)ไปแล้วในเดือนธ.ค. 2559 ที่ 60 เมกะวัตต์ จะสร้างรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิราว 45% รวมถึงการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สระแก้ว 8 เมกะวัตต์ และบางกระเจ้า 5 เมกะวัตต์ และเตรียมจ่ายไฟโครงการพลังงานลมกรีนโนเวชั่น 60 เมกะวัตต์ ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560
“รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เราจึงตั้งเป้ามีสัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าจัดจำหน่าย(EBITDA)จากธุรกิจโรงไฟฟ้ามาอยู่ที่ 70% และธุรกิจซื้อขาย 30% ของรายได้ทั้งหมด และจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% ในปี 2561 จากปีก่อนที่มีสัดส่วนมาธุรกิจไฟฟ้า 50%”นายสมบูรณ์กล่าว
นอกจากนี้ยังตั้งเป้ารายได้เติบโตอีกราวปีละ 30-40% และมีสัญญาขายไฟฟ้า(PPA)อยู่ที่ 1,000 เมกะวัตต์ ในอีก 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มี 489 เมกะวัตต์ โดยสัดส่วนการขายไฟจะมาจากโครงการในประเทศ 50% และต่างประเทศ 50% โดยยังเน้นการลงทุนพลังงานทดแทนในประเทศญี่ปุ่น มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
สำหรับแผนงานในปีนี้ เตรียมเข้าประมูลงานจ่ายไฟฟ้าจากภาครัฐ ได้แก่ โครงการโซลาร์สหกรณ์ โครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน และพลังงานจากของเสียรวม ทั้งหมด 1,000 เมกะวัตต์ ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้งาน 100 เมกะวัตต์ รวมถึงประมูลงานจ่ายไฟในประเทศมาเลเซียพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 1,000 เมกะวัตต์ พลังงานลม 300 เมกะวัตต์ ส่วนประเทศเวียดนามจะเข้าประมูลพลังงานแสงอาทิตย์ 100 เมกะวัตต์
ขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับสถาบันทางการเงิน เพื่อให้ปล่อยสินเชื่อให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) ในการก่อสร้างโครงการสายส่งไฟฟ้าขนาด 115 KV และ 230 KV มูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะเข้าไปรับงานดังกล่าว แต่มูลค่างานนั้นขึ้นอยู่กับการปล่อยสินเชื่อของสถาบันทางการเงิน โดยเบื้องต้นบริษัทคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2/2560
นอกจากนี้บริษัทเตรียมขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเพิ่มวงเงินการออกหุ้นกู้อีก 3,000 ล้านบาท จากเดิมที่ 6 ,000 ล้านบาท ในวันที่ 21เมษายน 2560 โดยในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะออกหุ้นกู้ มูลค่า 3,000-5,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) มูลค่า 3,700 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้รองรับขยายการลงทุนโครงการพลังงานใหม่ ๆ ส่วนแผนการโรดโชว์ในต่างประเทศ บริษัทมีแผนเดินทางไปให้ข้อมูลนักลงทุน ที่ประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,243 วันที่ 12 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2560






