thansettakij
thansettakij
กสิกรไทยรุกเช่าซื้อเครื่องจักร

กสิกรไทยรุกเช่าซื้อเครื่องจักร

10 มี.ค. 60 | 11:00 น.
กสิกรไทยรุกหนักเช่าซื้อเครื่องจักร เกาะติดภาครัฐ-เอกชนเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เน้นจับมือสายงานลูกค้ารายใหญ่-เอสเอ็มอี ตั้งเป้าปล่อยกู้ 5 พันล้านบาท จากพอร์ต 1.5 หมื่นล้านบาท คุมหนี้เอ็นพีแอลไม่เกิน 1%

รัฐบาลประกาศแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในปีนี้กว่า 36 โครงการ คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 1.6 ล้านล้านบาทนั้น สร้าวงความตื่นตัวให้กับธุรกิจเช่าซื้อเครื่องจักรกลเพื่อใช้ในการก่อสร้างคึกคัก ทำให้พอร์ตเช่าซื้อของธนาคารพาณิชย์ในปีนี้มีการเคบื่อนไหวที่น่าสนใจ

นายทวี ธีระสุนทรวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย จำกัด หรือ KF&E เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมธุรกิจเช่าซื้อเครื่องจักรเชิงพาณิชย์ในปีนี้มีโอกาสขยายการเติบโตเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการลงทุนภาครัฐที่จะทยอยออกมาทั้งในส่วนของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนภาคเอกชน ส่งผลให้มีความต้องการใช้สินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องจักรโดยเฉพาะในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ต้องการอุปกรณ์การก่อสร้าง หรือในกลุ่มสายผลิตและแฟรนไชส์ที่ยังคงเห็นอัตราการเติบโตต่อเนื่องในปีนี้

ดังนั้นกลยุทธ์ในปีนี้บริษัทจะทำงานร่วมกับสายงานกับธนาคารกสิกรไทยมากขึ้น โดยร่วมกับสายธุรกิจลูกค้าขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เนื่องจากสายงานทั้ง 2 กลุ่ม จะเจอลูกค้าค่อนข้างมาก ซึ่งหากลูกค้าต้องการขยายธุรกิจหรือต้องการซื้อเครื่องจักรเพิ่มบริษัทจะเข้าไปสนับสนุนทันที

ส่วนลูกค้าใหม่ที่ไม่ใช่ฐานลูกค้าธนาคารแต่มีความต้องการซื้อเครื่องจักร บริษัทจะเน้นขยายความร่วมมือกับร้านค้าเครื่องจักรที่เป็นพันธมิตรสามารถส่งลูกค้าให้บริษัทได้ หรือลูกค้าที่ไม่ผ่านการซื้อจากร้านค้าก็สามารถเดินมาธนาคารเพื่อทำเช่าซื้อได้เช่นกัน

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่จำนวน 5,000 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อคงค้าง 1.5 หมื่นล้านบาท โดยวงเงินเฉลี่ยต่อรายจะอยู่ตั้งแต่ 10-1,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องจักร เช่นเดียวกับการวางเงินดาวน์ของลูกค้าจะขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องจักรและค่าความถดถอยของราคาเครื่องจักร เช่น เครื่องขุดหรือเครื่องตัก จะวางเงินดาวน์ในอัตราที่น้อยกว่าเครื่องใช้สำนักงาน เช่น คอมพิวเตอร์ ที่ราคาจะตกค่อนข้างเร็ว อย่างไรก็ตามอัตราการวางเงินดาวน์ขั้นต่ำจะอยู่ที่ 10% ของราคาเครื่องจักร

ขณะที่ฐานลูกค้าปัจจุบันสัดส่วนประมาณ 65% จะเป็นลูกค้าขนาดใหญ่ และลูกค้าเอสเอ็มอี 35% ซึ่งปีนี้สัดส่วนลูกค้ายังคงเดิม แต่ในอนาคตสัดส่วนอาจจะปรับเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับกลยุทธ์และแนวโน้มธุรกิจ

ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีเกิดขึ้นผิดปกติเหมือนธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับ 1% คาดว่าทั้งปีจะไม่คุมไม่เกินระดับดังกล่าว โดยส่วนใหญ่หนี้เสียที่เกิดขึ้นจะมาจากกลุ่มอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ อาจจะมีชำระล่าช้าบ้างแต่อยู่ในการควบคุม ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่จะเห็นว่าไม่มีปัญหาหนี้เสียจึงไม่มีเลย

“ปีนี้ถือเป็นปีที่เราจะเริ่มสร้างแบรนด์ของ KF&E ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเราจะวางกลยุทธ์ 4 ช่องทาง ทั้งทำงานเชื่อมกับสายงานของแบงก์ และติดต่อผ่านหน้าร้านขายเครื่องจักรและรับลูกค้าที่เดินมาหาเราโดยตรง โดยมองเทรนด์ธุรกิจที่ไปได้ดี จะเป็นภาคการก่อสร้างสายการผลิต แฟรนไชส์ และธุรกิจสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มก่อสร้างที่จะช่วยให้สินเชื่อเติบโตตามเป้าหมาย”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,242 วันที่ 9 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market