thansettakij
thansettakij
บลจ.วรรณนำร่องกองทุนไทย ดัน‘สต๊อกอาเซียน’ซื้อขายตลาดหุ้นสิงคโปร์5เม.ย.

บลจ.วรรณนำร่องกองทุนไทย ดัน‘สต๊อกอาเซียน’ซื้อขายตลาดหุ้นสิงคโปร์5เม.ย.

01 มี.ค. 60 | 12:00 น.
บลจ.วรรณฯ เผยตลาดหุ้นสิงคโปร์ไฟเขียว “กองทุนวรรณสต๊อก อาเซียน” เข้าซื้อขาย 5 เม.ย.นี้ กองทุนแรกของไทยจดทะเบียนในต่างประเทศ ชูลงทุนหุ้นปันผลชั้นนำในอาเซียน

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ได้อนุมัติให้กองทุนเปิดวรรณ สต๊อก อาเซียน ซีเล็ค ดิวิเดนด์ อินเด็กซ์ ฟันด์ (ONE-STOXXASEAN) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เรียบร้อยแล้ว โดยจะเข้าซื้อขายวันแรกในวันที่ 5 เมษายน 2560 ในรูปของกองทุนอีทีเอฟ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งถือเป็นกองทุนรวมประเภท ASEAN CIS กองทุนแรกในประเทศไทย ที่ไปจดทะเบียนในต่างประเทศ

ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนรวมดัชนี ( Index Fund) เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับการปรับตัวของดัชนี STOXX ASEAN SELECT DIVIDEND 30 INDEX ซึ่งลงทุนในหุ้นสามัญจำนวน 30 บริษัทที่จ่ายปันผลสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์อาเซียน โดยเรียงตามมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) และลงทุนในสัดส่วนเท่ากัน
นายพจน์ กล่าวว่า สำหรับขนาดกองทุนในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเมื่อไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ขนาดกองทุนจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อหน่วยลงทุนที่มีเข้ามา ส่วนราคาซื้อขายหน่วยลงทุนจะแปลงจากราคาหน่วยลงทุนของกองทุนในไทยเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯเบื้องต้นจะอยู่ที่ประมาณ 2.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ มูลค่ากองทุน 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

"ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเดินสายพบนักลงทุนในสิงคโปร์แล้ว ทั้งกลุ่มสถาบันการเงิน บริษัทหลักทรัพย์และไพรเวตแบงก์ในภูมิภาคเอเชีย จึงเชื่อว่ากองทุนมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต เนื่องจากกองทุนลักษณะนี้มีไม่มากและจุดเด่นเน้นหุ้นปันผลสูงจึงมีความโดดเด่น หลักทรัพย์ที่ลงทุนมีศักยภาพดีสร้างผลตอบแทนได้ในระดับสูงอยู่ในตลาดอาเซียน โดยยังแผนมีเจาะกลุ่มนักธุรกิจและคนไทยที่อยู่ในสิงคโปร์ด้วย”นายพจน์ กล่าว

สำหรับการคัดเลือกหุ้นบนดัชนีจะเลือกหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง 12 เดือนสูงสุด 30 บริษัทแรก โดยจำกัดประเทศละไม่เกิน 7 หลักทรัพย์ และปรับเปลี่ยนตัวหุ้นปีละครั้ง โดยทุก 3 เดือนจะปรับเปลี่ยนน้ำหนักการลงทุน เพื่อให้หุ้นมีสัดส่วนลงทุนเท่ากัน พอร์ตการลงทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559ลงทุนหุ้นสิงคโปร์ ,มาเลเซีย และอินโดนีเซียแห่งละ7 หลักทรัพย์ ส่วนไทย 5 หลักทรัพย์ ฟิลิปปินส์ 3 หลักทรัพย์และเวียดนาม 1 หลักทรัพย์

“หุ้นปันผลที่ถูกเลือกมานั้นจะต้องมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลต่ำกว่า 80% เพราะถ้าสูงกว่านี้บริษัทอาจไม่มีการเติบโตเพราะนำเงินมาจ่ายปันผลหมด ดังนั้นหุ้นเป้าหมายนอกจากปันผลดีแล้วต้องมีการเติบโตด้วย”นายพจน์ กล่าว

สำหรับผลตอบแทนของกองทุนในเดือนมกราคม 2560 อยู่ที่ 4.3% ย้อนหลัง 3 เดือน อยู่ที่ 3.34% ย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 15.9% และตั้งแต่ตั้งกองทุนในเดือนพฤษภาคม 2559 ผลตอบแทน ติดลบ 1% เนื่องจากในช่วงตั้งกองทุน ตลาดหุ้นทั่วโลกกังวลการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ จึงขายหุ้นในเอเชียและไทยออกทำให้เงินไหลออกจากภูมิภาคนี้ค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันเงินไหลกลับเข้ามาลงทุนแล้ว ส่งผลให้กองทุนมีผลตอบแทนสูงขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,240 วันที่ 2 - 4 มีนาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market