
IFECพ้นวิกฤติเชื่อมั่น ทวิชได้ก.ก. 5 ที่จาก 7 ที่ ชำนิ จันทร์ฉายเป็นกุนซือ
อินเตอร์ฟาร์อีสท์ฯมีทางออก ทวิช-วิชัย แบ่งเก้าอี้กรรมการลงตัว รีบส่งแผนแก้หนี้ให้ตลาดหลักทรัพย์ฯปลด SP เจ้าหนี้เสนอตั้งบอร์ดตรวจสอบทุจริตการทำงานไม่โปร่งใส
การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 10.30 น. แล้วเสร็จ ประมาณเวลา15.00น. โดยมีวาระสำคญ คือการเลือกตั้งกรรมการ 7 คนแทนกรรมการคนที่ลาออกไป ซึ่งผล ปรากฎว่า ฟากของนายทวิช เตชะนาวากุล ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้กรรมการ 5 คน ขณะที่ ฟากของนายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ได้รับเลือกเข้ามา 2 คน เมื่อ รวมกับกรรมการที่มีอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 2 คน คือ นายวิชัย และนาย ศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ส่งผลให้บริษัทมีคณะกรรมการ ทั้งหมด 9 คน คือคนของนายทวิช 5 คน และนายวิขัย 4 คน
นายทวิช เปิดเผยภายหลังการประขุมว่า ภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการเรียกประขุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อกำหนดแผนการชำระหนี้ และทิศทางการดำเนินงานของบริษัท ในส่วนของการขำระหนี้นั้น จะต้องหารือกับเจ้าหนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการจัดทำแผนภายใน 45-60 วัน และขอความร่วมมือจากคณะกรรมการ เนื่องจากมีกรรมการทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าหากไม่ได้รับความร่วมมือก็คงจะต้องใช้ยาแรงมาแก้ไขปัญหา
สำหรับการปลดเครื่องหมาย SP เพื่อให้หุ้นกลับมาซื้อขายตามปกติ นั้น บริษัทจะทำหนังสือเกี่ยวกับแผนการขำระหนี้ ที่ชัดเจนส่งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่วนจะปลด SP เมื่อไร ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์ฯ
“ถ้าปลด SP แล้ว หุ้นจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางไหน ก็เปรียบเสมือนเหรียญ 2 ด้าน เพราะอาจจะมีคนที่ถูกยังบังคับขายหุ้นออกมา ส่วนหุ้นของบริษัทโรงแรมดาราเทวีที่ได้มาจากการซื้อตั๋วบี/อีมา ก็ยินดีขายหนี้คืนบริษัทในราคา 100 ล้านบาท ” นายทวิชกล่าว
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม( บลจ.)แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ในฐานะเจ้าหนี้ตั๋วบี/อี IFEC เปิดเผยว่า หน้าที่ของลูกหนี้จะต้องนำเงินมาชำระคืนตามกำหนดผ่านทรัสตี หลังจากนั้นผู้จัดการกองทุนจะให้ทรัสตีส่งเงินที่ได้รับชำระหนี้คืนให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ
แหล่งข่าวเจ้าหนี้ บลจ. กล่าวว่าถึงแนวทางการแก้ปัญหา ทาง IFEC ควรจะจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมา เพื่อตรวจสอบการทุจริต และความไม่โปร่งใสในการบริหารในทุกเรื่องที่ผ่านมา
สำหรับบรรยากาศในการประขุมผู้ถือหุ้น IFEC นายวิชัย ในฐานะประธานในที่ประชุม ไม่ได้ทำหน้าที่ในการตอบคำถามของผู้ถือหุ้น แต่ให้นายธวัช ไทรราหรู ที่ปรึกษากฎหมายเป็นผู้ดำเนินการตอบคำถามตลอดเวลา ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่ผู้ถือหุ้นไม่ค่อยเห็นว่า ประธานไม่ได้ทำหน้าที่ในการที่ประชุมอย่างที่ได้รับมอบหมาย ขณะที่ บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัท ก็ไม่ได้มาเข้าร่วมประขุม รวมทั้งวิธีการนับคะแนนคัดเลือกกรรมการ ก็แตกต่างจากบริษัทจดทะเบียนทั่วไป ที่ 1 คะแนนเท่ากับ 1 เสียง โดยบริษัท IFEC ใช้วิธีลงคะแนนแบบสะสม เช่น มี 100 คะแนน ให้คูณ 7 เป็น 700 คะแนน หากเลือกกรรมการ 1 คนก็เทคะแนนให้ทั้งหมด 700 คน ซึ่ง ทำให้ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่สับสัน และมีผลให้ ตัวแทนของนายวิชัยได้รับเลือกเข้ามาเป็นกรรมการ 2 ที่นั่ง
นายชำนิ จันทร์ฉาย ผู้แทนผู้ถือหุ้น กล่าวว่า ขอให้นายวิชัยชี้แจง ความคืบหน้าในการขายสินทรัพย์ เช่น การเจรจากับผู้สนใจซื้ออยู่ในระดับไหน เข่นการเจรจากับแมควอลี่ของออสเตรเลีย การเจรจากับโกลด์ วิน และมีอะไรเป็นเงื่อนไขในการเจรจาบ้าง ไม่ใข่เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ เพราะนายวิชัย เคยพูด มาแล้ว 1 ครั้ง กรณีนักลงทุนจีนให้ความสนใจซื้อหุ้น จนถูกตลาดขึ้น เอสพี
นายชำนิ ยังกล่าวอีกว่า การซื้อโรงแรมดาราเทวี เป็นการพิจารณาของคณะกรรมการ ที่พิจารณา อย่างรอบคอบแล้ว แต่ในเมื่อนายวิขัย เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนั้นด้วยกลับระบุว่าเป็นการ ซื้อไม่ถูกต้อง นายวิชัยก็ จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
“ ผมได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ให้เข้ามาข่วยแก้ไขปัญหาของ IFEC และร่วมทำงานกับนายทวิชด้วย” นายชำนิกล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,236 วันที่ 16 - 18 กุมภาพันธ์ 2560
การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 10.30 น. แล้วเสร็จ ประมาณเวลา15.00น. โดยมีวาระสำคญ คือการเลือกตั้งกรรมการ 7 คนแทนกรรมการคนที่ลาออกไป ซึ่งผล ปรากฎว่า ฟากของนายทวิช เตชะนาวากุล ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้กรรมการ 5 คน ขณะที่ ฟากของนายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ได้รับเลือกเข้ามา 2 คน เมื่อ รวมกับกรรมการที่มีอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 2 คน คือ นายวิชัย และนาย ศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ส่งผลให้บริษัทมีคณะกรรมการ ทั้งหมด 9 คน คือคนของนายทวิช 5 คน และนายวิขัย 4 คน
นายทวิช เปิดเผยภายหลังการประขุมว่า ภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการเรียกประขุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อกำหนดแผนการชำระหนี้ และทิศทางการดำเนินงานของบริษัท ในส่วนของการขำระหนี้นั้น จะต้องหารือกับเจ้าหนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการจัดทำแผนภายใน 45-60 วัน และขอความร่วมมือจากคณะกรรมการ เนื่องจากมีกรรมการทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าหากไม่ได้รับความร่วมมือก็คงจะต้องใช้ยาแรงมาแก้ไขปัญหา
สำหรับการปลดเครื่องหมาย SP เพื่อให้หุ้นกลับมาซื้อขายตามปกติ นั้น บริษัทจะทำหนังสือเกี่ยวกับแผนการขำระหนี้ ที่ชัดเจนส่งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่วนจะปลด SP เมื่อไร ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์ฯ
“ถ้าปลด SP แล้ว หุ้นจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางไหน ก็เปรียบเสมือนเหรียญ 2 ด้าน เพราะอาจจะมีคนที่ถูกยังบังคับขายหุ้นออกมา ส่วนหุ้นของบริษัทโรงแรมดาราเทวีที่ได้มาจากการซื้อตั๋วบี/อีมา ก็ยินดีขายหนี้คืนบริษัทในราคา 100 ล้านบาท ” นายทวิชกล่าว
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม( บลจ.)แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ในฐานะเจ้าหนี้ตั๋วบี/อี IFEC เปิดเผยว่า หน้าที่ของลูกหนี้จะต้องนำเงินมาชำระคืนตามกำหนดผ่านทรัสตี หลังจากนั้นผู้จัดการกองทุนจะให้ทรัสตีส่งเงินที่ได้รับชำระหนี้คืนให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ
แหล่งข่าวเจ้าหนี้ บลจ. กล่าวว่าถึงแนวทางการแก้ปัญหา ทาง IFEC ควรจะจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมา เพื่อตรวจสอบการทุจริต และความไม่โปร่งใสในการบริหารในทุกเรื่องที่ผ่านมา
สำหรับบรรยากาศในการประขุมผู้ถือหุ้น IFEC นายวิชัย ในฐานะประธานในที่ประชุม ไม่ได้ทำหน้าที่ในการตอบคำถามของผู้ถือหุ้น แต่ให้นายธวัช ไทรราหรู ที่ปรึกษากฎหมายเป็นผู้ดำเนินการตอบคำถามตลอดเวลา ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่ผู้ถือหุ้นไม่ค่อยเห็นว่า ประธานไม่ได้ทำหน้าที่ในการที่ประชุมอย่างที่ได้รับมอบหมาย ขณะที่ บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัท ก็ไม่ได้มาเข้าร่วมประขุม รวมทั้งวิธีการนับคะแนนคัดเลือกกรรมการ ก็แตกต่างจากบริษัทจดทะเบียนทั่วไป ที่ 1 คะแนนเท่ากับ 1 เสียง โดยบริษัท IFEC ใช้วิธีลงคะแนนแบบสะสม เช่น มี 100 คะแนน ให้คูณ 7 เป็น 700 คะแนน หากเลือกกรรมการ 1 คนก็เทคะแนนให้ทั้งหมด 700 คน ซึ่ง ทำให้ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่สับสัน และมีผลให้ ตัวแทนของนายวิชัยได้รับเลือกเข้ามาเป็นกรรมการ 2 ที่นั่ง
นายชำนิ จันทร์ฉาย ผู้แทนผู้ถือหุ้น กล่าวว่า ขอให้นายวิชัยชี้แจง ความคืบหน้าในการขายสินทรัพย์ เช่น การเจรจากับผู้สนใจซื้ออยู่ในระดับไหน เข่นการเจรจากับแมควอลี่ของออสเตรเลีย การเจรจากับโกลด์ วิน และมีอะไรเป็นเงื่อนไขในการเจรจาบ้าง ไม่ใข่เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ เพราะนายวิชัย เคยพูด มาแล้ว 1 ครั้ง กรณีนักลงทุนจีนให้ความสนใจซื้อหุ้น จนถูกตลาดขึ้น เอสพี
นายชำนิ ยังกล่าวอีกว่า การซื้อโรงแรมดาราเทวี เป็นการพิจารณาของคณะกรรมการ ที่พิจารณา อย่างรอบคอบแล้ว แต่ในเมื่อนายวิขัย เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนั้นด้วยกลับระบุว่าเป็นการ ซื้อไม่ถูกต้อง นายวิชัยก็ จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
“ ผมได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ให้เข้ามาข่วยแก้ไขปัญหาของ IFEC และร่วมทำงานกับนายทวิชด้วย” นายชำนิกล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,236 วันที่ 16 - 18 กุมภาพันธ์ 2560






