thansettakij
thansettakij
กูรูแนะรับมือหุ้นผันผวนยาว จัดพอร์ตลงทุนทอง5-10%หุ้นไทยรอจังหวะซื้อ

กูรูแนะรับมือหุ้นผันผวนยาว จัดพอร์ตลงทุนทอง5-10%หุ้นไทยรอจังหวะซื้อ

13 ก.พ. 60 | 01:00 น.
กูรูแนะกระจายลงทุนทองคำ 5-10% ของพอร์ตรับมือความผันผวนตลอดปี ส่วนหุ้นไทยอัพไซด์จำกัดชูหุ้นขนาดกลาง-เล็กยังเติบโตสูง หุ้นนอกมองต่างมุม

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย)ฯ เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในปี 2560 จะผันผวนค่อนข้างสูง โดยตลาดยังจับตาการดำเนินนโยบายต่างๆ ของนายโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและการตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อีกทั้งยุโรปจะมีการเลือกตั้งในหลายประเทศ ซึ่งหากออกจากกลุ่มยุโรปอีกจะส่งผลกระทบต่อตลาด รวมถึงการดำเนินการตามขั้นตอนออกจากยุโรปของอังกฤษ(เบร็กซิท)

“จากปัจจัยเสี่ยงตลอดปี นักลงทุนจึงควรจัดพอร์ตลงทุนในทองคำประมาณ 5-10% ของพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่จะคาดหวังกำไรมากๆ ไม่ได้ แม้โอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นได้หากตัวเลขเศรษฐกิจไม่ได้ออกมาแข็งแกร่งมากเท่าที่คาดไว้ หรือเฟดออกมาให้มุมมองต่อการขึ้นดอกเบี้ยช้าลง แต่เมื่อปัจจัยต่างๆคลี่คลายเงินก็จะไหลกลับเข้าตลาดหุ้น และหากมีปัจจัยลบเพิ่ม เงินก็จะไหลเข้าไปทองคำ”นายสานุพงศ์ กล่าว

สำหรับตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสูงจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาดีขึ้น รวมถึงตลาดปรับคาดการณ์ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนขึ้นค่อนข้างมาก ทำให้ราคาหุ้นไทยดูไม่แพง แต่อัพไซด์เริ่มจำกัด จึงยังไม่แนะนำให้เข้าลงทุนจนกว่าดัชนีจะผ่านแนวต้าน 1,600 จุดไปได้ซึ่งสะท้อนตลาดแข็งแกร่งที่จะปรับตัวขึ้นได้ต่อโดยฝ่ายวิจัยมองเป้าหมายดัชนีสิ้นปีที่ 1,666 จุดและแนะนำกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีแนวโน้มการเติบโตสูงและได้รับผลกระทบจากเงินทุนไหลออกน้อยกว่าหุ้นใหญ่

นายสานุพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของตลาดหุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจในปีนี้ ได้แก่ ตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว ที่ผ่านมาเงินไหลออกจากภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกไปค่อนข้างมาก ดังนั้นหากเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็วเชื่อว่าเงินจะไหลกลับเข้ามา โดยแนะนำกองทุนหุ้นเอเชียแปซิฟิกส่วนกองทุนหุ้นจีนถือว่าน่าสนใจและราคาถูกมากแล้ว แต่ต้องเน้นบริษัทที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการบริโภคมากขึ้นรวมทั้งแนะนำทยอยลงทุนในกองทุนเฮลธ์แคร์ซึ่งราคาย่อตัวลง เนื่องจากระยะยาวยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ส่วนตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่นยังไม่แนะนำให้เข้าลงทุน เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศยังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้าง เช่นเดียวกับสหรัฐฯที่ยังต้องรอดูสถานการณ์ของนายทรัมป์และเฟด

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโสสายการตลาด บลจ. ทิสโก้ฯ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมากแล้วแต่ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการคัดสรรหุ้นรายตัว โดยแนะนำกองทุนที่ลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก รวมทั้งกระจายการลงทุนหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่หันมาผลักดันนโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างสหรัฐฯและญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทในตลาดหุ้นผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้แนะนำตลาดหุ้นอินเดีย เศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่แพงและตลาดหุ้นจีนที่เศรษฐกิจมีสัญญาณการฟื้นตัว หลังจากรัฐบาลพยายามปฏิรูปเศรษฐกิจในหลายปี

ด้านบลจ.กสิกรไทยฯมองตลาดหุ้นอินเดียและตลาดหุ้นอาเซียนน่าสนใจในปีนี้ ส่วนบลจ.กรุงไทยฯแนะนำตลาดหุ้นอินเดียและจีน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,235 วันที่ 12 - 15 กุมภาพันธ์ 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market