
จี้อ.ต.ก.คืนเงินกองทุน245ล.
ศึกในกระทรวงเกษตรฯเดือด ปูด อ.ต.ก. ส่อชักดาบเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรกว่า 245 ล้านบาท ด้านบิ๊กอ.ต.ก.เผยสัปดาห์หน้าจะไปเจรจาปรับแผนใหม่ ไม่ส่งคืนระบุจะนำเงินไปลงทุนให้เกษตรกรมีที่ขายใหม่ หากตกลงกันไม่ได้จะส่งเรื่องให้ครม.ชี้ขาด
สืบเนื่องจากปี 2520-2532 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือด้านโภคภัณฑ์เพื่อเพิ่มผลผลิตทางอาหารรวม 3 รายการ ประกอบด้วย 1.ปุ๋ยเคมี มูลค่ากว่า 2,280 ล้านบาท 2.ยาปราบศัตรูพืช มูลค่ากว่า 332 ล้านบาท และ 3 เครื่องจักรกลการเกษตรมูลค่า กว่า 207 ล้านบาท
ทั้งนี้ทางญี่ปุ่นได้ให้รัฐบาลไทยนำสินค้าไปจำหน่ายโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ 3 หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 กรมได้ส่งคืนเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือ อ.ต.ก.ที่มียอดคงค้างคงเหลือกว่า 628 ล้านบาท ในขณะนั้น (ปี 2555) ทาง อ.ต.ก. จึงได้ขอผ่อนชำระภายใน 5 ปี โดยเริ่มชำระตั้งแต่ปี 2555 ถึงปี 2560 รวมทั้งสิ้น กว่า 383 ล้านบาท ยอดคงเหลือค้างกว่า 245 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงผลการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 ที่ผ่านมานั้น กองบริหารกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ได้แจ้งในที่ประชุมว่า ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ กษ 0229/6114 ลงวันที่ 30 กันยายน 2559 เร่งรัดให้ อ.ต.ก.ชำระคืน ในปี 2559 จำนวน 125 ล้านบาทและในปี 2560 จำนวน 120 ล้านบาท รวมที่ยังเหลือค้างชำระ 245 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการชำระคืน และยังไม่ได้รับรายงานชี้แจงเหตุผลที่ไม่ชำระเงินคืนตามแผนที่รับปากไว้จะส่งคืนเงินตามสัญญา
ขณะที่ นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่าเป็นเรื่องมานานแล้ว สาเหตุที่ไม่ได้นำเงินส่งให้กองทุนฯ เพราะ อ.ต.ก.มีแผนจะลงทุนพัฒนาตลาดแห่งใหม่ในภาคตะวันออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้เกษตรกรมีสถานที่ขายสินค้าแห่งใหม่ คาดในสัปดาห์หน้าจะเข้าไปเจรจากับกองทุนฯ ว่ามีปรับแผนใหม่ หากทางกองทุนฯ เห็นด้วยเรื่องจะจบลง แต่หากไม่เห็นด้วยก็คงจะส่งเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชี้ขาดว่าจะตัดสินอย่างไร
โครงการนี้ ในปี 2555 ทางกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเคยมีมติเห็นชอบให้ อ.ต.ก.นำเสนอครม. เพื่อพิจารณาตั้งงบประมาณชดเชยเพื่อชำระคืนกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร แต่วันนั้น ทาง อ.ต.ก. เห็นว่าเป็นการเพิ่มภาระให้แก่รัฐบาล จะขอหาแนวทางแก้ไขหนี้สินที่เกิดขึ้นเองจนมาเป็นการชำระหนี้ 5 ปี ดังกล่าว แต่ในปีนี้ ทาง อ.ต.ก. มีความจำเป็นที่จะนำเงินดังกล่าวพัฒนาการลงทุนตลาดใหม่ ทางภาคตะวันออก และภาคอื่นๆเพื่อขยายตลาดครอบคลุมทั่วประเทศ จึงจะนำเรื่องดังกล่าวไปเจรจาใหม่
อนึ่ง ผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 1 มกราคม2560 กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรมีเงินคงเหลือใช้หมุนเวียนจำนวน กว่า 4,153ล้านบาท มีลูกหนี้คงเหลือ10 หน่วยงาน 30 โครงการจำนวนกว่า 2,747 ล้านบาทปี 2560 ได้รับชำระหนี้คืนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559-31 ธันวาคม 2559 จำนวนกว่า 563 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,234 วันที่ 9 - 11 กุมภาพันธ์ 2560
สืบเนื่องจากปี 2520-2532 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือด้านโภคภัณฑ์เพื่อเพิ่มผลผลิตทางอาหารรวม 3 รายการ ประกอบด้วย 1.ปุ๋ยเคมี มูลค่ากว่า 2,280 ล้านบาท 2.ยาปราบศัตรูพืช มูลค่ากว่า 332 ล้านบาท และ 3 เครื่องจักรกลการเกษตรมูลค่า กว่า 207 ล้านบาท
ทั้งนี้ทางญี่ปุ่นได้ให้รัฐบาลไทยนำสินค้าไปจำหน่ายโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ 3 หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 กรมได้ส่งคืนเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือ อ.ต.ก.ที่มียอดคงค้างคงเหลือกว่า 628 ล้านบาท ในขณะนั้น (ปี 2555) ทาง อ.ต.ก. จึงได้ขอผ่อนชำระภายใน 5 ปี โดยเริ่มชำระตั้งแต่ปี 2555 ถึงปี 2560 รวมทั้งสิ้น กว่า 383 ล้านบาท ยอดคงเหลือค้างกว่า 245 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงผลการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 ที่ผ่านมานั้น กองบริหารกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ได้แจ้งในที่ประชุมว่า ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ กษ 0229/6114 ลงวันที่ 30 กันยายน 2559 เร่งรัดให้ อ.ต.ก.ชำระคืน ในปี 2559 จำนวน 125 ล้านบาทและในปี 2560 จำนวน 120 ล้านบาท รวมที่ยังเหลือค้างชำระ 245 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการชำระคืน และยังไม่ได้รับรายงานชี้แจงเหตุผลที่ไม่ชำระเงินคืนตามแผนที่รับปากไว้จะส่งคืนเงินตามสัญญา
ขณะที่ นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่าเป็นเรื่องมานานแล้ว สาเหตุที่ไม่ได้นำเงินส่งให้กองทุนฯ เพราะ อ.ต.ก.มีแผนจะลงทุนพัฒนาตลาดแห่งใหม่ในภาคตะวันออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้เกษตรกรมีสถานที่ขายสินค้าแห่งใหม่ คาดในสัปดาห์หน้าจะเข้าไปเจรจากับกองทุนฯ ว่ามีปรับแผนใหม่ หากทางกองทุนฯ เห็นด้วยเรื่องจะจบลง แต่หากไม่เห็นด้วยก็คงจะส่งเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชี้ขาดว่าจะตัดสินอย่างไร
โครงการนี้ ในปี 2555 ทางกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเคยมีมติเห็นชอบให้ อ.ต.ก.นำเสนอครม. เพื่อพิจารณาตั้งงบประมาณชดเชยเพื่อชำระคืนกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร แต่วันนั้น ทาง อ.ต.ก. เห็นว่าเป็นการเพิ่มภาระให้แก่รัฐบาล จะขอหาแนวทางแก้ไขหนี้สินที่เกิดขึ้นเองจนมาเป็นการชำระหนี้ 5 ปี ดังกล่าว แต่ในปีนี้ ทาง อ.ต.ก. มีความจำเป็นที่จะนำเงินดังกล่าวพัฒนาการลงทุนตลาดใหม่ ทางภาคตะวันออก และภาคอื่นๆเพื่อขยายตลาดครอบคลุมทั่วประเทศ จึงจะนำเรื่องดังกล่าวไปเจรจาใหม่
อนึ่ง ผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 1 มกราคม2560 กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรมีเงินคงเหลือใช้หมุนเวียนจำนวน กว่า 4,153ล้านบาท มีลูกหนี้คงเหลือ10 หน่วยงาน 30 โครงการจำนวนกว่า 2,747 ล้านบาทปี 2560 ได้รับชำระหนี้คืนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559-31 ธันวาคม 2559 จำนวนกว่า 563 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,234 วันที่ 9 - 11 กุมภาพันธ์ 2560






