thansettakij
thansettakij
เอสซีจีอัด4,500ล้านลุยR&D ‘รุ่งโรจน์’ลั่นปีนี้ต้องระวัง‘ต้นทุนพุ่ง-คู่แข่งเพิ่ม’

เอสซีจีอัด4,500ล้านลุยR&D ‘รุ่งโรจน์’ลั่นปีนี้ต้องระวัง‘ต้นทุนพุ่ง-คู่แข่งเพิ่ม’

30 ม.ค. 60 | 08:00 น.
เอสซีจีตั้งงบวิจัยและพัฒนาปี 60 จำนวน 4,500 ล้าน มุ่งยกระดับสินค้าต่อเนื่อง ชี้ปีนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยง 2ส่วนหลัก ส่วนงบลงทุนปีที่ผ่านมาทำได้ตํ่ากว่าเป้า เหตุปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในเวียดนามล่าช้า

นายเชาวลิต เอกบุตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การเงินและการลงทุน เอสซีจี เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ปี2560 เอสซีจีตั้งงบสำหรับการวิจัยและพัฒนาหรือR&D จำนวน 4,500 ล้านบาท หรือประมาณ 1% ของยอดขายปี2560 โดยแต่ละปีเอสซีจีจะให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสินค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อการแข่งขันที่ยั่งยืน(ดูตารางงบลงทุนR&Dย้อนหลัง 5 ปี)
สอดคล้องกับที่นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี เปิดเผยว่า งบสำหรับการวิจัยและพัฒนาปี2560 จะมาจาก 1% ของยอดขายปี2560 ซึ่งในปีนี้คาดการณ์ว่ายอดขายรวมของเอสซีจีจะเติบโต5-10% ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจปิโตรเคมี เมื่อเทียบกับปี2559 ที่ผลประกอบการของเอสซีจีและบริษัทย่อยมียอดขายรวม 423,442 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาเอสซีจีใช้งบในการวิจัยและพัฒนาไปกว่า 4,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น24% เมื่อเทียบกับปี2558 หรือคิดเป็น1%ของยอดขายรวมที่นำมาลงทุนด้านนี้ในแต่ละปี โดยจะเห็นว่ายอดขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) ในปี 2559 คิดเป็น160,910 ล้านบาท หรือเป็นสัดส่วน38% ของยอดขายรวม นอกจากการพัฒนานวัตกรรมจะส่งผลให้มีรายได้ต่อเนื่องแล้ว เอสซีจียังได้นำเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาประยุกต์ใช้ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้พนักงานสามารถทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นพร้อมปรับตัวให้ทันต่อสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง และพฤติกรรมของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจียังมองอีกว่าปีนี้จะต้องรับมือกับ 2 ปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นคือ 1.การเตรียมพร้อมรับมือกับการปรับตัวของราคาของวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น 2.การรับมือกับการมีคู่แข่งขันทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ มีคู่แข่งที่มีศักยภาพ และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

สำหรับงบการลงทุนปีที่ผ่านมา ตั้งเป้าว่าจะลงทุนรวมราว 4-5 หมื่นล้านบาท แต่ลงทุนจริงเพียง3.50 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีบางโครงการที่ตั้งใจจะลงทุนได้เลื่อนเวลาออกไป แต่ยังไม่ได้ยกเลิก เช่นโครงการลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่เวียดนาม ที่ยังไม่เรียบร้อยในเรื่องผู้ถือหุ้นใหม่ หลังจากที่กาตาร์ ปิโตรเลียม ถอนตัวลงทุนในโครงการดังกล่าว และคาดว่าในส่วนของผู้ถือหุ้นน่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาสแรกปีนี้ เช่นเดียวกับงบการลงทุนที่ต้องปรับใหม่ทั้งหมดตามต้นทุนที่สูงขึ้น อีกทั้งการออกแบบโครงการก่อสร้างน่าจะจบลงได้ภายในกลางปีนี้ และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ปลายปีนี้ หลังจากที่ตามแผนเดิมโครงการดังกล่าวจะต้องสรุปได้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

อนึ่งก่อนหน้านี้เอสซีจีได้หารือกับผู้ที่สนใจร่วมทุนในโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่เวียดนาม แล้ว 2-3 ราย หนึ่งในนั้นมีข่าววงในลือว่ามีกลุ่มปตท.ร่วมอยู่ด้วย ตามข้อมูลเดิมระบุว่าโครงการปิโตรเคมี คอมเพล็กซ์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเวียดนาม เมื่อ7-8 ปีก่อนใช้เงินลงทุนเบื้องต้นราว 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเครือซิเมนต์ไทย และ บมจ.ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ถือหุ้นรวม 46% QPI Vietnam (QPIV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกาตาร์ ปิโตรเลียมฯ 25% ปิโตรเวียดนาม และวีนาเคม ถือหุ้น 29% ทั้งหมดนี้จะต้องกลับมาทบทวนกันใหม่

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,231
วันที่ 29 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market