thansettakij
thansettakij
เปิดคำฟ้องศาลกรณีโรลส์-รอยซ์ จ่ายสินบนบินไทยฟัน7พันล้าน

เปิดคำฟ้องศาลกรณีโรลส์-รอยซ์ จ่ายสินบนบินไทยฟัน7พันล้าน

26 ม.ค. 60 | 10:00 น.
ตามเอกสารที่เผยแพร่โดยศาลของสหราชอาณาจักรจากคดีที่สำนักงานปราบปรามการทุจริตของอังกฤษ(เอสเอฟโอ) พบว่าโรลส์-รอยซ์จ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ของการบินไทยและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แลกกับการเอื้อประโยชน์ในการทำสัญญาสั่งซื้อเครื่องยนต์สำหรับเครื่องในส่วนของความผิดที่เกี่ยวข้องกับการบินไทยระบุไว้บางตอนดังนี้

 ความผิดที่ 3

20. การสมรู้ร่วมคิดคอร์รัปชันระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2535 - 31 มีนาคม 2540 เกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ เทรนต์ 800 ล็อตที่ 2 โดยโรลส์-รอยซ์ตกลงจ่ายเงิน 10.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับนายหน้า โดยอนุมานได้ว่าบางส่วนถูกนำไปจ่ายให้กับพนักงานการบินไทยที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อโรลส์-รอยซ์ในการซื้อเครื่อง T800 เพื่อนำไปใช้ในเครื่องบินโบอิ้ง 777 จำนวน 6 ลำที่จัดซื้อเป็นครั้งที่ 2

21. มีนาคม 2535 เมื่อมีการคาดหมายว่าการบินไทยจะสั่งซื้อเครื่องบินครั้งที่ 2 พนักงานโรลส์-รอยซ์ตกลงจ่าย “ค่าธรรมเนียมความสำเร็จ” เป็นเงิน 135 ล้านบาท (ประมาณ 5.29 ล้านดอลลาร์สหรํฐฯ ในเวลานั้น) ให้กับนายหน้า 3 ถ้าการบินไทยสั่งซื้อเครื่องโบอิ้ง 777 พร้อมเครื่องยนต์ T800 ข้อตกลงดังกล่าวมีการจัดทำเป็นจดหมายแนบอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี ในเวลานั้นไม่มีการสั่งซื้อเครื่องบิน

22. 2 ปีต่อมา วันที่ 20 พฤษภาคม 2537 โรลส์-รอยซ์จ่ายเงิน 5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับนายหน้า 3 แม้ว่าในเวลานั้นข้อตกลงยังไม่สิ้นสุด จากนั้นในเดือนเมษายน 2538 ในขณะที่คำสั่งซื้อยังไม่สิ้นสุด มีการส่งจดหมายจากโรลส์-รอยซ์ไปยังนายหน้า 3 เพิ่มข้อเสนอจากเมื่อปี 2535 เป็น 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลำ (สำหรับเครื่อง 6 ลำที่คาดหมายไว้) มีการเสนอปรับเปลี่ยนเปอร์เซ็นต์ค่านายหน้าของนายหน้าคนดังกล่าว และระบุว่าเงิน 5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการจ่ายล่วงหน้าสำหรับเปอร์เซ็นต์ค่านายหน้า จากนั้นนายหน้าคนดังกล่าวได้ทำจดหมายชี้แจงกับโรลส์-รอยซ์ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง เนื่องจากเงินก้อนนี้ถูกนำมาใช้ในการล็อบบี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของการบินไทย และไม่ใช่เงินล่วงหน้าแต่อย่างใด

23. ในเดือนกรกฎาคม 2538 มีการทำจดหมายแนบเพิ่มเติม ยืนยันว่าเงิน 5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการจ่ายเงินให้โดยไม่มีข้อผูกมัด และจะไม่ถูกหักจากค่านายหน้า นอกจากนี้นายหน้ายังได้ร้องเรียนเกี่ยวกับอัตราค่านายหน้า โดยระบุว่าเงื่อนไขการจ่ายเงินไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ ซึ่งท้ายที่สุดค่านายหน้าถูกเพิ่มจาก 1% เป็น 2%

24. ในวันที่ 30 ตุลาคม 2538 มีจดหมายภายในถามว่าเงินก้อนจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลำ ควรจ่ายภายใน 7 วันที่การบินไทยสั่งซื้อ แทนที่จะเป็นภายใน 30 วันตามที่ตกลงกันหรือไม่ ในจดหมายระบุว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของการบินไทยรอที่จะอนุมัติสั่งซื้อจากโบอิ้ง แต่ก่อนจะทำเช่นนั้น ต้องการหลักฐานจากโรลส์-รอยซ์ว่า จะได้รับเงินภายใน 7 วันผ่านทางนายหน้า หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีการตกลงผ่านจดหมายแนบว่าจะมีการจ่ายเงินภายใน 7 วันหลังยืนยันคำสั่งซื้อ จดหมายภายในตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2539 ได้บันทึกข้อตกลงจ่ายเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ล่วงหน้า แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันคำสั่งซื้อ มีการอนุมัติการจ่ายเงินในวันนั้น

25. เดือนเมษายน 2539 เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรลส์-รอยซ์ และพนักงานโรลส์-รอยซ์อีก 2 ราย ได้รับแจ้งว่าจะต้องจ่ายเงินอีก 1.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับนายหน้าตามสัญญาที่ทำไว้ในเดือนมิถุนายน 2535 หลังจากคำสั่งซื้อเครื่องยนต์ล็อตแรกเสร็จสิ้น ต่อมาเงินจำนวนดังกล่าวถูกลดเหลือ 1.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากจำนวนเครื่องบินและเครื่องยนต์ที่การบินไทยซื้อลดลง ในเดือนพฤษภาคม 2539 มีจดหมายภายในอ้างอิงถึงเงิน 1.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จ่ายให้เจ้าหน้าที่การบินไทย “…ซึ่งได้นำเงินไปจ่ายให้กับผู้ช่วยเหลือทางการเมืองที่เขาเคยใช้”

26. ในเดือนพฤศจิกายน 2539 จดหมายภายในโรลส์-รอยซ์ระบุว่าพนักงานคนเดิมของการบินไทยขอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรลส์-รอยซ์จ่ายเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังไม่ได้จ่ายให้กับนายหน้า จดหมายเสนอแนะให้จ่ายเงินทันทีเพื่อให้นำไปใช้ในการ “บริหารจัดการกระบวนการทางการเมือง” เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรลส์-รอยซ์ 3 รายตกลง

27. ในเดือนมกราคม 2540 จดหมายภายในถูกส่งไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรลส์-รอยซ์ 2 ราย ระบุว่าคำสั่งซื้อจากการบินไทยยังรอการรับรองจากรัฐบาลไทย และส่วนหนึ่งเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับสัญญาดังกล่าว คือการจ่ายเงิน 7.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในกรณีที่รัฐบาลอนุมัติคำสั่งซื้อ เงินจำนวนดังกล่าวจะถูกส่งผ่านที่ปรึกษาด้านโฆษณาของโรลส์-รอยซ์ ซึ่งจะรับผิดชอบในการนำไปกระจายภายในประเทศ จดหมายยังแนะนำให้จัดทำข่าวแถลงที่ระบุว่ารัฐบาลไทยอาจจะเลือกเช่าเครื่องบินมากกว่าการซื้อ ซึ่งจะทำให้โรลส์-รอยซ์เสี่ยงสูญเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยที่ไม่ได้รับคำสั่งซื้อ แม้ว่าการจ่ายเงินก้อนดังกล่าวคืนจะได้รับการรับประกันแล้วโดยนายหน้า 2 ราย

28. ในเดือนกุมภาพันธ์ 2540 มีการจัดประชุมคณะอนุกรรมการทบทวนสัญญาของโรลส์-รอยซ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 รายของโรลส์-รอยซ์ที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติจ่ายเงินล่วงหน้าก้อนที่ 2 มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วมด้วย คณะอนุกรรมการอนุมัติรายงาน ที่ยืนยันว่าไม่มีการจ่ายเงินให้กับตัวแทนของหน่วยธุรกิจใดๆ ของโรลส์-รอยซ์ในรอบ 12 เดือนที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในรายงานฉบับดังกล่าวได้ระบุถึงคำสั่งซื้อเครื่องยนต์ T800 ล็อตแรกและล็อต 2 ของการบินไทย และรายละเอียดในการจ่ายเงินให้กับนายหน้า 3 และนายหน้าประจำภูมิภาคด้วย

29. ท้ายที่สุด ในเดือนมีนาคม 2540 มีจดหมายภายในถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 รายของโรลส์-รอยซ์ ยืนยันว่ารัฐบาลไทยอนุมัติคำสั่งซื้อล็อตสองของการบินไทย ซึ่งทำให้โรลส์-รอยซ์ต้องจ่ายเงิน 5.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับนายหน้า นอกจากนี้ยังมีการจ่ายเงินก้อนเล็กๆ ให้กับนายหน้าคนดังกล่าวและนายหน้าประจำภูมิภาค ระบุว่าเป็นเปอร์เซ็นต์จากค่านายหน้า เงินเหล่านี้ถูกระบุรวมกันว่าเป็น “ค่าใช้จ่ายทางการตลาด”

30. เงิน 5.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จ่ายให้กับนายหน้า 3 ณ จุดนี้ ประกอบไปด้วยข้อเสนอเบื้องต้น 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลำ สำหรับเครื่องบิน 6 ลำ หรือคิดเป็น 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลบด้วยเงินล่วงหน้า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 2 ก้อน จากนั้นมีการเสริมจากเงิน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยค่า “ค้นพบใหม่” 1.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถูกลดลงเหลือ 1.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การจ่ายเงินเกิดขึ้นหลังจากนั้น นายหน้าและนายหน้าประจำภูมิภาคยังคงได้รับการจ่ายเปอร์เซ็นต์ค่านายหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเวลาของการจ่ายเงินสอดคล้องกับการส่งมอบเครื่องบิน แต่ละรายได้รับเงินประมาณ 1.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

MP12-3230-b  ความผิดที่ 4

31. นี่เป็นความผิดที่ 3 ที่เกี่ยวข้องกับการบินไทย โดยเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อเครื่องยนต์เทรนต์ 800 ล็อตที่ 3 และการคอร์รัปชันระหว่าง 1 เมษายน 2547 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2548 โรลส์-รอยซ์ตกลงจ่ายเงินเกือบ 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับนายหน้า โดยส่วนหนึ่งมีเป้าหมายนำไปจ่ายให้กับตัวแทนของรัฐบาลไทย หรือเจ้าหน้าที่ของการบินไทยที่คาดว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อโรลส์-รอยซ์ในการจัดซื้อเครื่องยนต์ T800

32. มีการพูดคุยถึงการสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777 โดยการบินไทยล็อตที่ 3 ตั้งแต่ปี 2539 (เป็นเวลาต่อเนื่องจากความผิดที่ 3) แต่ไม่มีการสั่งซื้อจนถึงปลายปี 2547 ในส่วนของความสัมพันธ์นั้น อี-เมล์ภายในของโรลส์-รอยซ์ตั้งแต่เมษายน 2547 ระบุว่านายหน้าประจำภูมิภาคปฏิเสธเงื่อนไขค่านายหน้าที่เสนอโดยโรลส์-รอยซ์ในการสั่งซื้อโบอิ้ง 777 และต้องการคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรลส์-รอยซ์ นายหน้าต้องการเพิ่มค่านายหน้าอีก 4% หรือประมาณ 5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลำ ซึ่งจะทำให้ค่านายหน้าทั้งหมดของสัญญาฉบับนี้เพิ่มขึ้นเป็น 8% เกินลิมิตของอัตราการจ่ายค่านายหน้าที่กำหนดไว้ภายใน

33. ในเดือนพฤษภาคม 2547 มีการจัดทำโครงสร้างค่านายหน้าใหม่เพื่อตอบสนองข้อเรียกร้อง ข้อเสนอให้อัตราค่านายหน้าที่ต่ำกว่านั้น และแบ่งส่วนหนึ่งของค่านายหน้าบนเงื่อนไขว่าโรลส์-รอยซ์จะได้ทำข้อตกลง Total Care Agreement (TCA) กับการบินไทย TCA เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาของโรลส์-รอยซ์ ครอบคลุมค่าซ่อมเครื่องยนต์ตลอดระยะสัญญาบริการในระยะยาว ขึ้นกับจำนวนชั่วโมงบิน การขายข้อตกลงดังกล่าวเป็นความสำคัญลำดับต้นของโรลส์-รอยซ์ จดหมายฉบับเดียวกันนั้นระบุว่านายหน้าประจำภูมิภาคอาจจะต้องการให้มีการทำพันธะสัญญาโดยมีนายหน้าเกี่ยวข้องด้วย ในการประชุมเดือนต่อมา ข้อเสนอดังกล่าวถูกปฏิเสธ และนายหน้าประจำภูมิภาคได้รับแจ้งว่าโรลส์-รอยซ์ไม่สามารถปรับเปลี่ยนจุดยืน

34. วันที่ 28 กรกฎาคม 2547 บอร์ดการบินไทยตัดสินใจสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777 6 ลำและแอร์บัส A340 อีก 2 ลำ โดยเลือกเครื่อยนต์ของโรลส์-รอยซ์ สำหรับโบอิ้ง 777 ขณะที่ A340ใช้ได้เฉพาะเครื่องยนต์ T500 เท่านั้น
35. สิ้นเดือนกันยายน 2547 บอร์ดการบินไทยยืนยันรายละเอียดการสั่งซื้อเพิ่มเติม คือ เครื่องยนต์สำรอง 5 เครื่องสำหรับฟลีท A340/T500 และเครื่องยนต์สำรอง 2 เครื่องสำหรับฟลีท B777/T800

36. ในวันที่ 13 ตุลาคม 2547 จดหมายถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรลส์-รอยซ์รายเดิม ในกรณีขายเครื่องยนต์ T800 เสนอจ่ายค่านายหน้า 2% ให้นายหน้า และ2% ให้นายหน้าประจำภูมิภาค สองวันต่อมา จดหมายเพิ่มเติมพูดถึงความกังวลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวกับความคาดหวังของนายหน้าประจำภูมิภาค และให้ความชัดเจนว่าข้อเสนอที่ตกลงกันไว้ คือ 6% ของยอดขายเครื่องยนต์ T800 ทั้งหมดจ่ายให้กับนายหน้าสองรายไปแบ่งกัน รวมถึงค่านายหน้าเพิ่มเติมถ้าได้สัญญา TCA

37. จากจดหมายแนบลงวันที่ 22 ตุลาคม 2547 โรลส์-รอยซ์ตกลงจ่ายเงินค่านายหน้า 2% ให้กับนายหน้าสำหรับเครื่องยนต์สำรอง T500 7 เครื่อง แม้ว่าจะไม่มีการขายเครื่องยนต์ 7 เครื่องดังกล่าวในเวลานั้น หนึ่งปีก่อนหน้านั้นมีการขายเครื่องยนต์สำรอง T500 2 เครื่อง และหนึ่งเดือนก่อนทำจดหมายฉบับนี้ การบินไทยตัดสินใจซื้อเครื่องยนต์สำรองอีก 5 เครื่อง อย่างไรก็ตาม ค่านายหน้าถูกระบุว่าสำหรับเครื่องยนต์ 7 เครื่อง และแบ่งจ่ายเป็น 2 ส่วน

38. ค่านายหน้าสำหรับนายหน้าที่เกี่ยวข้องกับเครื่อง T800 เบื้องต้นกระจายออกเป็น 7-10 เดือน แบ่งจ่ายเป็น 3 งวด โดย 2 ใน 3 งวดเกิดขึ้นราว 1-2 เดือนหลังจากวันที่คาดว่าจะได้รับการอนุมัติคำสั่งซื้อจากรัฐบาลไทย และที่เหลือจ่ายตามมาหลังจากนั้นประมาณ 6 เดือน

39. หลังจากการประชุมในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2547 หรือก่อนหน้านั้น นายหน้าประจำภูมิภาคถูกระบุว่ามีความไม่พอใจกับระยะเวลาที่ใช้ในการอนุมัติการจ่ายค่านายหน้า โดยกล่าวว่าตนต้องใช้ความเป็นเพื่อนกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรลส์-รอยซ์เพื่อให้แน่ใจว่าการจ่ายเงินค่านายหน้าจะได้รับการอนุมัติ ทั้งนายหน้าประจำภูมิภาคและนายหน้า 3 เรียกร้องให้จ่ายเงินค่านายหน้าสำหรับเครื่องยนต์ T800 และ T500 ล่วงหน้า ซึ่งจะทำได้ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรลส์-รอยซ์ นำไปสู่การทำจดหมายถึงนายหน้า ด้วยข้อเสนอจ่ายเงินค่านายหน้า 3 ใน 4 ส่วนในวันที่ 7 มกราคม 2548 ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลอนุมัติคำสั่งซื้อหรือไม่ และส่วนที่เหลือจะจ่ายเมื่อมีการส่งมอบเครื่องบิน จดหมายในลักษณะคล้ายกันนี้ระบุว่าค่านายหน้า 2% ของการซื้อเครื่องยนต์ T500 สามารถจ่ายได้ในวันเดียวกัน

40. อี-เมล์ภายในของโรลส์-รอยซ์ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2547 บันทึกว่ามีการประชุมกับนายหน้า นายหน้าประจำภูมิภาค และสมาชิกของรัฐบาลไทย ซึ่งถูกบรรยายว่าเป็นไปด้วยดีและ “มีผลตอบรับที่ดีมาก…เตรียมเสนอครม.วันที่ 23 พฤศจิกายน” ในอี-เมล์ยังพูดถึงการจ่ายค่านายหน้า ขณะเดียวกันนายหน้าทั้ง 2 รายปฏิเสธข้อเสนอของโรลส์-รอยซ์ในการจ่ายเงินเป็นขั้นๆ และยืนยันว่าจะต้องได้รับเงินทั้ง 4% จากการที่รัฐบาลอนุมัติเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม”

41. ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2547 มีจดหมายเพิ่มเติมถึงนายหน้า เสนอจ่ายเงินทั้งหมดยกเว้น 12.5% ของค่านายหน้าในวันที่ 7 มกราคม 2548 แม้ว่าในวันถัดมาเมื่อครม.มีกำหนดประชุม จดหมายฉบับสุดท้ายเสนอให้จ่ายเงินเต็มจำนวนในวันที่ 7 มกราคม 2548 โดยทั้งสองกรณีอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่ารัฐบาลอนุมัติคำสั่งซื้อ

42. วันที่ 4 ธันวาคม 2547 อี-เมล์ภายในโรลส์-รอยซ์ระบุว่า คำสั่งซื้อของการบินไทยได้รับการอนุมัติ แต่นายหน้าต้องการเงินครึ่งหนึ่งของค่านายหน้าในการซื้อ T800 ภายใน 17 ธันวาคม 2547 อี-เมล์สรุปโดยมีคำเตือนว่า ในวันที่ 18 ธันวาคม นายหน้ารับประทานอาหารเย็นกับรัฐมนตรีช่วยฯ ในรัฐบาลไทย ซึ่งพวกเขาเคยพบ และนายหน้าประจำภูมิภาคอาจจะตัดสินใจสนับสนุนข้อเรียกร้องของนายหน้าอย่างกะทันหัน เจ้าหน้าที่ 2 รายของโรลส์-รอยซ์เห็นพ้องว่าบริษัทไม่ควรเดินหน้าต่อ

43. วันที่ 20 ธันวาคม 2547 นายหน้า 3 ลงนามในข้อตกลงที่ปรึกษาที่ปรับแก้ใหม่ และส่งใบเสร็จล่วงหน้าคืนให้กับโรลส์-รอยซ์ วันที่ 4 มกราคม 2548 โรลส์-รอยซ์จ่ายเงิน 3,797,718 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับนายหน้า โดยได้รับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรลส์-รอยซ์ และถูกระบุว่าเป็นเงินสำหรับการลงนามในสัญญาซื้อเครื่องยนต์ T800 สำหรับติดตั้งในเครื่องบินโบอิ้ง 777 6 ลำ และเครื่องยนต์สำรอง 2 เครื่อง ในวันเดียวกันนั้น โรลส์-รอยซ์จ่าย 1,497,333 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกระบุเป็นการภายในว่าเป็น “เงินเพิ่ม 2% สำหรับการขายเครื่องยนต์สำรอง T500 7 เครื่องให้การบินไทย” และเงินอีก 474,715 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการขายเครื่องยนต์ T800 จ่ายให้กับนายหน้าประจำภูมิภาคในอีกหนึ่งเดือนต่อมา รวมแล้วเป็นเงิน 1,898,860 ดอลลาร์สหรัฐฯ

44. ดังนั้นระหว่างนายหน้าทั้งสองราย มีการจ่ายเงินรวม 7,193,917 ดอลลาร์สหรัฐฯ เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อเครื่องยนต์ T800 และ T500 หลังจากนั้นในวันที่ 17 มกราคม 2548 การทำสัญญาอย่างเป็นทางการสำหรับเครื่องยนต์สำรอง T500 5 เครื่องกับการบินไทยเสร็จสิ้น ขณะที่สัญญาเครื่องยนต์ T800 เสร็จสิ้นในวันที่ 15 มิถุนายน 2549
45. ความผิดทั้ง 3 ที่เกี่ยวข้องกับการบินไทย มีความเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันในระดับสูง โดยมีการจ่ายเงินเป็นจำนวนมากให้กับนายหน้า และสามารถอนุมานได้อย่างชัดเจนว่ามีผู้อื่นได้รับเงินเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรลส์-รอยซ์มีความเกี่ยวข้องด้วยอย่างชัดเจน กำไรจากสัญญาเหล่านี้รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 118,150,000 ปอนด์

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,230 วันที่ 26 - 28 มกราคม 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market