
นักลงทุนหยุดซื้อเทอมฟันด์ บลจ.ต้องปิดกองทุน เปิดขายพันธบัตรตปท.แทน
นักลงทุนผวาตั๋วบี/อี “บลจ.ฟิลลิป-โซลาริส” ปิดกองทุนเทอมฟันด์ เตรียมออกกองพนั ธบตั รต่างประเทศรองรับเงินรอลงทุน
นายวรรธนะ วงศ์สีนิล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ฟิลลิป จำกัด เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าบริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ของบริษัทจดทะเบียนที่เกิดขึ้นกับกองทุนของบลจ.แห่งอื่น ซึ่งทำให้นักลงทุนไม่กล้าลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่กำหนดอายุการลงทุน (เทอมฟันด์) ที่เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและมีวงเงินลงทุนสูง (เอไอ) กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท ซึ่งลงทุนในตั๋วบี/อีทั้งมีเรตติ้งและไม่มีเรตติ้งจนบริษัทต้องปิดกองทุนเปิดฟิลลิปตราสารหนี้ เอไอ 6M1(PFIXAI6M1) อายุ 6 เดือน
“กองทุนครบกำหนดขายคืนและรับซื้อรอบใหม่วันที่ 26 มกราคม 2560 ปรากฏว่านักลงทุนมาขายหน่วยลงทุนที่ครบอายุเกินกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด จากขนาดกองทุน 750 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนขาดความเชื่อมั่นตั๋วบี/อีและดูว่าจะมีรายอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งผลกระทบอาจลามเป็นโดมิโนแง่และกระทบบริษัทผู้ออกตั๋วบี/อี”นายวรรธนะ กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีกองทุนเทอมฟันด์ 2 กองทุน มูลค่ารวม 2,250 ล้านบาท นอกจากกองทุนอายุ 6 เดือนแล้ว ยังมีกองทุนเปิดฟิลลิปตราสารหนี้ เอไอ 3M1 (PFIXAI3M1) อายุ 3 เดือน ซึ่งจะครบอายุการลงทุนในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 หากนักลงทุนชะลอลงทุนก็ต้องปิดกองทุนไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
นายวรรธนะ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีตั๋วบี/อีที่ผิดนัดชำระหนี้ โดยทีมวิเคราะห์การลงทุนมีระบบการคัดเลือกตั๋วบี/อีที่จะลงทุนอย่างระมัดระวัง นอกจากพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน สถานะทางการเงินบริษัทแล้ว จะพิจารณาตัวผู้บริหารประกอบด้วย
นอกจากนี้ที่ผ่านมาบริษัทไม่มีนโยบายเร่งออกกองทุนใหม่ เพื่อมุ่งขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) รวมทั้งกองทุนเทอมฟันด์มีเพียง 2 กองทุน ซึ่งเริ่มออกเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาตามความต้องการนักลงทุน หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวบริษัทมีแผนออกกองทุนมีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ ใน 16 ประเทศที่กลุ่มฟิลลิปมีเครือข่าย เพื่อนำเสนอนักลงทุน หลังจากเก็บข้อมูลการลงทุนในพันธบัตรต่างประเทศให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วงนี้ผลตอบแทนปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก เป็นโอกาสในการเข้าลงทุน
ก่อนหน้านี้บลจ.โซลาริสฯได้ปิดกองทุนตราสารหนี้พริวิเลจ 3 เอ็ม 3 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560 หลังนักลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนที่ครบอายุเกินกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมดหลังจากบลจ.มีตั๋วบี/อีผิดนัดชำระของบริษัท เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย ฯ (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทุนตราสารหนี้ของบริษัทไม่มีการลงทุนในตั๋วที่ผู้ออกไม่มีเรตติ้ง โดยจะลงทุนเฉพาะตั๋วที่มีธนาคารเป็นผู้ออก รับรอง อาวัลและตั๋วที่ผู้ออกมีเครดิตเรทติ้งอยู่ในระดับที่ลงทุนได้ อย่างไรก็ตามแม้จะมีกระแสข่าวลบของตั๋วบี/อี ที่ไม่มีเรตติ้ง แต่เชื่อว่าเป็นผลกระทบในวงจำกัดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างยอมรับความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,230 วันที่ 26 - 28 มกราคม 2560
นายวรรธนะ วงศ์สีนิล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ฟิลลิป จำกัด เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าบริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ของบริษัทจดทะเบียนที่เกิดขึ้นกับกองทุนของบลจ.แห่งอื่น ซึ่งทำให้นักลงทุนไม่กล้าลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่กำหนดอายุการลงทุน (เทอมฟันด์) ที่เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและมีวงเงินลงทุนสูง (เอไอ) กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท ซึ่งลงทุนในตั๋วบี/อีทั้งมีเรตติ้งและไม่มีเรตติ้งจนบริษัทต้องปิดกองทุนเปิดฟิลลิปตราสารหนี้ เอไอ 6M1(PFIXAI6M1) อายุ 6 เดือน
“กองทุนครบกำหนดขายคืนและรับซื้อรอบใหม่วันที่ 26 มกราคม 2560 ปรากฏว่านักลงทุนมาขายหน่วยลงทุนที่ครบอายุเกินกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด จากขนาดกองทุน 750 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนขาดความเชื่อมั่นตั๋วบี/อีและดูว่าจะมีรายอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งผลกระทบอาจลามเป็นโดมิโนแง่และกระทบบริษัทผู้ออกตั๋วบี/อี”นายวรรธนะ กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีกองทุนเทอมฟันด์ 2 กองทุน มูลค่ารวม 2,250 ล้านบาท นอกจากกองทุนอายุ 6 เดือนแล้ว ยังมีกองทุนเปิดฟิลลิปตราสารหนี้ เอไอ 3M1 (PFIXAI3M1) อายุ 3 เดือน ซึ่งจะครบอายุการลงทุนในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 หากนักลงทุนชะลอลงทุนก็ต้องปิดกองทุนไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
นายวรรธนะ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีตั๋วบี/อีที่ผิดนัดชำระหนี้ โดยทีมวิเคราะห์การลงทุนมีระบบการคัดเลือกตั๋วบี/อีที่จะลงทุนอย่างระมัดระวัง นอกจากพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน สถานะทางการเงินบริษัทแล้ว จะพิจารณาตัวผู้บริหารประกอบด้วย
นอกจากนี้ที่ผ่านมาบริษัทไม่มีนโยบายเร่งออกกองทุนใหม่ เพื่อมุ่งขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) รวมทั้งกองทุนเทอมฟันด์มีเพียง 2 กองทุน ซึ่งเริ่มออกเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาตามความต้องการนักลงทุน หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวบริษัทมีแผนออกกองทุนมีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ ใน 16 ประเทศที่กลุ่มฟิลลิปมีเครือข่าย เพื่อนำเสนอนักลงทุน หลังจากเก็บข้อมูลการลงทุนในพันธบัตรต่างประเทศให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วงนี้ผลตอบแทนปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก เป็นโอกาสในการเข้าลงทุน
ก่อนหน้านี้บลจ.โซลาริสฯได้ปิดกองทุนตราสารหนี้พริวิเลจ 3 เอ็ม 3 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560 หลังนักลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนที่ครบอายุเกินกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมดหลังจากบลจ.มีตั๋วบี/อีผิดนัดชำระของบริษัท เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย ฯ (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทุนตราสารหนี้ของบริษัทไม่มีการลงทุนในตั๋วที่ผู้ออกไม่มีเรตติ้ง โดยจะลงทุนเฉพาะตั๋วที่มีธนาคารเป็นผู้ออก รับรอง อาวัลและตั๋วที่ผู้ออกมีเครดิตเรทติ้งอยู่ในระดับที่ลงทุนได้ อย่างไรก็ตามแม้จะมีกระแสข่าวลบของตั๋วบี/อี ที่ไม่มีเรตติ้ง แต่เชื่อว่าเป็นผลกระทบในวงจำกัดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างยอมรับความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,230 วันที่ 26 - 28 มกราคม 2560






