thansettakij
thansettakij
‘วิสา หรรษ์อิทธินันต์’ 3 เหตุผลทำให้กากขยะอุตสาหกรรมลดลง

‘วิสา หรรษ์อิทธินันต์’ 3 เหตุผลทำให้กากขยะอุตสาหกรรมลดลง

27 ม.ค. 60 | 08:30 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ม.ค. 60 | 14:51 น.
กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการจัดทำแผนจัดการกากอุตสาหกรรมพ.ศ.2558-2562 ภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการกำกับดูแลกากอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทางอย่างครบวงจร ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียหลักทุกฝ่าย ซึ่งได้แก่ผู้ก่อกำเนินของเสีย ผู้ขนส่งของเสีย ผู้บำบัด กำจัด รีไซเคิลของเสีย รวมถึงผู้กำกับดูแลของเสียเพื่อให้กากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบบริหารจัดการได้มากขึ้น

ล่าสุด"ฐานเศรษฐกิจ"สัมภาษณ์พิเศษ นายวิสา หรรษ์อิทธินันต์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม (สกอ.)กรมโรงงานอุตสาหกรรม ถึงความคืบหน้าของแผนดังกล่าว

ต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริง
โดยผู้อำนวยการสกอ.กล่าวว่า ขณะนี้ยังเดินอยู่ในแผนจัดการกากอุตสาหกรรมตามแผน5ปี(2558-2562)โครงการย่อยที่เป็นแผนปฏิบัติการ ก็ทำต่อเนื่อง ซึ่งทำได้ตามเป้า และในหลายปีที่ผ่านมาหลายโครงการอาจจะต้องปรับปรุงเพื่อให้การดำเนินงานสัมฤทธิ์ผลอย่างที่เราต้องการจริงๆ มีแผนปฏิบัติการตามโครงการที่สนับสนุน ในปีแรกทำไปแล้ว บางโครงการพบว่ามีปัญหา เช่น โครงการติดตามและช่วยเหลือโรงงานที่ขาดการต่ออายุ ตรงนี้จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานในปีที่2 เพราะเห็นว่าทีโออาร์ที่เขียนเอาไว้ไม่น่าจะสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในการทำงาน วันนี้จึงอยากจะทำให้สอดคล้องกับวิธีการทำงานตามข้อเท็จจริงให้มากขึ้น

ประกอบการให้มีองค์ความรู้ในการดูแลในเรื่องของเสีย ซึ่งตรงนี้เราทำข้างเดียวไม่ได้ น่าจะอาศัยโครงการนี้ทำให้ทุกจังหวัดมีความเข้มแข็ง ในอนาคตทิศทางเรื่องการอนุญาตทั้งหลายของกรมโรงงานจะถ่ายโอนให้จังหวัด เราควรจะไปทำให้เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเกิดความเข้มแข็งขึ้น

"ส่วนตัวผมเองมองว่าจะทำอย่างไรให้เรื่องการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลเหล่านี้เป็นเรื่องทางลอจิกมากกว่าเรื่องทางกฎหมาย"

อย่างไรก็ตามหากโฟกัสมาที่ปริมาณกากอุตสาหกรรม ถ้ามองในแง่ตัวเลขที่สกอ.เอาเข้าระบบจัดการมีปริมาณกากอุตสาหกรรมที่เป็นของเสียอันตราย 1.5 ล้านตัน แต่เราทำได้ 1.6 ล้านตัน จากการประเมินของเสียอันตรายจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีทั้งสิ้นประมาณ 2.8 ล้านตัน พอเราดำเนินการไปได้ระยะหนึ่งก็พบว่าตัวเลขเหล่านี้อาจจะต้องมาปรับใหม่ เพราะกากอุตสาหกรรมที่เป็นของเสียอันตรายไม่เป็นไปตามที่เราประเมินไว้ โดยจะอ้างอิงจาก ข้อมูลกากอุตสาหกรรมที่เป็นของเสียอันตรายจากโรงงาน และดูกำลังแรงม้าของโรงงานนั้นๆ ที่ผลิตแล้วมีกากของเสียอันตรายออกมา

" เรื่องนี้มีคนค้านว่า โรงงานขนาดเดียวกัน แรงม้าเท่ากัน ยกตัวอย่างระหว่าง อู่ซ่อมรถถ้าเปรียบเทียบโรงงานที่อยู่ในกทม.กับอู่ซ่อมรถที่แม่ฮองสอน จะพบว่าจำนวนรถจะเข้าอู่ในกทม.มากกว่า ฉนั้นแรงม้าเท่ากัน แต่ของเสียต่างกัน ดังนั้นถ้ายึดแรงม้าตัวเลขจะสูง ตรงนี้อาจต้องปรับใหม่ "

แนวโน้มโรงงานประเภท3ลด

ส่วนเป้าหมายปริมาณขยะไม่อันตราย ที่จะต้องเข้าระบบรวมกัน 20.8 ล้านตัน จากการประเมินปริมาณขยะไม่อันตรายทั้งหมดจากกรมโรงงานมีจำนวน 34.57 ล้านตัน ปัจจุบันอุตสาหกรรมกำจัดกากโรงงานจำพวกที่3(ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินการได้)มีทั้งหมดประมาณ 7 หมื่นโรงงานเป็นกลุ่มที่กรมโรงงานยังดูแลอยู่ ส่วนโรงงานจำพวกที่2 (ต้องแจ้งให้ทราบก่อน)มีการโอนงานไปยังท้องถิ่นหมดแล้ว แต่ในอนาคตเมื่อพ.ร.บ.กรมโรงงานฉบับใหม่ออกมาโรงงานประเภทที่ 3 จะน้อยลง เนื่องจากกฎหมายใหม่กำหนดว่าโรงงานประเภทที่ 3ให้ขยับตั้งแต่ขนาด 50 แรงม้าขึ้นไป จากเดิมนับตั้งแต่5แรงม้าขึ้นไป อีกหน่อยอู่ซ่อมรถยนต์ก็ไม่อยู่ในโรงงานจำพวก 3

"ตรงนี้ทำไมเราไปคุมที่แรงม้าอย่างเดียว ก็เพราะว่ากรมโรงงานเก็บค่าธรรมเนียมตามแรงม้า และทุกโรงงานต้องแจ้งแรงม้าให้ตรง และในกระบวนการเราก็จะแบ่งประเภทเป็นกลุ่มๆ ต่อไปเราก็ต้องไปดูว่าโรงงานประเภทนี้การขนส่งกากลดลงไปหรือยัง เพราะเทคโนโลยีการผลิตทันสมัยขึ้น"

ปัจจุบันกากอุตสาหกรรมอันตรายจะมีอยู่ 2 ส่วนคือ 1. ผู้ก่อขยะ จะมีเรื่อง รีดิวซ์ (Reduce) คือ การใช้วิธีลดการใช้วัสดุ หรือ ผลิตภัณฑ์เพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น มีเรื่องรีไซเคิล (Recycle) เป็นการจัดการวัสดุเหลือใช้ประเภทต่างๆ หรือวัสดุที่กำลังจะเป็นขยะ โดยนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพ รวมถึงการ รียูส (Reuse) คือนำกลับมาใช้ใหม่โดยไม่ผ่านกระบวนการแปรสภาพใดๆ 2.ผู้กำจัดกากอุตสาหกรรมของเสียอันตราย คือเรื่องการยกระดับการจัดการของเสีย เพราะโรงงานที่กำจัดขยะส่วนใหญ่จะดูเหมือนว่าภาพลักษณ์ไม่ดี

"ผมมองเลย 5 ปีไปแล้ว ถ้าประเทศไทยมีผู้รับกำจัดขยะที่มีประสิทธิภาพ อนาคตจะหมายความว่าวิธีการที่ได้รับอนุญาตอาจจะเปลี่ยนไป อาจจะไม่ต้องมีการอนุญาต เพราะถ้ามีระบบกำจัดกากที่ดีจะลดปัญหาเรื่องการอนุญาต ลดปัญหาข้อครหาลงได้คือมีคนดีอยู่แล้วก็จะไป รีดิวซ์ รีไซเคิล รียูส ด้วยตัวเองได้นี่คือทิศทางที่จะต้องเดินไปแบบนี้"

อุตฯจังหวัดต้องเข้มแข็ง

ผู้อำนวยการสกอ.ตั้งข้อสังเกตว่า วันนี้เวลามีปัญหาก็นึกถึงกรมโรงงานฯก่อน จริงๆกรมโรงงานฯจะไปดูแล 76 จังหวัดไม่ได้ ต้องเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพียงแต่ว่าทุกวันนี้ความต่างกันระหว่างกรมโรงงานฯกับ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยังต่างกันมาก

อย่างไรก็ตามโดยข้อเท็จจริงเราจะพบว่าโรงงานมีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง โดยมองว่าต่อไปกากขยะอุตสาหกรรมจะลดลง โดยมีเหตุผลที่มาจากมาจาก 3 ส่วนคือ 1.โรงงานที่เพิ่มขึ้นอาจจะเป็นโรงงานที่มีของเสียออกมาไม่มาก โดยเฉพาะกลุ่มทุนญี่ปุ่นเดี่ยวนี้มาลงทุนในไทยจะมีของเสียออกจากโรงงานน้อยที่สุด สังเกตว่าโรงงานญี่ปุ่นจะลงทุนในการกำจัดกากขยะเยอะมาก เพื่อให้ไม่มีกากขยะออกมาจากโรงงาน 2.การลงทุนในอนาคตด้วยทิศทางของโลกจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นทำให้มีของเสียออกจากโรงงานน้อยลง ก็จะทำให้ปริมาณของเสียลดลง 3.หลายบริษัทมีเป้าหมายลดกากอุตสาหกรรมลงเพื่อต้องการลดต้นทุน เพราะค่ากำจัดขยะเป็นต้นทุนที่สูง

รถขนขยะ3พันคันติดจีพีเอส

ส่วนความคืบหน้ารถขนกากขยะอันตรายออกจากโรงงานตอนนี้เรื่องระบบการติดตามหรือจีพีเอสในรถขนของเสียจะมีระบบการติดตาม ล่าสุดกำลังทำเป็นกฎหมาย กำหนดว่ารถที่ขนกากขยะของเสียอันตรายทุกคันจะต้องติดระบบติดตามขณะนี้มีรวมจำนวน3,000 คัน ล่าสุดอยู่ในขั้นตอนเสนอเป็นกฎหมายที่จะออกมาบังคับใช้พร้อมกับกฎหมายกรมโรงงานฯโดยมีกฎหมายลูกออกมาซึ่งขณะนี้กรมโรงงานฯมีฐานรับ-ส่งสัญญาณจีพีเอสแล้ว โดยปัจจุบันมีโรงงานกำจัดกากขยะทั้งหมดจำนวน 2,400 แห่ง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,230 วันที่ 26 - 28 มกราคม 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market