thansettakij
thansettakij
ดิ้นกู้แบงก์คืนบี/อี ไทยพาณิชยส้มหล่น

ดิ้นกู้แบงก์คืนบี/อี ไทยพาณิชยส้มหล่น

24 ม.ค. 60 | 04:00 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ม.ค. 60 | 10:43 น.
ตลาดตั๋วระยะสั้นปิดแล้ว เอกชนต้องกระจายความเสี่ยงหาแหล่งเงินทุนใหม่ พุ่งเป้าไปแบงก์ขอวงเงินสินเขื่อเตรียมไว้ บางรายยื่นไฟลิ่งออกหุ้นกู้ อึ้งพบบริษัทหลักทรัพย์ขายบี/อีนอกกลุ่มเอไอ

แหล่งข่าวจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน เปิดเผยว่า บริษัทที่ออกตั๋วแลกเงิน(บี/อี) โดยเฉพาะรายที่ใกล้จะครบกำหนดชำระคืน เริ่มขยับไปขอวงเงินสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์แล้ว โดยพุ่งเป้าไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เนื่องจากพิจารณาอนุมัติคำขอสินเชื่อรวดเร็ว คาดไม่เกิน 3 เดือน แม้ว่าจะต้องวางหลักประกันในการขอสินเชื่อก็ตาม

แหล่งข่าวกล่าวว่า ความเชื่อมั่นที่ลดลงไปเรื่อยๆ ทำให้ตลาดบี/อีปิดลงแล้วในขณะนี้ โอกาสในการระดมทุนยากมากขึ้น เนื่องจาก ผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่ขอต่ออายุตั๋ว แม้จะได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงก็ตาม เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับคืนเงินต้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าคำนึงถึงผลตอบแทน

“ ตลาดบี/อีเซ็นซิทีฟ หากเจอเจคพล็อต ซื้อตั๋วบี/อีแล้วชำระคืนไม่ได้ กว่าจะได้เงินจะต้องรอเวลานานมาก จึง ไม่อยากยุ่งดีกว่า ขอปลอดภัย ไม่ต่ออายุตั๋ว ส่วนผู้ออกก็ไม่ต้องการฝากชีวิตไว้กับบริษัทหลักทรัพย์ในฐานะคนกลางในการเสนอขายตั๋วบี/อี และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)อีกแล้ว “แหล่งข่าวกล่าว

นอกจากนั้นบริษัทหลายแห่งได้ปรับตัว ลดการพึ่งพาจากตลาดเงิน และมีการกระจายแหล่งระดมทุน ทยอยลดสัดส่วนจากพี/อี บางแห่งมีการยื่นไฟลิ่ง เพื่อขอเสนอขายหุ้นกู้ นอกจากการขอสินเชื่อจากธนาคาร เพื่อต้องการหนี้ระยะยาวมากขึ้น

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดตั๋วบี/อีอ่อนไหว เกิดจากตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนและธันวาคมปี 2559 ที่ผ่านมา หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ส่งสัญญาณเตือน มีการปรับปรุงเกณฑ์ คุมตั๋วที่ไม่มีเรทติ้ง เปิดสำรวจความคิดเห็น(เฮียริ่ง) คนที่เกี่ยวข้อง จนในที่สุดมีการกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) อย่างน้อย 3 รายในการซื้อตั๋วบี/อีหนึ่งฉบับ จากเดิมผู้ออกสามารถขายให้บลจ.รายเดียวได้

แหล่งข่าวกล่าวว่า ตั๋วบี/อี เป็นที่นิยมมาประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากที่ทางการมีการผ่อนเกณฑ์ไม่ต้องจัดอันดับ(นันเรทติ้ง) และไม่ต้องนำไปขึ้นทะเบียนกับสมาคมตราสารหนี้ไทย ทำให้ง่ายต่อการระดมทุน ใช้เวลาไม่ถึง1 สัปดาห์เท่านั้น ถ้ามีการติดต่อประสานงานกันก่อน ส่วนการออกหุ้นกู้ จะต้องหาที่ปรึกษาทางการเงิน ยื่นไฟลิ่ง รวมถึงการแต่งตั้วงผู้จัดจำหน่าย คาดจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินระยะสั้น(บี/อี) แบบไม่จัดเรทติ้งที่เกิดขึ้นด้วยว่า ไม่ควรตื่นตระหนกเกินไป เพราะผู้ซื้อเป็นผู้มีรายได้สูงในวงจำกัด และ ที่ผ่านมาได้จับตาการลงทุนหาผลตอบแทนสูงนักลงทุน หรือ เสิร์จ ฟอร์ ยิลด์ พร้อมกับแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลไม่ให้กระทบในวงกว้าง

แหล่งข่าวจากโบรกเกอร์กล่าวว่า บี/อี ที่เกิดปัญหาผิดนัดชำระหนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.) เท่านั้น ซึ่งไม่ถือว่าเป็นปัญหากับอุตสาหกรรมรวม แต่ปัญหาขณะนี้ยอมรับว่ามีบริษัททั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ที่ออกตั๋วบี/อี ระยะสั้น เสนอขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ให้กับนักลงทุนนอกกลุ่ม AI (นักลงทุนที่มิใช่รายย่อย) ประมาณ 10-20 คน ซึ่งมีความเสียหายเกิดขึ้นแต่ไม่มีการเปิดเผยความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะ เป็นการซื้อขายบี/อี ในกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูง ลูกค้าโบรกเกอร์ที่มีเงินเหลือ ไม่ได้ศึกษาผู้ออกบี/อี

แหล่งข่าวกล่าวว่า ความเชื่อมั่นจากการผิดนัดชำระตั๋วบี/อี จะส่งผลกระทบถึงตลาดหุ้นเกิดความตื่นกระหนกการผิดนัดชำระหนี้ ทำให้บริษัทดีๆ ที่มีความสามารถชำระหนี้ แต่ใช้เงินกู้ระยะสั้นจากตั๋วบี/อี ถูกเรียกเงินคืนหากหาเงินมาชำระไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาได้ เช่นเดียวกับกรณีนักลงทุนแห่ถอนเงินธนาคาร

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,229 วันที่ 22 - 25 มกราคม 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market