
เงินฝากปีไก่ตีปีกรับสินเชื่อโต ทีเอ็มบีวิเคราะห์บวก 4.3% ฝากประจำโต-ออมทรัพย์หด
ศูนย์วิเคราะห์ทีเอ็มบีประเมินเงินฝากปี 2560 ขยายตัว4.3%บวกต่อเนื่องจากปีก่อน จับตาแบงก์ชิงแชร์บัญชีเงินฝากประจำแต่ออมทรัพย์ยังหดตัวเหตุลูกค้าโยกหนีดอกเบี้ยต่ำ
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เงินฝากของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบในปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัว 4.3% จากปีก่อนเติบโต 3.1% ตามการขยายตัวของสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัว 6.3% และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นในครึ่งปีหลัง ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องสร้างฐานเงินฝากเพิ่มขึ้น ทั้งนี้จะเห็นธนาคารพาณิชย์แข่งขันกันระดมเงินฝากผ่านทางเงินฝากประจำ หลังจากที่หดตัวมาเป็นเวลา 2 ปีติดมาขยายตัวอยู่ที่ 4.4% จากปีก่อนมีอัตราติดลบอยู่ที่ 3.6%
ด้านเงินฝากออมทรัพย์ยังขยายตัวในอัตราชะลอตัวมาอยู่ที่ 4.3% จากปีก่อนขยายตัว 7.7% เป็นผลจากการที่ผู้ฝากเงินมีแนวโน้มจะโยกย้ายเงินไปในบัญชีที่มีผลตอบแทนสูงขึ้น เช่น เงินฝากประจำ และกองทุนรวม เป็นต้น
นายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ว่าทิศทางเงินฝากในปี 2560 ธนาคารยังคงเน้นการบริหารสภาพคล่องให้สมดุลควบคู่กับการขยายตัวของสินเชื่อ และเพิ่มสัดส่วนเงินฝากต้นทุนต่ำ หรือการเพิ่มสัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและบัญชีออมทรัพย์(CASA)ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถลดต้นทุนด้านเงินฝากและบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธนาคารกรุงไทย มีฐานเงินฝากเป็นอันดับ 3 ของระบบ ยอดคงค้าง ณ 30 พฤศจิกายน 2559 อยู่ที่ประมาณ 1.98 ล้านล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 17.60%โดยอันดับ 1 เป็นของธนาคารกรงเทพ ยอดรวมอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 18.63% และธนาคารกสิกรไทย อันดับ 3 ยอดรวม 2 ล้านล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 17.70%
“ทิศทางเงินฝากปีหน้า เรายังคงเน้นการบริหารสภาพคล่อง แต่ต้องดูด้านการขยายตัวสินเชื่อ และภาครัฐมีการออกพันธบัตรลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วย เพื่อออกโปรดักต์เงินฝากให้เหมาะสม แต่หากดูในปีที่ผ่านมาธนาคารมีสัดส่วนเงินฝาก CASA เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อต้นทุนการเงินของแบงก์ ซึ่งปีหน้าเราจะยังคงเน้นการเพิ่ม CASA เป็นสำคัญ”
นางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ทิศทางเงินให้สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในปี 2560 ที่มีแนวโน้มเติบโตเร่งขึ้นจากปีนี้ คงหนุนให้การแข่งขันระดมเงินฝากในปีหน้า มีแนวโน้มทวีความเข้มข้นขึ้น ขณะที่การออกแคมเปญเงินฝากคงมีอยู่ เพื่อรองรับการครบกำหนดของเงินฝากประจำ และแข่งขันกับช่องทางการออมประเภทอื่นๆ
ทั้งนี้ในส่วนของธนาคารกสิกรไทย คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ระดับเดิมที่ 1.5% ตลอดปี 2560 โดยธนาคารจะพิจารณาอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการแข่งขันในตลาด
นางสาวนุชา ศิริรัตน์ ผู้อำนวยการและผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า เงินฝากในปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการสินเชื่อตามการเติบโตของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3.3% คาดว่าธนาคารพาณิชย์ยังคงมีการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากเพื่อชดเชยเงินฝากที่ครบกำหนดในปี 2559 ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล
“ในปี 2559 จากการที่สินเชื่อรวมในระบบธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ขยายตัวสูงมากทำให้การแข่งขันของธนาคารในการระดมเงินฝากไม่รุนแรงมากนัก ธนาคารต่างๆ รวมทั้งกรุงศรีฯ สามารถบริหารต้นทุนเงินฝากได้ดีโดยในช่วง10 เดือนแรกของปีนี้เงินรับฝากขยายตัว 5.2% จากสิ้นปีก่อนจากการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากประเภทออมทรัพย์เป็นหลัก”
นายอนุรักษ์ ตันติพิพัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจลูกค้ารายย่อย ธนาคารธนชาต จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าเติบโตเงินฝากตามตลาดประมาณ 6% ถึงแม้อาจเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวบ้างจากปัจจัยภายในประเทศ แต่ภาพรวมสภาพคล่องในระบบยังคงล้นอยู่ จึงคาดการณ์เงินฝากทั้งระบบจะยังคงเติบโตประมาณ 5-6% ในช่วงครึ่งปีแรกจะยังคงเห็นธนาคารส่วนใหญ่เน้นไปที่เงินฝากประจำระยะสั้น แต่ในช่วงครึ่งปีหลังหรือไตรมาสสุดท้ายอาจเริ่มเห็นธนาคารรุกเงินฝากอายุยาวมากขึ้น
ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เงินฝากเติบโตประมาณ 2-3% ในขณะที่ทั้งตลาดเติบโตติดลบ 0.4% โดยธนชาตมีสัดส่วน CASA เพิ่มขึ้น ซึ่งในปีนี้ธนชาตโปรโมตบัญชี Freeverมากขึ้น และมีการออกบัญชี e-savings ในเดือน กันยายน2559 ภายใต้การนำเสนอด้วยผลประโยชน์ลูกค้าเป็นหลัก คือ Smart solutions บัญชีเก็บ บัญชีใช้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,223 วันที่ 1 - 4 มกราคม 2560
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เงินฝากของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบในปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัว 4.3% จากปีก่อนเติบโต 3.1% ตามการขยายตัวของสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัว 6.3% และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นในครึ่งปีหลัง ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องสร้างฐานเงินฝากเพิ่มขึ้น ทั้งนี้จะเห็นธนาคารพาณิชย์แข่งขันกันระดมเงินฝากผ่านทางเงินฝากประจำ หลังจากที่หดตัวมาเป็นเวลา 2 ปีติดมาขยายตัวอยู่ที่ 4.4% จากปีก่อนมีอัตราติดลบอยู่ที่ 3.6%
ด้านเงินฝากออมทรัพย์ยังขยายตัวในอัตราชะลอตัวมาอยู่ที่ 4.3% จากปีก่อนขยายตัว 7.7% เป็นผลจากการที่ผู้ฝากเงินมีแนวโน้มจะโยกย้ายเงินไปในบัญชีที่มีผลตอบแทนสูงขึ้น เช่น เงินฝากประจำ และกองทุนรวม เป็นต้น
นายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ว่าทิศทางเงินฝากในปี 2560 ธนาคารยังคงเน้นการบริหารสภาพคล่องให้สมดุลควบคู่กับการขยายตัวของสินเชื่อ และเพิ่มสัดส่วนเงินฝากต้นทุนต่ำ หรือการเพิ่มสัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและบัญชีออมทรัพย์(CASA)ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถลดต้นทุนด้านเงินฝากและบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธนาคารกรุงไทย มีฐานเงินฝากเป็นอันดับ 3 ของระบบ ยอดคงค้าง ณ 30 พฤศจิกายน 2559 อยู่ที่ประมาณ 1.98 ล้านล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 17.60%โดยอันดับ 1 เป็นของธนาคารกรงเทพ ยอดรวมอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 18.63% และธนาคารกสิกรไทย อันดับ 3 ยอดรวม 2 ล้านล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 17.70%
“ทิศทางเงินฝากปีหน้า เรายังคงเน้นการบริหารสภาพคล่อง แต่ต้องดูด้านการขยายตัวสินเชื่อ และภาครัฐมีการออกพันธบัตรลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วย เพื่อออกโปรดักต์เงินฝากให้เหมาะสม แต่หากดูในปีที่ผ่านมาธนาคารมีสัดส่วนเงินฝาก CASA เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อต้นทุนการเงินของแบงก์ ซึ่งปีหน้าเราจะยังคงเน้นการเพิ่ม CASA เป็นสำคัญ”
นางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ทิศทางเงินให้สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในปี 2560 ที่มีแนวโน้มเติบโตเร่งขึ้นจากปีนี้ คงหนุนให้การแข่งขันระดมเงินฝากในปีหน้า มีแนวโน้มทวีความเข้มข้นขึ้น ขณะที่การออกแคมเปญเงินฝากคงมีอยู่ เพื่อรองรับการครบกำหนดของเงินฝากประจำ และแข่งขันกับช่องทางการออมประเภทอื่นๆ
ทั้งนี้ในส่วนของธนาคารกสิกรไทย คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ระดับเดิมที่ 1.5% ตลอดปี 2560 โดยธนาคารจะพิจารณาอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการแข่งขันในตลาด
นางสาวนุชา ศิริรัตน์ ผู้อำนวยการและผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า เงินฝากในปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการสินเชื่อตามการเติบโตของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3.3% คาดว่าธนาคารพาณิชย์ยังคงมีการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากเพื่อชดเชยเงินฝากที่ครบกำหนดในปี 2559 ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล
“ในปี 2559 จากการที่สินเชื่อรวมในระบบธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ขยายตัวสูงมากทำให้การแข่งขันของธนาคารในการระดมเงินฝากไม่รุนแรงมากนัก ธนาคารต่างๆ รวมทั้งกรุงศรีฯ สามารถบริหารต้นทุนเงินฝากได้ดีโดยในช่วง10 เดือนแรกของปีนี้เงินรับฝากขยายตัว 5.2% จากสิ้นปีก่อนจากการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากประเภทออมทรัพย์เป็นหลัก”
นายอนุรักษ์ ตันติพิพัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจลูกค้ารายย่อย ธนาคารธนชาต จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าเติบโตเงินฝากตามตลาดประมาณ 6% ถึงแม้อาจเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวบ้างจากปัจจัยภายในประเทศ แต่ภาพรวมสภาพคล่องในระบบยังคงล้นอยู่ จึงคาดการณ์เงินฝากทั้งระบบจะยังคงเติบโตประมาณ 5-6% ในช่วงครึ่งปีแรกจะยังคงเห็นธนาคารส่วนใหญ่เน้นไปที่เงินฝากประจำระยะสั้น แต่ในช่วงครึ่งปีหลังหรือไตรมาสสุดท้ายอาจเริ่มเห็นธนาคารรุกเงินฝากอายุยาวมากขึ้น
ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เงินฝากเติบโตประมาณ 2-3% ในขณะที่ทั้งตลาดเติบโตติดลบ 0.4% โดยธนชาตมีสัดส่วน CASA เพิ่มขึ้น ซึ่งในปีนี้ธนชาตโปรโมตบัญชี Freeverมากขึ้น และมีการออกบัญชี e-savings ในเดือน กันยายน2559 ภายใต้การนำเสนอด้วยผลประโยชน์ลูกค้าเป็นหลัก คือ Smart solutions บัญชีเก็บ บัญชีใช้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,223 วันที่ 1 - 4 มกราคม 2560






