thansettakij
thansettakij
เปิดแผนพัฒนาอุตฯพลาสติกไทย ดันสร้างมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านใน 5 ปี

เปิดแผนพัฒนาอุตฯพลาสติกไทย ดันสร้างมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านใน 5 ปี

14 ต.ค. 59 | 07:30 น.
สถาบันพลาสติก ถือเป็นหนึ่งงานเครือข่ายภายใต้การกำกับดูและของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมอุตสาหกรรมพลาสติก เพื่อไปสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบและชิ้นส่วนประกอบในภาคการผลิตต่างๆ ซึ่งในแต่ละปีมูลค่ารวมของอุตสาหกรรมพลาสติกสูงถึง 9.2 แสนล้านบาท

จากความสำคัญดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้มอบหมายให้สถาบันพลาสติก เร่งดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการมีความเข้มแข็งมากขึ้น หลังพบว่ากว่า 80 % ยังเป็นกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี ซึ่งมีข้อจำกัดด้านเงินทุนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเรื่องดังกล่าวนี้"ฐานเศรษฐกิจ"มีโอกาสสัมภาษณ์ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก ถึงการจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกไทยในช่วง 5 ปี(2560-2564) ที่จะผลักดันผู้ประกอบการไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสอดรับแผนการดำเนินงานของรัฐบาลที่จะผลักดันไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ที่ต้องการให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม

 เปิด 3 ยุทธศาสตร์การพัฒนา

ผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก ชี้ให้เห็นว่าร่างแผนยุทธศาสตร์ฯ ที่เสนอกระทรวงอุตสาหกรรมรับทราบไปแล้ว และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไม่เกินสิ้นปีนี้นั้น จะประกอบไปด้วย 3 ด้าน ภายใต้งบการดำเนินงานกว่า 1,008 ล้านบาท ในช่วง 5 ปี ได้แก่ การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการแข่งขัน ที่จะมีการเข้าไปส่งเสริมการขยายขนาดผู้ประกอบการ เนื่องจากปัจจุบันพบว่าผู้ประกอบการพลาสติกไทยที่มีอยู่ประมาณ 3,000 โรงงาน ไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ เพราะส่วนใหญ่มีขนาดเล็กถึง 68 % ขนาดกลาง 20 % และขนาดใหญ่ 12 % ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมไทยไม่เสียเปรียบด้านการแข่งขันหรือสามารถยกระดับเทียบเท่าคู่แข่งในตลาดสากลได้ จึงจำเป็นต้องเข้าไปส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยขยายขนาดสู่ระดับกลางและขนาดใหญ่มากขึ้น ในส่วนนี้จะใช้งบประมาณ 185 ล้านบาท เพื่อเข้าไปพัฒนาการเพิ่มผลผลิตให้กับผู้ประกอบการ 500 บริษัท รวมทั้งการพัฒนาแรงงานให้ได้ 5,000 คน

 ดึงการลงทุนพื้นที่ชายแดน

อีกทั้งการส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่ชายแดนและประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากไทยมีความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์พลาสติกในตลาดอาเซียน ที่พึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกจากไทยเป็นหลัก ดังนั้นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกเข้าไปตั้งโรงงานตามชายแดน เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านหรือใช้พื้นที่ชายแดนตั้งโรงงานเพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่งและสามารถเข้าถึงแรงงาน รวมถึงการลงทุนตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้านได้ จะทำให้ภาคการผลิตกระจายตัวออกรอบนอก จากปัจจุบันที่กระจุกตัวอยู่ในภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการดำเนินงานในส่วนนี้ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาพื้นที่เป้าหมายที่จังหวัดตากและสระแก้วอยู่

ส่วนยุทธศาสตร์ที่ 2 จะเป็นการยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกไทยสู่ตลาดมูลค่าสูงมากขึ้น ที่จะต้องมีการยกระดับเทคโนโลยีการผลิตเม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก ตลอดจนเสริมสร้างและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ซึ่งจะต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ด้านการออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ โดยเน้นสินค้า 3 กลุ่มได้แก่ กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกฟังก์ชันนัลสำหรับอาหาร กลุ่มวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์และกลุ่มพลาสติกชีวภาพ เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้จะใช้งบประมาณ 287 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการตั้งศูนย์กลางพัฒนาเทคโนโลยี 1 ศูนย์ การต่อยอดงานวิจัยและคอมโพสิต 40 งานวิจัย การพัฒนาคลัสเตอร์ส่งออก 5 คลัสเตอร์ การพัฒนามาตรฐานตราสินค้า 20 ผลิตภัณฑ์ และพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ 25 มาตรฐาน

 สร้างมูลค่าพลาสติกกว่า1ล้านล.

ในขณะที่ยุทธศาสตร์ที่ 3 จะเป็นเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกไทยควบคู่กับสิ่งแวดล้อม จะเข้าไปมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนพัฒนาพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบจากปัจจัยความพร้อมด้านวัตถุดิบในการผลิตพลาสติกชีวภาพ ที่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและการจัดการผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่จะใช้งบการดำเนินงานประมาณ 102 ล้านบาท หรับการพัฒนามาตรฐานโรงงานรีไซเคิล 100 บริษัท พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล 10 เทคโนโลยี การพัฒนานักออกแบบ 100 ราย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศ 20 ผลิตภัณฑ์

ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า หากมีการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกได้ตามแผนยุทธศาสตร์ฯ ภายในปี 2564 ที่กล่าวมานั้น จะส่งผลให้อุตสาหกรรมพลาสติกมีมูลค่าการแปรรูปกว่า 8.017 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.46 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1.55 แสนล้านบาท มีมูลค่าการส่งออกกว่า 2.4 แสนล้านบาท จากปัจจุบัน 1.22 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1.18 แสนล้านบาท รวมแล้วจะสร้างมูลค้าให้กับอุตสาหกรรมพลาสติกได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท และมีอัตราส่วนการส่งออกต่อมูลค่า 30.16 % จากปัจจุบันอยู่ที่ 19 %

 ชู3โปรดักต์แชมเปี้ยน

นอกจากยุทธศาสตร์ดังกล่าวแล้ว การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ จำเป็นต้องมุ่งเน้นพัฒนาในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เพื่อนำร่องการพัฒนาก่อน โดยจะกำหนดให้ 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นโปรดักต์แชมเปี้ยน เพื่อรองรับรูปแบบความต้องการสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดโลก ที่จะต้องใช้งบประมาณอีก 434 ล้านบาท ในการดำเนินงานส่งเสริม ได้แก่ กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกฟังก์ชันนัลสำหรับบรรจุอาหาร ซึ่งจะต้องเข้าไปยกระดับเทคโนโลยีการผลิต เช่น การทำบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น การพัฒนาคุณสมบัติของฟิล์มให้สามารถถนอมอาหารได้นานมากยิ่งขึ้น และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถใช้งานสะดวกขึ้น เป็นต้น

กลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่จะต้องเข้าไปปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือสายการผลิตที่มีอยู่สำหรับอุตสาหกรรมอื่น เช่น ของใช้ทั่วไป ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ บรรจุภัณฑ์ทั่วไป ไปสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์

รวมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ ที่ไทยมีข้อได้เปรียบทางผลผลิตทางการเกษตร มีผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเริ่มมีการวางนโยบายที่เป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศแล้ว

โดยสรุปแล้วยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกไทย จะต้องดำเนินการเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันทั้งในด้านผู้ส่งออกและผู้ค้า ที่จะต้องมุง่ พัฒนาให้ผู้ประกอบการมีศักยภาพในการแข่งขันที่สูงขึ้น และต้องมีขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นสามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นและต้องสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดสากล พร้อมทั้งผลักดันผู้ลงทุน เข้าไปลงทุนในตลาดอาเซียน ที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์สูงและมีแรงงานสำหรับการผลิตที่เพียงพอ

ดังนั้น หากการดำเนินงานได้ตามแผนที่วางไว้ จะเปลี่ยนประเทศไทย จากการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมพลาสติกของอาเซียน ไปสู่บทบาทการเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมพลาสติกของอาเซียน ที่จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกันทั่วทั้งภูมิภาค

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,200 วันที่ 13 - 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market