thansettakij
thansettakij
เจ้าสัว ‘ธนินท์’ ชูใช้เทคโนโลยีบริหาร ชี้อาเซียน 10 ปท.โอกาสลงทุนของญี่ปุ่น

เจ้าสัว ‘ธนินท์’ ชูใช้เทคโนโลยีบริหาร ชี้อาเซียน 10 ปท.โอกาสลงทุนของญี่ปุ่น

11 ต.ค. 59 | 14:00 น.
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) กล่าวในการเสวนาในหัวข้อ "พันธมิตรระดับโลกในยุคโลกานิยม" ซึงเป็นส่วนหนึ่งของการงาน สัมมนา เดอะ นิเคอิ เอเชีย 300 โกลบอล บิสิเนส ฟอรั่ม ซึงจัดโดยสำนักข่าวนิกเกอิ ประเทศ ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาว่านอกจากทางอมริกาและยุโรปแล้ว ไม่มีประเทศไหนที่มีนักธุรกิจมากมายเหมือนประเทศญี่ปุ่นที่ไปลงทุนทั่วโลก ที่มีความพร้อมทั้งในด้านไบโอเทคโนโลยี ยา หุ่นยนต์ และนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ประเทศญี่ปุ่นมีการป้องกันที่มากเกินไป ควรให้บริษัทใหญ่ๆ ที่เข้าไปลงทุนในญี่ปุ่น ได้ปรับให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ต้องกล้าให้มีความเสี่ยงบ้าง แต่เป็นความเสี่ยงที่ไม่ถึงกับทำให้บริษัทล้มละลาย

"ถ้าประเทศญี่ปุ่นแก้ตรงนี้แล้ว ผมคิดว่าเศรษฐกิจในโลกนี้ ประเทศญี่ปุ่นอาจจะเป็นผู้นำ จีนอาจจะเป็นประเทศที่สาม เพราะจีนก็ยังมีโอกาสอีกมาก กำลังเติบโตอยู่ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับอายุของประเทศจีน เหมือนคนกำลังหนุ่ม แล้วสถานการณ์การเมืองก็นิ่งไม่มีปัญหาต้องกังวล"

นอกจากนี้ นายธนินท์ ยังกล่าวอีกว่า โลกนี้กำลังเปลี่ยนแปลง อย่างอุตสาหกรรมกำลังจะเข้า 4.0 ซึ่งเป็นโอกาสอย่างยิ่งของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ซึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทุกธุรกิจต้องเริ่มต้นจากศูนย์กันใหม่ ในอนาคตรถยนต์อาจจะเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ไร้คนขับ คนจะมีความสุขมากขึ้น ต่อไปอาจจะทำงานอาทิตย์ละ 3 วัน และหยุด 4 วัน ไปท่องเที่ยว เพราะอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ โดยเฉพาะยุคนี้คนไม่รู้ตัวว่าทำงานมากขึ้น ทำให้ไม่เห็นด้วยกับการที่มีคนบอกว่าต่อไปคนแก่จะมีปัญหา แรงงานจะไม่มี ทั้งที่ในประเทศญี่ปุ่นผลิตหุ่นยนต์ และเมื่อมีหุ่นยนต์แล้วการผลิตของโลกจะเพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่า อย่างซีพี มีโรงงาน ที่ไม่มีคนงาน จึงทำให้ไม่ถูกฟ้องว่าทำงานเกินเวลา ฉะนั้นลงทุนที่ไหนก็ได้

“มีคนบอกว่าต่อไปโลกจะมีจำนวนคนเพิ่มขึ้นมากถึง 9,000 ล้านคน อาหารจะขาดแคลนอันนี้ไม่ต้องห่วง เทคโนโลยีวันนี้สินค้าและการผลิตจะมากและเร็วกว่ามนุษย์ผลิตหลายเท่า แต่สิ่งที่กลัวคือสินค้าจะล้นตลาด เกิดเงินฝืด สินค้าผลิตออกมามากเกิน จนในที่สุดขายไม่ออกเพราะเครื่องจักรทำงานตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งผลิตได้มากกว่าคนผลิตหลายร้อยเท่า แต่กลัวว่าอาหารจะเหลือน้อยมากกว่าอี-คอมเมิร์ซเกิดขึ้นก็ทำให้สินค้าขายในโลกได้มากขึ้น ซึ่งก็ยังต้องอาศัยการผลิต การผลิตจึงสำคัญมาก ต้องตามให้ทันกับโลกที่ก้าวหน้าต่อไปหุ่นยนต์จะทำงานแทนคนแก่ แต่วันนี้เราต้องมาคิดว่าคนว่างงานมากขึ้นจะทำอย่างไรฉะนั้นธุรกิจบริการจึงเกิดขึ้น คนจะอยู่อย่างมีความสุข เพราะมีอิเล็กทรอนิกส์ที่ก้าวหน้าด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็นอีกหนึ่งธุรกิจอย่างเช่นธุรกิจรับดูแลผู้สูงอายุ เพราะถึงช่วงอายุหนึ่งคนสูงอายุจะพึ่งตนเองไม่ได้ ต้องอาศัยคนมาดูแลหรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วย”

นายธนินท์ กล่าวต่ออีกว่า อาเซียนจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้ารัฐบาลของแต่ละประเทศเข้าใจ ปรับให้รับกับ 4.0 นี้ อย่างประเทศไทยในยุคของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชากำลังจะปรับกฎหมายต่างๆ และก็ให้โอกาสกับคนเก่งในโลกนี้มาสร้างธุรกิจในตะวันออก ให้เป็นเศรษฐกิจพิเศษ จากกรุงเทพฯไปจนถึงระยอง และออกกฎหมายมารองรับกับความต้องการของนักลงทุน ก็จะสามารถดึงดูดนักลงทุนได้เช่นกัน สำหรับประเทศไทย หากสามารถสร้างโรงพยาบาล สร้างเมืองใหม่ รถไฟความเร็วสูง รวมถึงปักธงสนามบินอู่ตะเภาใหม่ได้ ประเทศไทยอาจจะเป็นตัวอย่างของอาเซียน10 ประเทศ

"โลกนี้ไม่มีพรมแดน และคนที่ได้เปรียบที่สุด คือ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นพร้อมลงทุนอยู่แล้วในอาเซียน 10 ประเทศ อย่างของซีพี ไปลงทุนประเทศไหน ทั้งซีพี และประชาชนในประเทศนั้นต้องได้ประโยชน์ ชนะทั้งคู่ ซึ่งประโยชน์ที่ซีพีได้คือประโยชน์ของประเทศไทย แล้วซีพีจะไม่ไปแข่งขันกับอาชีพเกษตรกรของประเทศนั้น แต่กลับจะนำเทคโนโลยีและเงินไปสนับสนุน โดยซีพีจะทำหน้าที่ ที่เกษตรกรประเทศนั้นๆ ทำไม่ได้ อย่างเช่น การแปรรูปสินค้า ทำการตลาด รวมถึงการค้าการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศต่างๆ นอกเหนือจากประเทศที่เข้าไปลงทุน โดยธุรกิจของซีพีเป็นห่วงโซ่จากภาคเกษตรถึงโต๊ะอาหาร ซึ่งในแต่ละขั้นตอนเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้"

อย่างไรก็ดี ประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เป็นโอกาสในการลงทุนสำหรับประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางที่แท้จริง ได้จีน , อินเดีย, เวียดนาม, เมียนมา, กัมพูชา ,ลาว ส่วนทางใต้ก็มีมาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย ,และฟิลิปปินส์ เพราะความสามารถและความรู้ของบริษัทญี่ปุ่นน่าจะมาใช้ในประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ช่วยสร้างธุรกิจ ขณะเดียวกันสิ่งที่นักธุรกิจญี่ปุ่นจะได้รับก็คือ การเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ เหมือนกับที่ประเทศญี่ปุ่นได้สร้างนักธุรกิจญี่ปุ่นขึ้นมามากมาย เพราะนักธุรกิจอาเซียนเหล่านี้ยังขาดความรู้ ขาดตลาด ขณะที่ญี่ปุ่นมีพร้อมทั้งความรู้ เทคโนโลยี เงิน ดอกเบี้ยถูก และมีตลาดทั่วโลก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market