thansettakij
thansettakij
KBANK มั่นใจบัตรเดบิตไม่ขาดสต๊อก สั่งสาขาสำรองเพิ่ม 2 เท่ารองรับลูกค้า

KBANK มั่นใจบัตรเดบิตไม่ขาดสต๊อก สั่งสาขาสำรองเพิ่ม 2 เท่ารองรับลูกค้า

12 ต.ค. 59 | 09:00 น.
กสิกรไทย ยันไม่มีปัญหาบัตรเอทีเอ็ม/เดบิตขาดสต๊อก สั่งสาขาสำรองบัตรธรรมดา 2 เท่า/สาขา ก่อนธปท.ร่อนหนังสือเวียน กำชับพนักงานหากบัตรไม่เพียงพอให้ออกบัตรประเภทอื่นทดแทน แต่เก็บค่าฟีเท่าบัตรธรรมดา ลดการบังคับขายบัตรรุ่นอื่น ปลื้ม “บัตรช้างศึก” กระแสตอบรับทะลุเป้า ส่วนภาพรวมบัตรเดบิตทั้งปีคาดยอดใช้จ่ายแตะ 2.5 หมื่นล้าน ออกบัตรใหม่ 4.1 ล้านใบจากฐานลูกค้า 10.5 ล้านใบ

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ.) และในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย (TBA) กล่าวว่า กรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งหนังสือเวียนถึงธนาคารพาณิชย์ในระบบให้มีการสำรองบัตรเอทีเอ็มและเดบิตแบบธรรมดามากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการลูกค้า และลดการบังคับขายบัตรประเภทอื่นนั้น ในประเด็นดังกล่าวเชื่อว่าธนาคารทุกแห่งได้เตรียมพร้อมสำรองบัตรเอทีเอ็มและเดบิตให้เพียงพอกับความต้องการแล้ว อย่างไรก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนมาใช้บัตรชิปการ์ดแทนบัตรแถบแม่เหล็กแทน ทำให้ในช่วงแรกอาจจะประสบปัญหาสต๊อกไม่เพียงพอ แต่ปัจจุบันเชื่อว่าทุกแห่งมีบัตรสำรองไว้เพียงพอแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า เพราะบัตรแต่ละประเภทจะมีค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ลูกค้าสามารถเลือกใช้ตามความต้องการได้ ขณะที่ธนาคารกสิกรไทยมีบัตรแบบ 2 in 1 เป็นบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตในตัว โดยเสียค่าธรรมเนียมเท่ากับบัตรเอทีเอ็ม

ด้านนางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวเสริมว่า ช่วงที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยได้มีการหารือร่วมกับธปท.ต่อเนื่อง ธนาคารจึงมีคำสั่งให้สาขาธนาคารทุกสาขาสำรองบัตรธรรมดาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าต่อสาขา จากเดิมธนาคารจะมีการสำรองบัตรธรรมดาเพียง 1 เท่า ซึ่งมีคำสั่งก่อนจะมีหนังสือจากธปท.ออกมาในช่วง 2-3 เดือนก่อน จึงเชื่อว่าปัญหาการขาดแคลนบัตรหรือการแอบอ้างว่าบัตรหมดนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม หากความต้องการบัตรแบบธรรมดามีปริมาณเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่มีการสำรองไว้ในแต่ละสาขา ธนาคารได้มีการแก้ปัญหาด้วยการให้แต่ละสาขาช่วยเหลือลูกค้าโดยให้บัตรเดบิตรุ่นอื่นๆ ซึ่งรวมไปถึงสิทธิประโยชน์ในบัตรที่มีอยู่ให้กับลูกค้าทดแทนทันที แต่ให้คิดราคาบัตรเท่าบัตรธรรมดา เพราะมองว่าเป็นส่วนที่ธนาคารต้องรับผิดชอบ

“หลังจากเปลี่ยนมาใช้บัตรชิปการ์ด เราได้สั่งตรงไปที่สาขาให้เพิ่มการสำรองบัตรเป็น 1 เท่าจากปกติที่สำรองต่อสาขา ซึ่งหลังจากหารือร่วมกับธปท.ได้มีการสั่งให้สาขาเพิ่มการสำรองบัตรเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 เท่า เราเชื่อว่าจำนวนบัตรที่สำรองไปน่าจะเพียงพอต่อความต้องการลูกค้าแล้วในปัจจุบัน และถ้าไม่พอได้กำชับให้แก้ปัญหาไว้ด้วย จึงไม่ได้มีปัญหาสำหรับธนาคารกสิกรไทย”

สำหรับภาพรวมธุรกิจบัตรเดบิตของธนาคารกสิกรไทย ปัจจุบัน ณ ไตรมาสที่ 3 ธนาคารมีฐานลูกค้าบัตรเดบิตอยู่ที่ 10.5 ล้านใบ โดยในปีนี้คาดว่าจะมีการออกบัตรเดบิตใหม่อยู่ที่ประมาณ 4.1 ล้านใบ ส่วนการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตคาดว่าน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตประมาณ 38% เมื่อเทียบกับปี 2558 ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกถือว่าอัตราการใช้จ่ายผ่านบัตรได้เกินเป้าหมายที่ธนาคารตั้งเป้าไว้แล้ว

ขณะเดียวกัน ภายหลังการเปิดตัวบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย ที่ร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่เพิ่งเปิดบัตรใหม่ไปตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขอทำบัตรจำนวนมากยอดทำบัตรอยู่ที่ 1.2 แสนใบ ถือว่าสูงกว่าที่ธนาคารตั้งเป้าไว้ และจากผลตอบรับค่อนข้างดีทำให้บัตรดังกล่าวขาดตลาด ธนาคารจึงต้องมีการสำรองบัตรดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายนี้ โดยคาดว่าภายในปีนี้จะเห็นการขอทำบัตรเดบิตช้างศึกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องราว 2 แสนใบ ซึ่งเกินความคาดหมายที่ธนาคารตั้งไว้เพียงระดับแสนใบ หรือภายใน 3 ปี จะมีการทำบัตรดังกล่าวเพียง 3 แสนใบเท่านั้น

ทั้งนี้ สาเหตุที่บัตรเดบิตรุ่นดังกล่าวได้รับการตอบรับดี ส่วนหนึ่งมาจากไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชื่นชอบกีฬาและเป็นฐานลูกค้าฟุตบอลจำนวนมาก ทำให้บัตรดังกล่าวค่อนข้างขายได้ดีในช่วงที่ผ่านมา แม้บัตรดังกล่าวจะมีราคาแพงกว่าบัตรปกติถึงเท่าตัว โดยมีราคารวมถึง 600 บาท คิดเป็นค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือค่าออกบัตรใหม่ 250 บาท และค่าธรรมเนียมรายปี 350 บาท จากบัตรปกติเสียค่าธรรมเนียมรวม 300 บาท

“บัตรเดบิตฟุตบอลค่อนข้างฟีเวอร์คนทำเยอะมากกว่าทุกบัตร เปิดตัวไปเดือนแรกมียอดขอทำบัตร 1แสนใบ ในขณะที่ยอดทำบัตรเดบิตของธนาคารทั้งหมดต่อเดือนอยู่ที่เพียง 3-4 แสนใบเท่านั้น ซึ่งก็เชื่อว่าช่วง 3 เดือนที่เหลือลูกค้าก็จะเข้ามาทำบัตรดังกล่าวต่อเนื่อง”

Photo : warakom
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market