thansettakij
thansettakij
ยอดคำสั่งซื้อสินค้าอุตฯทะลัก รับโค้งท้ายปีดันจีดีพีเข้าเป้า

ยอดคำสั่งซื้อสินค้าอุตฯทะลัก รับโค้งท้ายปีดันจีดีพีเข้าเป้า

04 ต.ค. 59 | 01:00 น.
สศอ.เผยยอดคำสั่งซื้อในช่วง 4 เดือนหลังของปี 60 พุ่ง มีสัญญาณการนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบ ขยายตัวค่อนข้างดี มูลค่าสูงสุดในรอบ 22 เดือน เหตุได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว โดย 4 เดือนจากนี้ไปเอ็มพีไอที่ชี้วัดเศรษฐกิจในประเทศ น่าจะขยายตัวเฉลี่ย 3 % ต่อเดือน ดันจีดีพีอุตสาหกรรมเติบโต 1.6 % ตามเป้าหมาย

[caption id="attachment_103179" align="aligncenter" width="700"] ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังผลิต (ม.ค.-ส.ค. 59) ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังผลิต (ม.ค.-ส.ค. 59)[/caption]

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สสอ.) เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ว่า จากการติดตามตัวเลขการนำเข้าสินค้าทุนในภาคการผลิตอุตสาหกรรมในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้กลับมาขยายตัว 2.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าผู้ประกอบการมีการขยายการลงทุนด้านเครื่องจักรและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้า ในขณะที่การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปขยายตัว 6.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการนำเข้าอุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ แผละผ้าผืน เป็นต้น ซึ่งหากคิดเป็นมูลค่าการนำเข้าถือว่าสูงสุดในรอบ 22 เดือนหรือราว 6 ,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ การนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบฯ ที่ขยายตัวดังกล่าว เป็นการบ่งบอกว่า ขณะนี้ภาคการผลิตอุตสาหกรรม มียอดการสั่งสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อทยอยส่งมอบสินค้าในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งยอดคำสั่งซื้อส่วนใหญ่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ อาจจะยังไม่ได้อานิสงส์มากนัก เนื่องจากกำลังยังชะลอตัวอยู่ โดยในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการใช้อัตรากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 64.44 % และคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นอีกในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ เนื่องจากมีสัญญาณการนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบฯเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังเห็นได้จากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมหรือเอ็มพีไอ ที่เป็นตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจ ในเดือนสิงหาคม ได้ขยายตัวมาที่ระดับ 3.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าสูงสุดในรอบ 40 เดือนนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 จากที่เดือนก่อนหน้าติดลบ 4.99 % โดยประเมินว่าตัวเลขเอ็มพีไอในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปีนี้ น่าจะยังขยายตัวในระดับเฉลี่ยที่ 3 % ต่อเดือนได้ ดังนั้น สศอ.ประเมินว่าเอ็มอีไอทั้งปี น่าจะอยู่ในระดับ 1-2 % และการขยายตัวของภาคผลิตอุตสาหกรรมหรือจีดีพีอุตสาหกรรม น่าจะอยู่ในระดับ 1.6 % เป็นไปตามเป้าหมายที่สศอ.ประเมินไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ 1.5-2 %

รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ ได้รายงานการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 8 เดือน มี 986 โครงการ เงินลงทุน 3.36 แสนล้านบาท โดยเป็นในส่วนของ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายถึง 43 % หรือ ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะมีนักลงทุนเข้ามายื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนได้ตามเป้าหมายที่ 5.5 แสนล้านบาท

ส่วนอุตสาหกรรมที่เป็นปัจจัยให้ภาคผลิตอุตสาหกรรมขยายตัว มาจากอุตสาหกรรมรายสาขาที่สำคัญต่างๆ ที่มีการขยายตัวในช่วงไตรมาส 4 โดยคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จะขายตัว 8.78 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการขยายตัวของเครื่องใช้ไฟฟ้า 12.58 % ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกชิ้นส่วนประกอบ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องซักผ้าเพิ่มขึ้นในระดับ 2.42 % ส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะขยายตัวระดับ 4.96 % จากการส่งออกชิ้นส่วนไอทีเพิ่มมากขึ้นในระดับ 0.7 %

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอาหาร ในช่วงไตรมาส 4 น่าจะขยายตัว 1-3 % ไม่ว่าจะเป็นไก่และสัตว์ปีก ขยายตัว 3-5 % ผักและผลไม่ ขยายตัว 15-20 % ข้าวและธัญพืช ขยายตัว 15-20 % รวมถึงการส่งออกรถยนต์น่าจะขยายตัวได้อีก 0.16 % และอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ในช่วงไตรมาส 4 ขยายตัวดีขึ้น โดยเส้นใยสิ่งทอ ขยายตัว 1.19 % เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market