
นํ้ามันพุ่งรับโอเปกลดผลิต ลุ้นแตะ50ดอลล์30พ.ย.นี้
ปตท.ชี้ ราคาน้ำมันดิบดีดตัวสูงขึ้น หลังกลุ่มโอเปกประกาศเตรียมลดกำลังการผลิต 7.5 แสนบาร์เรลต่อวัน คาดสัปดาห์หน้าราคาไม่เกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หวั่นทำไม่ได้ตามแผนอาจส่งผลราคาน้ำมันดิ่งอีกรอบ ด้าน"นักวิชาการ"แนะจับตาการประชุมผลสรุปอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ย.นี้
นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก(โอเปก) ประกาศเตรียมปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 7.5 แสนบาร์เรลต่อวัน ได้ส่งผลสะท้อนมายังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที จากปริมาณการผลิตในตลาดโลกหายไปส่วนหนึ่ง โดยคาดว่าในระยะสั้นช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบไม่น่าจะเกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากปัจจุบันราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 44-45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล รวมทั้ง ต้องรอความชัดเจนว่ากลุ่มโอเปกจะสามารถทำตามที่ประกาศไว้ได้หรือไม่ เพราะหากไม่สามารถดำเนินการได้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลง
ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ คาดว่าจะได้รับจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันดิบในครั้งนี้ แต่คงไม่มากนัก ขณะที่ธุรกิจขุดเจาะและสำรวจ ซึ่งเป็นธุรกิจต้นน้ำ คาดว่าจะได้รับผลดี เพราะสามารถขายน้ำมันดิบในราคาสูงขึ้น
นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน เปิดเผยว่า กลุ่มโอเปกประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 3-4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยส่วนตัวมองว่าการประกาศปรับลดอัตราการผลิตน้ำมันดิบในครั้งนี้ จะส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในระยะ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น เพราะแม้ว่าโอเปกจะประกาศออกมา แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะลดกำลังการผลิตเท่าไร หรือการควบคุมโควต้าจะออกมาอย่างไร ซึ่งจะต้องมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้
โดยคาดการณ์ว่าในช่วง 1 สัปดาห์หลังจากนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกคงปรับขึ้นอีกไม่มากนัก เนื่องจากเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ประเมินราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นไม่น่าจะเกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศอาจได้รับผลกระทบบ้าง โดยผู้ค้าน้ำมันอาจปรับขึ้นราคาขายปลีกในสัปดาห์นี้
ขณะที่ผลกระทบต่อธุรกิจสำรวจขุดเจาะ อาจได้รับผลดีบ้าง แต่คงไม่มากนัก เนื่องจากการประกาศปรับลดอัตราการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปก ไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นตลอด และมีผลเพียงระยะสั้นเท่านั้น
นักวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบหลังข้อตกลงกำหนดเพดานการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปก ว่า กลุ่มโอเปกเห็นชอบลดกำลังการผลิตน้ำมันลง มาอยู่ที่ระดับ 32.5 - 33 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 33.24 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ตั้งแต่ปี 2551 ที่กลุ่มโอเปกปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้น 3-4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559
นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก(โอเปก) ประกาศเตรียมปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 7.5 แสนบาร์เรลต่อวัน ได้ส่งผลสะท้อนมายังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที จากปริมาณการผลิตในตลาดโลกหายไปส่วนหนึ่ง โดยคาดว่าในระยะสั้นช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบไม่น่าจะเกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากปัจจุบันราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 44-45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล รวมทั้ง ต้องรอความชัดเจนว่ากลุ่มโอเปกจะสามารถทำตามที่ประกาศไว้ได้หรือไม่ เพราะหากไม่สามารถดำเนินการได้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลง
ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ คาดว่าจะได้รับจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันดิบในครั้งนี้ แต่คงไม่มากนัก ขณะที่ธุรกิจขุดเจาะและสำรวจ ซึ่งเป็นธุรกิจต้นน้ำ คาดว่าจะได้รับผลดี เพราะสามารถขายน้ำมันดิบในราคาสูงขึ้น
นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน เปิดเผยว่า กลุ่มโอเปกประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 3-4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยส่วนตัวมองว่าการประกาศปรับลดอัตราการผลิตน้ำมันดิบในครั้งนี้ จะส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในระยะ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น เพราะแม้ว่าโอเปกจะประกาศออกมา แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะลดกำลังการผลิตเท่าไร หรือการควบคุมโควต้าจะออกมาอย่างไร ซึ่งจะต้องมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้
โดยคาดการณ์ว่าในช่วง 1 สัปดาห์หลังจากนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกคงปรับขึ้นอีกไม่มากนัก เนื่องจากเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ประเมินราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นไม่น่าจะเกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศอาจได้รับผลกระทบบ้าง โดยผู้ค้าน้ำมันอาจปรับขึ้นราคาขายปลีกในสัปดาห์นี้
ขณะที่ผลกระทบต่อธุรกิจสำรวจขุดเจาะ อาจได้รับผลดีบ้าง แต่คงไม่มากนัก เนื่องจากการประกาศปรับลดอัตราการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปก ไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นตลอด และมีผลเพียงระยะสั้นเท่านั้น
นักวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบหลังข้อตกลงกำหนดเพดานการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปก ว่า กลุ่มโอเปกเห็นชอบลดกำลังการผลิตน้ำมันลง มาอยู่ที่ระดับ 32.5 - 33 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 33.24 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ตั้งแต่ปี 2551 ที่กลุ่มโอเปกปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้น 3-4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559






