thansettakij
thansettakij
กาฬสินธุ์เร่งคุม "ปลาหมอคางดำ" เขื่อนลำปาว มาตรการเป็นที่น่าพอใจ

กาฬสินธุ์เร่งคุม "ปลาหมอคางดำ" เขื่อนลำปาว มาตรการเป็นที่น่าพอใจ

12 ต.ค. 69 | 08:15 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ต.ค. 69 | 08:35 น.

กาฬสินธุ์เร่งคุม "ปลาหมอคางดำ" เขื่อนลำปาว พบ มาตรการเป็นที่น่าพอใจ ชู "วิถีอีสาน" ผนึกทุกภาคส่วนรุกมาตรการ "เจอ-แจ้ง-จับ-จบ"

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว สามารถควบคุมได้ โดยความร่วมมือของคนในพื้นที่ และ "วิถีอีสาน" ที่จับมาบริโภคเป็นปัจจัยสำคัญ
  • ผลการตรวจสอบฟาร์มปลาเหยื่อซึ่งเป็นแหล่งที่มาของลูกปลาในพื้นที่ ไม่พบการปะปนของปลาหมอคางดำ
  • เตรียมเปิดปฏิบัติการใหญ่ "Save Lam Pao" ในวันที่ 16 ตุลาคม โดยระดมกำลังกว่า 400 คน เพื่อกวาดล้างและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเต็มรูปแบบ

สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เผยสถานการณ์ "ปลาหมอคางดำ" ในเขื่อนลำปาว พร้อมระบุ "วิถีอีสาน" และความร่วมมืออย่างจริงจังจากคนในพื้นที่คือ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสกัดการแพร่ระบาด ล่าสุดปูพรมตรวจสอบฟาร์มปลาเหยื่อไม่พบการปะปน เตรียมดีเดย์ 16 ตุลาคมนี้ จัดกำลังเพชฌฆาตลำปาวกว่า 400 นาย ปฏิบัติการ Re-x-ray "Save Lam Pao" กวาดล้างเต็มรูปแบบ

นางสายฝน เสียงหวาน หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ในพื้นที่เขื่อนลำปาว ว่า ภายหลังจากที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ทางสำนักงานประมงจังหวัดได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ล่าสุดยืนยันว่า สถานการณ์อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยตั้งแต่ช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่และชาวบ้านสามารถจับปลาหมอคางดำได้เพียง 388 ตัวเท่านั้น

นางสายฝน กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การแพร่ระบาดไม่ขยายวงกว้าง มาจากการได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากประชาชนในพื้นที่ และ "วิถีอีสาน" ที่เมื่อชาวบ้านจับปลาได้ ก็จะนำมาประกอบอาหารทันที ทำให้ ปริมาณปลาไม่ขยายวงออกไป  

                กาฬสินธุ์เร่งคุมปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว

อย่างไรก็ตาม ได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงลักษณะทางกายภาพของ “ปลาหมอคางดำ” ในเขื่อนลำปาวที่เปลี่ยนไป โดยพบว่า บริเวณคางมีสีไม่ดำสนิทเหมือนที่พบในพื้นที่ภาคกลาง และผิวมีสีมันวาว สะท้อนแดดออกเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งคาดว่าเกิดจากการปรับตัวให้เข้ากับสภาพน้ำจืดที่มีสีขุ่นในพื้นที่ 

สำหรับการตรวจสอบหาแหล่งที่มาของการแพร่กระจาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทราบชื่อแหล่งที่มาของลูกปลานิล รวมถึงปลาเหยื่อที่นำมาลงในกระชังในพื้นที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสกลนคร ลงพื้นที่ติดตามและสุ่มตรวจสอบผู้จำหน่ายลูกปลานิล สำหรับใช้เป็นปลาเหยื่อ ซึ่งผลการตรวจสอบยืนยันว่า "ไม่พบปลาหมอคางดำปะปนมาในลูกพันธุ์ปลานิลแต่อย่างใด"

                   กาฬสินธุ์เร่งคุมปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบจากเดิมเดือนละครั้งให้มีความถี่มากขึ้น พร้อมจัดทำคิวอาร์โค้ด (QR Code) ให้ประชาชนสแกนแจ้งเบาะแส และขอความร่วมมือผู้นำชุมชนประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายห้ามเคลื่อนย้ายและห้ามเพาะเลี้ยงอย่างเด็ดขาด                   

ด้านอำเภอหนองกุงศรี  ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมสถานการณ์อย่างเด็ดขาด  เตรียมเปิดปฏิบัติการ Re-x-ray ค้นหาปลาหมอคางดำภายใต้ชื่อ "Save Lam Pao" ในระหว่างวันที่ 15-16 ตุลาคม 2569 โดยครอบคลุมระยะทางกว่า 32 กิโลเมตร

ปฏิบัติการดังกล่าวจะเริ่มเปิดพิธีพร้อมกันในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. ใน 4 จุดหลักบริเวณรอยต่ออำเภอเมืองและอำเภอท่าคันโท ได้แก่ 1. บ้านคำน้อยดอนหม่วย 2. บ้านหนองสาขา 3. บ้านนาอวน และ 4. บ้านสว่างศรีโคกครึม 

                     กาฬสินธุ์เร่งคุมปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว

โดยได้ระดมกำลัง "จิตอาสาพระราชทานด้านประมง" และประชาชนในพื้นที่ จุดละ 100 คน รวมกว่า 400 คน พร้อมอุปกรณ์ดักจับ ทั้งแห ตุ้ม ลอบ และตาข่าย เพื่อร่วมกันกวาดล้างตามนโยบาย "เจอ-แจ้ง-จับ-จบ" อย่างเป็นรูปธรรม มุ่งรักษาระบบนิเวศของเขื่อนลำปาวให้กลับมาสมบูรณ์และปลอดภัยต่อไป