thansettakij
thansettakij
เปิดคำพิพากษาศาลปกครองกลางสั่งกรมประมงแก้ปัญหา“ปลาหมอคางดำ”

เปิดคำพิพากษาศาลปกครองกลางสั่งกรมประมงแก้ปัญหา“ปลาหมอคางดำ”

08 ก.ย. 69 | 09:21 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ย. 69 | 09:44 น.

ศาลปกครองกลางสั่งกรมประมง-อธิบดีจัดการแก้ไขปัญหา “ปลาหมอคางดำ” หลังชี้ละเลยต่อหน้าที่ พร้อมสั่งมท.ประกาศให้สมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ

KEY

POINTS

  • ศาลปกครองกลางพิพากษาว่า กรมประมงละเลยต่อหน้าที่ในการควบคุมปลาหมอคางดำ สั่งให้เร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน
  • สั่ง รมว.มหาดไทยพิจารณาสั่งการให้ผู้ว่าฯ สมุทรสงครามประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติภายใน 90 วัน เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
  • ศาลยกคำขอที่ให้หน่วยงานรัฐฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทเอกชน โดยชี้ว่า ผู้ฟ้องคดีไม่มีสิทธิ์ยื่นฟ้องในประเด็นดังกล่าว

วันนี้ (8 ก.ย. 69) ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่ตัวแทนเกษตรกรทำประมงที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ทั่วประเทศจำนวน 54 คน ยื่นฟ้องกรมประมง และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 18 ราย และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร้องสอด 

กรณีถูกกล่าวหาว่า ละเลยต่อหน้าที่ในการควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ แหล่งน้ำ อาชีพประมง และ รายได้ของประชาชนในหลายพื้นที่

โดยศาลฯ เห็นว่า กรมประมงและอธิบดีกรมประมงทราบอยู่แล้วว่า ปลาหมอคางดำ เป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่อาจกระทบพันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมือง แต่หลังอนุญาตให้นำเข้ามาเพื่อวิจัย กลับไม่มีการควบคุม หรือ ตรวจสอบการดำเนินการตามวัตถุประสงค์อย่างเพียงพอ จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ในการป้องกันและควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น 

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดในช่วงปี 2555-2559 กรมประมงจึงยังมีหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาตาม พ.ร.ก.การประมงฯ แม้ปัจจุบันจะมีมาตรการและแผนปฏิบัติการปี 2567-2570 แล้ว แต่ศาลเห็นว่า ยังไม่สามารถถือว่าปัญหาสิ้นสุด จึงต้องดำเนินการต่อเนื่อง จนกว่าการแพร่ระบาดจะหมดไป หรือระบบนิเวศกลับสู่ภาวะสมดุล จึงมีคำสั่งให้ 

กรมประมงและอธิบดีกรมประมง ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและแผนงานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด 

โดยการดำเนินงานต้องครอบคลุมทั้งการสำรวจและติดตามสถานการณ์ การควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำ การป้องกันไม่ให้แพร่กระจายไปยังพื้นที่ใหม่ ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศ และแหล่งทำกินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ  โดยให้กระทรวงเกษตรฯ และ รมว.เกษตรฯ กำกับดูแลและสนับสนุนทรัพยากร 

ส่วนกรณีช่วยเหลือผู้ประสบภัย ศาลฯ เห็นว่า ผู้ว่าฯ สมุทรสงครามละเลยหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร หลังไม่ประกาศพื้นที่ อ.อัมพวา อ.เมืองสมุทรสงคราม และ อ.บางคนที เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย 

จึงสั่ง รมว.มหาดไทยพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการภายใน 90 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด ซึ่งการประกาศพื้นที่ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้หน่วยงานรัฐ สามารถพิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ได้ตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านอาชีพประมง ความเสียหายต่อบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ และ ผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือน

สำหรับคำขอที่ให้หน่วยงานรัฐเรียกค่าเสียหายจากบริษัทเอกชน ศาลฯเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีไม่มีสิทธิฟ้องในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายที่จะนำเรื่องดังกล่าวมาขอให้ศาลมีคำบังคับได้   

                      เปิดคำพิพากษาศาลปกครองกลางสั่งกรมประมงแก้ปัญหา“ปลาหมอคางดำ”    เปิดคำพิพากษาศาลปกครองกลางสั่งกรมประมงแก้ปัญหา“ปลาหมอคางดำ”    เปิดคำพิพากษาศาลปกครองกลางสั่งกรมประมงแก้ปัญหา“ปลาหมอคางดำ”

ทั้งนี้ในการอ่านคำพิพากษา นอกจากจะมีตัวแทนภาคประชาชนจำนวนหนึ่งเดินทางมาฟังแล้ว นายบัญชา สุขแก้ว อดีตอธิบดีกรมประมง ก็เข้ารับฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง